ตอนที่ 10 — ความร่วมมือที่ไม่คาดคิด
กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยชุมชนบ้านป่าสัก ก่อตั้งขึ้นด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่กลับได้รับแรงสนับสนุนที่อบอุ่นเกินคาดหมาย ครูพิมและผู้อำนวยการพยายามเผยแพร่ข่าวสารของกองทุนผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเงียบๆ โดยไม่คาดหวังสิ่งใดมากนัก หวังเพียงว่าจะมีผู้ใจบุญสักสองสามคนได้เห็นและเข้ามาช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเกินกว่าที่ทั้งสองจะจินตนาการได้
เมื่อข่าวการก่อตั้งกองทุนไปถึง "คุณอารี" เจ้าของร้านขายยาชื่อดังในตัวอำเภอ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด คุณอารีได้ติดต่อมายังโรงเรียนโดยตรง เพื่อสอบถามรายละเอียดของกองทุนและแสดงความประสงค์ที่จะให้การสนับสนุน
"สวัสดีค่ะดิฉันอารีนะคะ จากร้านยาอารีเวชค่ะ ได้ยินข่าวเรื่องกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยของทางโรงเรียนมาค่ะ เลยอยากจะเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และดูว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้างค่ะ" เสียงหวานแต่แฝงด้วยความหนักแน่นดังมาจากปลายสายโทรศัพท์
ครูพิมรับโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น "สวัสดีค่ะคุณอารี ดิฉันพิมนะคะ คุณครูประจำโรงเรียนบ้านป่าสักค่ะ หนูดีใจมากเลยค่ะที่คุณอารีสนใจ"
"ไม่ทราบว่าตอนนี้ทางกองทุนมีความต้องการอะไรเป็นพิเศษบ้างคะ" คุณอารีถามต่อ "ทางร้านยาเราพอจะมีพวกยาเวชภัณฑ์บางส่วนที่อาจจะหมดอายุเร็วๆ นี้ แต่ยังสามารถใช้ได้อยู่ หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดิฉันยินดีที่จะบริจาคให้ค่ะ"
ครูพิมแทบจะเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ "โอ้โห ขอบคุณมากเลยค่ะคุณอารี สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนนี้ทางกองทุนกำลังรวบรวมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาลของชาวบ้าน และบางครั้งก็ต้องเป็นค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นที่นอกเหนือจากการประกันสุขภาพพื้นฐานค่ะ"
"เข้าใจค่ะ" คุณอารีตอบ "งั้นเดี๋ยวอีกสองวัน ดิฉันจะแวะเข้าไปที่โรงเรียนนะคะ แล้วจะนำยาและเวชภัณฑ์บางส่วนไปให้ด้วย พร้อมกับเงินบริจาคจำนวนหนึ่งค่ะ ไม่มากไม่น้อยค่ะ หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์นะคะ"
การมาของคุณอารีในวันนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับผู้อำนวยการและคณะครูเป็นอย่างยิ่ง เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังนำทีมงานจากร้านยามาด้วย พร้อมด้วยกล่องยาจำนวนมากที่จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้ เธอยังนำเงินสดจำนวนหนึ่งมามอบให้กองทุน พร้อมกับแผนการที่จะจัดกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในอนาคต
"ดิฉันเชื่อว่าการศึกษาและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดี เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ และชุมชนค่ะ" คุณอารีกล่าวขณะมอบเงินบริจาค "ดิฉันอยากจะสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ผู้อำนวยการยื่นมือออกไปจับมือกับคุณอารีด้วยความซาบซึ้ง "ผมในนามของคณะครูและชาวบ้านบ้านป่าสัก ขอขอบคุณคุณอารีเป็นอย่างสูงครับ การสนับสนุนในครั้งนี้มีค่ามหาศาลจริงๆ"
"อย่าว่าอย่างนั้นเลยค่ะท่านผู้อำนวยการ" คุณอารีปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม "ดิฉันเองก็ได้รับความรู้และประสบการณ์ดีๆ จากการช่วยเหลือครั้งนี้เช่นกันค่ะ"
หลังจากนั้น ไม่นานข่าวการสนับสนุนจากร้านยาอารีเวชก็แพร่กระจายออกไป ทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาอีกหลายรายที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของคุณอารี ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับกองทุน และแสดงความประสงค์ที่จะบริจาคเช่นกัน บางรายเป็นอดีตนักเรียนเก่าของโรงเรียนที่ปัจจุบันประสบความสำเร็จในชีวิต บ้างก็เป็นชาวบ้านในชุมชนที่แม้จะมีฐานะไม่มากนัก แต่ก็ร่วมบริจาคด้วยเงินเพียงเล็กน้อยเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้
ครูพิมรู้สึกตื้นตันใจทุกครั้งที่ได้รับข่าวการบริจาค ไม่ใช่เพียงเพราะเงินทองหรือสิ่งของที่ได้รับ แต่เป็นเพราะเธอได้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ การช่วยเหลือเกื้อกูลที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในชุมชนแห่งนี้
"คุณครูคะ ดูสิคะ วันนี้มีคนส่งพัสดุมาให้กองทุนอีกแล้วค่ะ" น้องฟ้า นักเรียนชั้น ป.5 วิ่งหน้าตาแจ่มใสเข้ามาแจ้งข่าว ขณะที่ครูกำลังตรวจการบ้าน
