ตอนที่ 15 — เพลงใหม่และความจริงที่ต้องเผชิญ
เช้าวันอาทิตย์ ต้นตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สงบขึ้นกว่าเมื่อวาน เขานอนหลับได้ดีขึ้นหลังจากได้พูดคุยกับพี่เล็ก เมื่อคืนเขาใช้เวลาอยู่กับการเขียนเพลงใหม่จนดึก เพลงนี้มีชื่อว่า “ทางสองแพร่ง” เป็นเพลงที่สะท้อนถึงความสับสน ความหวัง และความกลัวที่เขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เขารู้สึกว่าการได้ระบายความรู้สึกออกมาผ่านบทเพลง ทำให้เขามีสติและความคิดที่แจ่มใสมากขึ้น “อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่าจะต้องทำอะไรต่อไป” เขาคิด
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ต้นก็หยิบกีตาร์ขึ้นมา เขาอยากจะลองเล่นเพลง “ทางสองแพร่ง” ที่เพิ่งแต่งเสร็จเมื่อคืน เสียงกีตาร์ที่บรรเลงออกมานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ท่วงทำนองที่เศร้าสร้อยในบางช่วง และมีความหวังแฝงอยู่ตอนท้าย เพลงนี้สะท้อนถึงความเป็นจริงที่ว่า ในชีวิตเรามักจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากเสมอ และบางครั้ง การตัดสินใจที่ดูเหมือนจะดีที่สุด อาจจะนำพาเราไปสู่เส้นทางที่ไม่คาดฝัน
ต้นตัดสินใจว่า เขาจะลองติดต่อกลับไปหานฤมล เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอ แต่ก่อนอื่น เขาอยากจะขอปรึกษาพี่เล็กอีกครั้ง “ผมอยากให้พี่เล็กได้ฟังเพลงนี้ด้วย” เขาคิด “เผื่อพี่เล็กจะมีคำแนะนำเพิ่มเติม”
ต้นรีบเดินทางไปยังร้านเสียงทิพย์ แม้จะเป็นวันหยุด แต่พี่เล็กก็มักจะมาดูแลร้านและเตรียมงานสำหรับสัปดาห์ต่อไปเสมอ เมื่อไปถึง ต้นก็พบพี่เล็กกำลังนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ พร้อมกับกาแฟหนึ่งแก้ว “ไง ต้น” พี่เล็กทักทาย “มาแต่เช้าเลยนะ” “ครับพี่” ต้นตอบ “ผมอยากจะขอรบกวนเวลาพี่หน่อยครับ” “มีอะไรว่ามาสิ” พี่เล็กเชิญต้นนั่งลง
ต้นเล่าให้พี่เล็กฟังว่าเขาได้ติดต่อไปหานฤมลแล้ว และกำลังจะได้รับอีเมลรายละเอียดข้อเสนออย่างเป็นทางการ “ผมก็ยังไม่แน่ใจครับพี่” ต้นกล่าว “แต่ผมอยากจะให้พี่ได้ลองฟังเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาครับ” “ได้สิ” พี่เล็กพยักหน้า “โชว์ให้พี่ฟังหน่อย”
ต้นหยิบกีตาร์ขึ้นมา แล้วเริ่มบรรเลงเพลง “ทางสองแพร่ง” เสียงกีตาร์ของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ และถ่ายทอดความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง พี่เล็กนั่งฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเข้าใจในสิ่งที่ต้นกำลังสื่อสาร
เมื่อต้นเล่นจบ พี่เล็กก็ปรบมือเบาๆ “เพลงนี้ดีมากเลยนะ ต้น” พี่เล็กกล่าว “เนื้อหาลึกซึ้ง กินใจ” “ขอบคุณครับพี่” ต้นตอบ “ผมแต่งจากความรู้สึกที่ผมกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้แหละครับ” “พี่เข้าใจ” พี่เล็กตอบ “ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีทางเลือกเข้ามาเสมอ”
“ถ้าคุณนฤมลเขาให้โอกาสนายจริงๆ พี่ก็อยากให้นายลองคว้าไว้” พี่เล็กกล่าว “นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากนะ ต้น” “แต่ผมก็ยังเป็นห่วงพี่นะครับ” ต้นกล่าว “ผมไม่รู้ว่าถ้าผมไปแล้ว ผมจะยังกลับมาที่นี่ได้อีกไหม” “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก” พี่เล็กยิ้ม “ร้านเสียงทิพย์จะอยู่ที่นี่เสมอสำหรับนาย ถ้าวันหนึ่งนายอยากกลับมา พี่ก็ยินดีต้อนรับเสมอ”
“แล้วเรื่องสัญญาล่ะครับพี่” ต้นถาม “ผมควรจะระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหม” “แน่นอน” พี่เล็กตอบ “ก่อนจะเซ็นสัญญาอะไรก็ตาม ต้องอ่านให้ละเอียดทุกตัวอักษรนะ ดูเงื่อนไขต่างๆ ให้แน่ใจว่ามันยุติธรรมกับเราจริงๆ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามเขาให้เคลียร์” “พี่มีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มากกว่าผม” ต้นกล่าว “ผมอยากให้พี่ช่วยดูให้ผมหน่อยครับ”
“ได้เลย” พี่เล็กตอบรับ “ส่งอีเมลข้อเสนอมาให้พี่ดู ถ้าพี่อ่านแล้วมีอะไรสงสัย พี่จะบอกนาย” “ขอบคุณมากครับพี่” ต้นกล่าวด้วยความรู้สึกโล่งใจ “ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยครับที่มีพี่คอยให้คำแนะนำ” “เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันนี่นะ ต้น” พี่เล็กกล่าว “มีอะไรก็บอกกันได้เสมอ”
หลังจากคุยกับพี่เล็ก ต้นก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น เขาตัดสินใจที่จะรับข้อเสนอของนฤมล แต่เขาจะขอเวลาอีกสักพักเพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดของสัญญาอย่างถ่องแท้เสียก่อน เขารู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล เขาเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิต บทที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ แต่เขาก็ไม่เคยลืมรากเหง้า และผู้คนที่คอยสนับสนุนเขามาตลอด
เมื่อต้นเดินทางกลับมาถึงห้องพัก เขาก็พบว่ามีอีเมลจากนฤมลเข้ามาแล้ว เขาเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้น ในอีเมลมีรายละเอียดของข้อเสนอ และร่างสัญญาแนบมาด้วย ต้นอ่านข้อเสนออย่างละเอียด เขาพบว่ามันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก มีการพูดถึงการสนับสนุนด้านการผลิตเพลง การโปรโมท และการช่วยเหลือด้านอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็มีบางประเด็นที่เขารู้สึกว่ายังไม่ชัดเจนนัก
“นี่แหละ ถึงเวลาที่ต้องใช้ความช่วยเหลือจากพี่เล็กแล้ว” ต้นคิด เขาเตรียมที่จะส่งอีเมลดังกล่าวให้กับพี่เล็ก เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่ออนาคตของเขาอย่างมาก เขาจึงต้องรอบคอบและพิจารณาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาหลับตาลง นึกถึงภาพตัวเองบนเวที เสียงเพลงที่เขารัก และความฝันที่จะเป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ “ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ฉันจะทำให้ดีที่สุด” เขาพึมพำกับตัวเอง
3,908 ตัวอักษร