ตอนที่ 14 — เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
กิจกรรม "วันเสาร์หรรษา" ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเด็กๆ และผู้ปกครอง เสียงหัวเราะและความสุขกลับคืนมาสู่โรงเรียนบ้านป่าสักอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ครูพิมก็เริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
น้องพลอย เด็กหญิงชั้น ป.4 ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ครูพิมพยายามให้ความดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนและมีปัญหาเรื่องสุขภาพของคุณแม่ เริ่มมีอาการที่น่าเป็นห่วง เธอเก็บตัวมากขึ้น ซึมเศร้า และเริ่มมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ
วันหนึ่ง ขณะที่ครูพิมกำลังตรวจสมุดการบ้านของน้องพลอย เธอก็พบว่าการบ้านหลายชิ้นยังคงค้างอยู่ และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ในสมุดการบ้านบางหน้า กลับมีรอยน้ำตาปรากฏอยู่เป็นหย่อมๆ
"น้องพลอยคะ มานี่หน่อยค่ะ" ครูพิมเรียกน้องพลอยมาที่โต๊ะทำงานของเธออย่างแผ่วเบา
น้องพลอยเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา "ค่ะคุณครู"
"ทำไมการบ้านของน้องพลอยถึงเปียกน้ำตาคะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" ครูพิมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
น้องพลอยส่ายหน้าช้าๆ แต่ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำกลับฉายแววแห่งความเศร้าสร้อย "หนู... หนูไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ"
"ไม่รู้จะทำยังไงกับอะไรคะ เล่าให้ครูฟังได้นะ" ครูพิมพยายามปลอบประโลม
น้องพลอยเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยปากออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ "เมื่อวาน... มีคนมาที่บ้านค่ะ เขาพูดจาข่มขู่แม่ แล้วก็บอกว่าถ้าเราไม่มีเงินจ่าย จะมายึดบ้านของเรา"
หัวใจของครูพิมหล่นวูบ เธอไม่เคยคิดว่าปัญหาที่ซับซ้อนและน่ากลัวเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของน้องพลอย "ใครมาคะน้องพลอย"
"ไม่รู้ค่ะ เขาใส่แว่นดำ ใส่หมวก ปิดหน้าปิดตา พูดเสียงห้วนๆ ค่ะ เขาบอกว่าพ่อของหนูไปกู้เงินมา แล้วก็ไม่ยอมใช้คืน" น้ำตาของน้องพลอยเริ่มไหลอาบแก้มอีกครั้ง
ครูพิมรู้สึกสับสน เธอเคยทราบมาว่าพ่อของน้องพลอยเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนจากอุบัติเหตุในไร่ยางพารา "แต่พ่อของน้องพลอยเสียชีวิตไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ"
"ใช่ค่ะ" น้องพลอยตอบเสียงแผ่ว "แต่เขาบอกว่า พ่อของหนูเป็นคนค้ำประกันให้ใครบางคน แล้วคนนั้นก็ไม่ใช้หนี้ เลยมาทวงกับพ่อของหนูค่ะ"
คำพูดของน้องพลอยทำเอาครูพิมยิ่งหนักใจ เธอได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหนี้สินและความยากลำบากของชาวบ้านในชุมชนมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึงขั้นนี้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กนักเรียนที่เธอรัก
"แล้วคุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ" ครูพิมถามต่อ
"คุณแม่ร้องไห้ค่ะ แล้วก็บอกว่า จะพยายามหาเงินไปให้เขา" น้องพลอยตอบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "แต่แม่ก็ป่วยอยู่ หนูเป็นห่วงแม่มากค่ะ"
ครูพิมนิ่งคิด เธอรู้ดีว่าครอบครัวของน้องพลอยมีฐานะยากจน และการหาเงินจำนวนมากมาจ่ายหนี้สินที่ไม่ได้ก่อ ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เธอตัดสินใจที่จะเข้าไปพูดคุยกับคุณแม่ของน้องพลอยทันที
เมื่อครูพิมไปถึงบ้านของน้องพลอย เธอก็พบว่าสภาพบ้านทรุดโทรมกว่าที่เธอจินตนาการไว้มากนัก หลังคามีรอยรั่ว ผนังไม้เก่าผุพัง และข้าวของเครื่องใช้ก็ดูเก่าแก่และชำรุด
คุณแม่ของน้องพลอยนอนพักอยู่บนเตียงที่ปูด้วยเสื่อเก่าๆ สีหน้าซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นครูพิม คุณแม่ก็พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง
