พนักงานออฟฟิศกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความฝัน

ตอนที่ 17 / 35

ตอนที่ 17 — การเจรจาที่ต้องใช้หัวใจ

เช้าวันต่อมา น่านมาถึงออฟฟิศด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม เขากล่าวทักทายเพื่อนร่วมงานด้วยรอยยิ้มที่สดใสกว่าปกติ มายด์ที่เห็นดังนั้นก็อดจะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ การพูดคุยกับนักสะสมเมื่อวานนี้ได้จุดประกายความหวังในตัวเขาอีกครั้ง แต่เขาก็รู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจากับผู้บริหารของบริษัท “คุณน่านคะ คุณน่านดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะคะวันนี้” คุณมาลีทักทายเมื่อเจอน่านที่กำลังจะเดินเข้าห้องทำงาน “สวัสดีครับคุณมาลี” น่านยิ้ม “ผมมีเรื่องอยากจะขอปรึกษาครับ” คุณมาลีเลิกคิ้วเล็กน้อย “เรื่องอะไรคะ” “คือ… ผมได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับโปรเจกต์ศิลปะจากคุณ [ชื่อนักสะสม] อีกครั้งครับ” น่านเริ่มอธิบาย “คราวนี้เป็นโครงการที่เน้นการทำงานเพื่อชุมชนโดยเฉพาะ ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผม และผมก็เชื่อว่าผมจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าให้กับสังคมได้” คุณมาลีรับฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความประหลาดใจระคนสงสัย “แล้วคุณน่านต้องการจะปรึกษาอะไรดิฉันคะ” คุณมาลีถาม “ข้อเสนอของคุณ [ชื่อนักสะสม] ครั้งก่อน ก็ไม่ได้ทำให้คุณน่านตัดสินใจไปแล้วหรือคะ” “ผมขออภัยด้วยครับคุณมาลี” น่านกล่าว “ที่อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในครั้งก่อน จริงๆ แล้วตอนนั้นผมยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่เพราะแรงกดดันและสถานการณ์ ทำให้ผมต้องตอบตกลงในส่วนของตำแหน่งงานที่บริษัทเสนอมา” คุณมาลีพยักหน้าช้าๆ “คุณกำลังจะบอกว่า คุณน่านต้องการจะปฏิเสธตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อ และจะไปทำโปรเจกต์ศิลปะของคุณแทนอย่างนั้นหรือคะ” “ผม… ผมอยากจะขอเจรจาเงื่อนไขครับคุณมาลี” น่านกล่าว “ผมยังอยากทำงานที่นี่ครับ ผมผูกพันกับบริษัทนี้ แต่ผมก็ไม่อยากจะทิ้งความฝันของผมไป ผมอยากจะขอทำงานในตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อเป็นงานพาร์ทไทม์ หรือขอปรับเปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน เพื่อให้ผมมีเวลาเพียงพอที่จะทุ่มเทให้กับโปรเจกต์ศิลปะด้วย” คุณมาลีเงียบไปครู่หนึ่ง เธอใช้เวลาพิจารณาสิ่งที่น่านพูดอย่างรอบคอบ “คุณน่านคะ” คุณมาลีกล่าวในที่สุด “ผมเข้าใจในความมุ่งมั่นของคุณนะ แต่การทำงานฝ่ายจัดซื้อเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และต้องใช้เวลาเต็มที่ การทำงานพาร์ทไทม์อาจจะไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ทั้งหมด” “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับคุณมาลี” น่านยืนยัน “ผมจะบริหารจัดการเวลาให้ดีที่สุด ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถรับผิดชอบงานทั้งสองส่วนได้” “แล้วถ้าหากคุณน่านไม่สามารถทำได้ล่ะคะ” คุณมาลีถาม “คุณน่านทราบดีว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร” “ผมทราบครับ” น่านตอบเสียงหนักแน่น “แต่ผมอยากขอโอกาสนี้ครับ ผมเชื่อว่าถ้าผมได้ทำในสิ่งที่ผมรัก ควบคู่ไปกับงานที่ผมรับผิดชอบ ผมจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับทั้งตัวผมเอง และให้กับบริษัทได้ในระยะยาว” คุณมาลีมองน่านด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “คุณน่านคะ บริษัทของเราให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ การที่คุณจะรับผิดชอบสองหน้าที่พร้อมกัน เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก” “ผมเข้าใจครับ” น่านกล่าว “แต่ผมอยากให้คุณมาลีเชื่อมั่นในตัวผมสักครั้ง ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ” คุณมาลีถอนหายใจเบาๆ “เอาล่ะค่ะ คุณน่าน ดิฉันจะพิจารณาเรื่องนี้ดูอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันจะคุยกับท่านกรรมการผู้จัดการ และจะแจ้งผลให้คุณทราบอีกที” “ขอบคุณมากครับคุณมาลี” น่านกล่าวด้วยความรู้สึกโล่งใจ หลังจากออกมาจากห้องคุณมาลี น่านก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของมายด์ “เป็นยังไงบ้างคะพี่น่าน” มายด์ถามอย่างใจจดใจจ่อ “ก็… ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน” น่านตอบ “แต่คุณมาลีรับปากว่าจะพิจารณา” “หนูเอาใจช่วยเต็มที่เลยค่ะพี่น่าน” มายด์ยิ้ม “หนูเชื่อว่าพี่น่านทำได้แน่นอน” “ขอบคุณนะมายด์” น่านกล่าว “ถ้าพี่ไม่ได้กำลังใจจากเธอ พี่คงไม่กล้าพอที่จะไปคุยกับคุณมาลีแน่ๆ” ตลอดทั้งวัน น่านพยายามทำงานฝ่ายจัดซื้ออย่างเต็มที่ เขาตรวจสอบเอกสาร สั่งซื้อสินค้า และประสานงานกับซัพพลายเออร์อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ว่าใจของเขาจะเฝ้ารอคำตอบเกี่ยวกับโปรเจกต์ศิลปะ แต่เขาก็รู้ว่าการละทิ้งหน้าที่ปัจจุบันคงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ในช่วงบ่าย น่านได้มีโอกาสคุยกับคุณ [ชื่อนักสะสม] ทางโทรศัพท์อีกครั้ง “คุณน่านครับ ผมอยากจะแจ้งให้ทราบว่า ผมได้พูดคุยกับคณะกรรมการของโครงการ ‘สีสันแห่งชุมชน’ แล้วครับ” เสียงของนักสะสมดังมาจากปลายสาย “ทุกคนประทับใจในผลงานที่คุณเคยทำมา และเห็นว่าคุณมีศักยภาพที่จะร่วมงานกับเราได้” หัวใจของน่านเต้นแรง “จริงเหรอครับ” “ใช่ครับ” นักสะสมตอบ “เราอยากให้คุณเริ่มต้นในส่วนของการเตรียมความพร้อมก่อนครับ โดยเฉพาะการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของชุมชนที่เราจะเข้าไป และการวางแผนงานศิลปะเบื้องต้น” “ผมยินดีมากครับ” น่านกล่าว “ผมพร้อมที่จะเริ่มทันที” “เยี่ยมครับ” นักสะสมกล่าว “แต่ผมก็ทราบดีว่าคุณน่านมีภาระหน้าที่ในปัจจุบัน ผมอยากจะขอทราบว่า คุณน่านได้มีการพูดคุยกับบริษัทของคุณหรือยังครับ” “ผมได้คุยแล้วครับ” น่านเล่าถึงการเจรจากับคุณมาลี “และตอนนี้กำลังรอผลการพิจารณาอยู่ครับ” “ผมเข้าใจครับ” นักสะสมกล่าว “ผมหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีนะครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือได้ แจ้งผมได้เลยนะครับ” “ขอบคุณมากครับคุณ [ชื่อนักสะสม]” น่านกล่าว การรอคอยคำตอบจากบริษัทเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด น่านพยายามทำใจให้สงบ และทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด เขาไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่เขาก็ได้ทำในสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เย็นวันนั้น ขณะที่น่านกำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน คุณมาลีก็เดินเข้ามาหาเขาที่โต๊ะทำงาน “คุณน่านคะ” คุณมาลีเรียก “คุณพอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ” น่านเงยหน้าขึ้น หัวใจของเขาเต้นระรัว “มีครับคุณมาลี” คุณมาลีเดินเข้ามาใกล้ “ดิฉันได้คุยกับท่านกรรมการผู้จัดการแล้วค่ะ และเราก็ได้พิจารณาเรื่องที่คุณเสนอมาอย่างรอบคอบแล้ว” น่านกลั้นหายใจ รอฟังคำตอบ “ทางบริษัท… ยอมรับข้อเสนอของคุณค่ะ” คุณมาลีกล่าว น่านแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงเหรอครับคุณมาลี” “ใช่ค่ะ” คุณมาลีพยักหน้า “แต่มีเงื่อนไขบางประการที่คุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” “ครับ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างครับ” น่านกล่าวอย่างกระตือรือร้น “คุณต้องพิสูจน์ตัวเองว่า สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานทั้งสองส่วนให้สำเร็จลุล่วงไปได้” คุณมาลีกล่าว “เราจะให้โอกาสคุณทดลองเป็นเวลาสามเดือน หากคุณทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เราจึงจะพิจารณาปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานของคุณอย่างถาวร” “ผมขอบคุณบริษัทมากๆ ครับคุณมาลี” น่านกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณมาลี “ดีมากค่ะคุณน่าน ดิฉันเชื่อว่าคุณจะทำได้” หลังจากคุณมาลีเดินจากไป น่านก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ เขาปิดเปลือกตาลง พยายามประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง โอกาสที่จะได้ทำตามความฝันของเขา โดยไม่ต้องละทิ้งสิ่งที่เขามีอยู่ “พี่น่าน!” มายด์วิ่งเข้ามาหา “เป็นยังไงบ้างคะ” “เราทำได้แล้วมายด์” น่านเงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้าง “บริษัทให้โอกาสพี่แล้ว” มายด์กระโดดกอดน่านด้วยความดีใจ “หนูดีใจด้วยที่สุดเลยค่ะพี่น่าน! หนูรู้ว่าพี่น่านต้องทำได้!” ค่ำคืนนั้น น่านหลับไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเดิม เขาไม่ใช่เพียงพนักงานออฟฟิศที่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป แต่เขากำลังจะได้กลายเป็นศิลปินที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้จริงๆ

5,783 ตัวอักษร