ครูพิมยิ้มรับ "ดีใจจังเลยค่ะน้องฟ้า ลองเปิดดูสิคะว่ามีอะไรบ้าง"
น้องฟ้าค่อยๆ แกะกล่องพัสดุออกอย่างเบามือ ภายในเต็มไปด้วยสมุด ดินสอสี และหนังสือการ์ตูนความรู้เล่มเล็กๆ หลายเล่ม
"ว้าว! เป็นสมุดกับสีใหม่เลยค่ะคุณครู" น้องฟ้าร้องออกมาด้วยความดีใจ "แล้วก็มีหนังสือการ์ตูนด้วย! หนูชอบจังเลยค่ะ"
"นั่นสิคะ" ครูพิมกล่าว "ของเหล่านี้มีประโยชน์มากเลยนะน้องฟ้า จะได้เอาไว้ใช้ทำกิจกรรมที่โรงเรียน หรือเอาไว้ทบทวนบทเรียนก็ได้"
"แล้วนี่เป็นของใครคะคุณครู" น้องฟ้าชี้ไปที่จดหมายเล็กๆ ที่แนบมากับของบริจาค
ครูพิมหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน "อ้อ เป็นจดหมายจากคุณลุงสมชายค่ะ เขาบอกว่าเคยเรียนที่โรงเรียนนี้เมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้ยินข่าวเรื่องกองทุนเลยอยากจะส่งกำลังใจมาให้เด็กๆ พร้อมกับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ"
"คุณลุงสมชายใจดีจังเลยค่ะ" น้องฟ้าพูดพลางมองไปรอบๆ ห้องพักครู "โรงเรียนเรามีแต่คนใจดีเนอะคะคุณครู"
ครูพิมยิ้มบางๆ "ใช่แล้วค่ะน้องฟ้า เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน และเติบโตขึ้นเป็นคนดีเหมือนคุณลุงสมชายด้วยนะคะ"
นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง ที่ทราบข่าวจากอาจารย์ของตนเอง ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม "พี่อาสาพาน้องเรียน" ขึ้นที่โรงเรียน โดยนักศึกษาจะเดินทางมาสอนพิเศษให้กับเด็กๆ สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง พวกเขายังนำหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และของเล่นเสริมพัฒนาการมาบริจาคให้กับทางโรงเรียนอีกด้วย
"สวัสดีครับคุณครู" นักศึกษาคนหนึ่งกล่าวกับครูพิม ขณะที่กำลังขนกล่องหนังสือเข้าห้องสมุด "ผมชื่อแทนครับ มาจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พวกเราตั้งใจจะมาช่วยสอนพิเศษให้น้องๆ ครับ"
"สวัสดีค่ะคุณแทน" ครูพิมรับไหว้ด้วยความยินดี "ยินดีต้อนรับนะคะ ทางโรงเรียนดีใจมากเลยค่ะที่จะได้นักศึกษามาช่วย"
"พวกเราเห็นข่าวเรื่องการขาดแคลนทรัพยากรที่นี่ครับ เลยอยากจะมาช่วยแบ่งเบาภาระ" คุณแทนกล่าว "นอกจากจะมาสอนแล้ว พวกเรายังรวบรวมหนังสือและของเล่นจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในคณะมาบริจาคด้วยครับ"
"ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ" ครูพิมมองกองหนังสือที่กองอยู่เบื้องหน้า "พวกนี้จะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ ของเรามากเลยค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับคุณครู" คุณแทนยิ้ม "จริงๆ แล้วพวกเราก็ได้ประโยชน์จากการมาที่นี่เหมือนกันครับ ได้เรียนรู้วิธีการสอน และได้เห็นความตั้งใจของเด็กๆ แล้วก็คุณครู ทำให้พวกเรามีกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้นครับ"
การเข้ามาของนักศึกษา ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มความรู้ให้กับเด็กๆ ในบางวิชาที่ครูอาจมีข้อจำกัด แต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เด็กๆ ได้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้เห็นว่า โลกภายนอกโรงเรียนนั้นมีอะไรที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้อีกมากมาย การได้พูดคุยกับนักศึกษา ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น ไม่ใช่เพียงหน้าที่ที่ต้องทำ
ครูพิมมองดูเด็กๆ ที่กำลังตั้งใจฟังคุณแทนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางของสายน้ำ พร้อมกับภาพวาดสวยงามประกอบ เด็กๆ บางคนจดบันทึกอย่างตั้งใจ บางคนก็ยกมือถามคำถามอย่างไม่หยุดหย่อน รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ ของพวกเขาเหล่านั้น
"เป็นไงบ้างคะวันนี้ สนุกไหม" ครูพิมถามเด็กๆ เมื่อนักศึกษากลับไปแล้ว
"สนุกมากเลยค่ะคุณครู!" เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน "คุณแทนเล่าเรื่องสนุกจังเลยค่ะ"
"ใช่ค่ะคุณครู หนูอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับภูเขาอีกเยอะๆ เลยค่ะ" เด็กหญิงคนหนึ่งกล่าว
"เดี๋ยวคราวหน้า คุณแทนอาจจะมาเล่าเรื่องภูเขาให้ฟังก็ได้นะคะ" ครูพิมกล่าว "แต่ตอนนี้ เรามาทบทวนบทเรียนที่เราเรียนกันไปวันนี้ก่อนดีกว่า"
ครูพิมรู้สึกว่า การเดินทางของเธอกำลังจะเริ่มเห็นผลลัพธ์อันงดงาม แม้จะยังคงมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่เมื่อมีผู้คนรอบข้างคอยสนับสนุนและให้กำลังใจเช่นนี้ เธอก็ยิ่งมั่นใจว่า ปณิธานที่เธอตั้งไว้เพื่อเด็กๆ ในชุมชนแห่งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน
6,158 ตัวอักษร