"คุณครู... มาหาหนู มีอะไรหรือเปล่าคะ" คุณแม่ทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"สวัสดีค่ะคุณป้า" ครูพิมยิ้มให้กำลังใจ "หนูแวะมาเยี่ยมค่ะ พอดีน้องพลอยเล่าให้ฟังเรื่องที่คุณป้ากำลังมีปัญหา"
ใบหน้าของคุณแม่เต็มไปด้วยความกังวล "เรื่องนั้น... มันเป็นเรื่องที่น่าอายจริงๆ ค่ะคุณครู"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า" ครูพิมกล่าว "หนูอยากจะช่วย ถ้าคุณป้าพอจะเล่าให้หนูฟังได้"
คุณแม่ถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนและน่าเศร้า "เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะคุณครู... สมัยก่อนสามีของหนู เขาก็เป็นคนดีนะคะ แต่มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชอบชวนไปสังสรรค์ ดื่มเหล้า แล้วก็มีเรื่องให้ต้องยืมเงินอยู่บ่อยๆ สามีหนูเป็นคนใจอ่อน ไม่เคยปฏิเสธเพื่อน วันหนึ่งเพื่อนคนนั้นก็มาบอกว่าต้องใช้เงินด่วนจำนวนมาก เพื่อไปลงทุนอะไรสักอย่าง แล้วก็ขอให้สามีหนูเซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้"
"สามีหนูก็ใจอ่อน เซ็นไปค่ะ โดยไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้" คุณแม่เล่าต่อ น้ำตาเริ่มคลอ "ต่อมาไม่นาน เพื่อนคนนั้นก็หายหน้าหายตาไปเลย แล้วจู่ๆ ก็มีคนมาทวงหนี้ที่บ้านเรา บอกว่าเงินกู้ที่สามีหนูเซ็นค้ำประกันไว้นั้นเป็นเงินก้อนใหญ่มาก และคนที่กู้ไปก็ไม่ยอมจ่ายคืน ทีนี้เขาก็เลยมาตามทวงกับสามีหนู"
"สามีหนูพยายามจะหาเงินไปคืนเขาค่ะ แต่ก็ไม่ทัน เขามาข่มขู่ มาทำร้ายร่างกาย จนสามีหนู... จนสามีหนูทนไม่ไหว เขาเสียชีวิตไปเพราะความเครียดและความเจ็บป่วยที่รุมเร้า" คุณแม่เล่าไปก็ร้องไห้ไป
ครูพิมฟังแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง เธอได้แต่กุมมือของคุณแม่ไว้แน่น เพื่อเป็นการปลอบประโลม
"แล้วหลังจากนั้น... เรื่องก็เงียบไปค่ะ" คุณแม่เล่าต่อ "หนูก็พยายามหาเงินเลี้ยงลูก เลี้ยงตัวเองเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่พออยู่ดี จนมาวันนี้... ชายคนนั้นก็กลับมาอีก เขาบอกว่าดอกเบี้ยมันทบต้นทบดอก จนเป็นเงินจำนวนมหาศาล เขาขู่ว่าจะยึดบ้านของเราไป ถ้าเราไม่หาเงินมาให้เขาภายในสิ้นเดือนนี้"
"หนูไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะคุณครู" คุณแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น "ลูกสาวของหนู... พลอย... เขาคงจะรับไม่ได้แน่ๆ ถ้าต้องเสียบ้านไป"
ครูพิมรู้สึกถึงความกดดันและความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามา เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ปัญหาหนี้สินธรรมดา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลมืด ที่อาจจะเข้ามาคุกคามความปลอดภัยของชาวบ้านได้
"คุณป้าไม่ต้องห่วงนะคะ" ครูพิมกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "หนูจะช่วยคุณป้าหาทางออกเรื่องนี้เองค่ะ"
"จะช่วยได้อย่างไรคะคุณครู" คุณแม่ถามด้วยความไม่แน่ใจ "นี่มันเป็นหนี้สินจำนวนมากเลยนะคะ"
"หนูอาจจะยังไม่มีเงินจำนวนมากพอในตอนนี้ค่ะ" ครูพิมยอมรับ "แต่หนูมีเพื่อนค่ะ มีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเรา"
ครูพิมคิดถึงผู้อำนวยการโรงเรียน และคุณลุงสมศักดิ์ เจ้าของร้านค้าในตลาด ที่เคยให้ความช่วยเหลือในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กๆ เธอตัดสินใจว่าจะต้องปรึกษาหารือกับพวกเขา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับครอบครัวของน้องพลอยอย่างเร่งด่วน
ก่อนจะกลับ ครูพิมได้ให้กำลังใจคุณแม่ของน้องพลอยอีกครั้ง และพยายามทำให้เธอมั่นใจว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เมื่อครูพิมเดินออกจากบ้านของน้องพลอย เธอก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ตรงหัวมุมถนน เงาคนนั้นรีบหลบหายไปทันทีที่ครูพิมหันไปมอง ภาพนั้นทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของเธออยู่
5,225 ตัวอักษร