ตอนที่ 22 — ข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ
คุณ [ชื่อนักสะสม] นั่งนิ่ง ดวงตาจ้องมองไปยังสไลด์อย่างพิจารณา เขาใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “คุณน่านครับ” นักสะสมกล่าว “ผมประทับใจในความทุ่มเท และวิสัยทัศน์ของคุณมาก” น่านแทบจะกลั้นหายใจ “ขอบคุณครับ” “ผมเห็นถึงความตั้งใจจริงของคุณ ที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชนเหล่านี้ การผสานศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนเป็นแนวคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง” นักสะสมยิ้มเล็กน้อย “ผมชอบแผนงานสำหรับชุมชนชาวประมงมากครับ การที่ให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมโดยตรงแบบนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก” น่านรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “ครับผม ผมเชื่อว่าเมื่อคนในชุมชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พวกเขาจะช่วยกันดูแลรักษา และต่อยอดมันได้ดียิ่งขึ้นครับ” “ส่วนชุมชนเก่าก็เช่นกัน การนำศิลปะสมัยใหม่เข้าไปเติมเต็มเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเดิม โดยไม่ทำลายเอกลักษณ์เดิมๆ นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ถ้าทำได้สำเร็จ ก็จะสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง มองตรงมาที่น่าน “และผมก็ชอบไอเดียประติมากรรมลอยน้ำของคุณนะ ดูแปลกใหม่และน่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว” มายด์มองหน้าน่าน เธอเห็นประกายแห่งความหวังฉายชัดในดวงตาของเขา “แล้ว…คุณ [ชื่อนักสะสม] คิดว่าอย่างไรบ้างครับ” น่านเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ผมคิดว่าผมจะสนับสนุนโครงการนี้ครับ” คำพูดนั้นทำเอาน่านและมายด์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงหรือครับ!” มายด์อุทานออกมาเบาๆ “แน่นอนครับ” นักสะสมตอบ “ผมจะให้การสนับสนุนในวงเงิน… [จำนวนเงิน] บาทครับ” เขาเอ่ยจำนวนเงินออกมา ทำเอาน่านถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นี่เป็นจำนวนเงินที่มากกว่าที่เขาเคยคาดหวังไว้มากนัก “นี่เป็นเงินทุนตั้งต้นสำหรับโครงการระยะแรกครับ ผมอยากเห็นโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นจริง และประสบความสำเร็จ” นักสะสมมองมาที่น่าน “ผมมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีกอย่างครับ” “ครับผม” น่านรีบรับคำ “ผมอยากให้คุณน่านเข้ามาเป็นที่ปรึกษาหลักของโครงการนี้ด้วยตัวเอง ผมเชื่อในศักยภาพของคุณ และผมอยากให้โครงการนี้ดำเนินไปในทิศทางที่คุณวางแผนไว้” น่านรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหลุดออกมา เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าทุกอย่างจะราบรื่นขนาดนี้ “แต่…ผมเป็นพนักงานประจำนะครับ” น่านเอ่ยขึ้นอย่างติดขัด “ผมยังติดเรื่องงานประจำอยู่” “ผมทราบดี” นักสะสมพยักหน้า “ผมจึงอยากให้คุณพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนสถานะการทำงานของคุณ” เขาเว้นจังหวะ “ผมจะให้เวลาคุณตัดสินใจหนึ่งสัปดาห์ แต่ผมหวังว่าคุณจะเห็นความสำคัญของโอกาสนี้” นักสะสมยื่นมือมา “ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างมหาศาล และผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนมันไปกับคุณ” น่านจับมือของนักสะสมอย่างมั่นคง “ขอบคุณมากครับคุณ [ชื่อนักสะสม] ผมจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุดครับ” “ดีมาก” นักสะสมยิ้ม “คุณมีเวลาหนึ่งสัปดาห์นะ” หลังจากออกจากห้องประชุม น่านและมายด์แทบจะพูดไม่ออก พวกเขายังคงอยู่ในภวังค์ของความสำเร็จที่ได้รับ “พี่น่านคะ! เราทำได้แล้ว!” มายด์พูดขึ้นพร้อมกับกอดแขนน่านแน่น “ใช่แล้วมายด์ เราทำได้จริงๆ” น่านตอบพลางลูบแขนมายด์เบาๆ “ไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะออกมาดีขนาดนี้” “พี่น่านคะ แล้วเรื่องงานล่ะคะ?” มายด์ถามด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “พี่จะทำยังไงคะ?” น่านถอนหายใจเบาๆ “พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันมายด์” เขากล่าว “นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตของพี่ โอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่ฝันมาตลอด แต่ในขณะเดียวกัน งานประจำของพี่ก็มีภาระความรับผิดชอบอยู่” “แต่พี่น่านคะ ถ้าพี่ไม่ได้คว้าโอกาสนี้ไว้ พี่จะเสียใจไหมคะ?” มายด์ถาม “พี่เชื่อว่าพี่จะเสียใจมากแน่ๆ” น่านยอมรับ “การทำงานในออฟฟิศมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด” “แล้วพี่จะตัดสินใจยังไงคะ?” “พี่ขอเวลาคิดหน่อยนะมายด์” น่านตอบ “พี่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีที่สุด” พวกเขานั่งลงบนม้านั่งในสวนสาธารณะใกล้ๆ ออฟฟิศของนักสะสม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้า แต่ในใจของน่านกลับเต็มไปด้วยความสับสน “พี่น่านคะ” มายด์เริ่มบทสนทนาอีกครั้ง “พี่เคยบอกว่าพี่อยากสร้างสรรค์ผลงานที่มันมีความหมาย สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น” “ใช่” น่านพยักหน้า “แล้วโครงการนี้ล่ะคะ พี่ว่ามันใช่สิ่งที่พี่ต้องการไหม?” “พี่ว่ามันใช่เลยมายด์” น่านตอบเสียงหนักแน่น “มันไม่ใช่แค่การสร้างงานศิลปะ แต่มันคือการเข้าไปเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน สร้างรอยยิ้ม และความหวังให้กับชุมชน” “ถ้าอย่างนั้น พี่ก็น่าจะเลือกทำในสิ่งที่หัวใจของพี่เรียกร้องนะคะ” มายด์มองหน้าน่านอย่างให้กำลังใจ “พี่น่านคะ หนูรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้มันยาก แต่หนูเชื่อมั่นในตัวพี่เสมอ” น่านมองไปที่ท้องฟ้าสีคราม เขาคิดถึงภาพชุมชนที่กำลังจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน จินตนาการถึงรอยยิ้มของผู้คนเมื่อเห็นผลงานที่เกิดจากฝีมือของพวกเขาเอง ภาพเหล่านั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในหัวของเขา “พี่จะสู้เพื่อความฝันของพี่นะมายด์” น่านกล่าวเสียงหนักแน่น “พี่จะลองดู” มายด์ยิ้มกว้าง “หนูดีใจด้วยนะคะพี่น่าน” “แต่ก่อนอื่น พี่ต้องเคลียร์เรื่องงานประจำให้เรียบร้อยก่อน” น่านกล่าว “พี่จะคุยกับหัวหน้า และขอคำปรึกษา” “พี่จะทำได้แน่นอนค่ะ” มายด์ให้กำลังใจ
4,057 ตัวอักษร