ตอนที่ 23 — การพูดคุยกับหัวหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้น น่านมาถึงออฟฟิศด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งตื่นเต้น กังวล และมุ่งมั่น เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนก คุณสมชาย ด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติ
“สวัสดีครับคุณสมชาย” น่านกล่าวทักทาย เมื่อเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นหัวหน้า
“อ้าว น่าน มาแต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่า” คุณสมชายเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“ครับคุณสมชาย พอดีผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะขอปรึกษาครับ” น่านนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะ
“เรื่องอะไรล่ะ ว่ามาเลย” คุณสมชายพับเอกสารลง วางปากกา และหันมาให้ความสนใจแก่น่านเต็มที่
น่านสูดลมหายใจลึก “คือ…ผมได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการพัฒนาชุมชนโดยใช้ศิลปะเป็นสื่อครับ เป็นโครงการที่น่าสนใจมาก และผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมากครับ” เขาพยายามอธิบายให้เห็นภาพ “มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสนใจ และพร้อมจะให้การสนับสนุนเงินทุนจำนวนมาก เพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้ครับ”
คุณสมชายพยักหน้าอย่างเข้าใจ “น่าสนใจนะ แล้วมันเกี่ยวกับงานของเราตรงไหนล่ะ”
“ผมได้รับข้อเสนอให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาหลัก และดูแลโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ” น่านกล่าว “ซึ่ง…มันอาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก และผมอาจจะไม่สามารถทุ่มเทให้กับงานประจำได้เต็มที่เหมือนเดิมครับ”
สีหน้าของคุณสมชายเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเรียบเฉย “อืม…โครงการนี้เป็นโครงการส่วนตัวของคุณใช่ไหม”
“ครับผม เป็นโครงการที่ผมริเริ่มและอยากจะทำให้สำเร็จครับ” น่านตอบ “แต่ผมก็ยังเคารพในหน้าที่การงานที่นี่ และไม่เคยคิดจะทอดทิ้งนะครับ”
“แล้วคุณคิดจะทำอย่างไรต่อไป” คุณสมชายถามตรงๆ
“ผม…กำลังคิดว่าจะขอลาออกจากงานประจำ เพื่อไปทุ่มเทให้กับโครงการนี้อย่างเต็มที่ครับ” น่านเอ่ยคำพูดที่ยากที่สุดออกมา
ความเงียบเข้ามาปกคลุมในห้องทำงานชั่วครู่ คุณสมชายมองน่านอย่างพิจารณา “น่าน…ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ และมีความฝันที่อยากจะทำ ผมเองก็ชื่นชมในความตั้งใจของคุณนะ” เขาถอนหายใจเบาๆ “แต่คุณก็รู้ว่าเรามีโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การเสียบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างคุณไปในตอนนี้ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อทีมของเรานะ”
“ผมเข้าใจครับคุณสมชาย” น่านตอบ “ผมเสียใจด้วยจริงๆ ที่ต้องทำให้คุณลำบากใจ”
“ผมไม่ได้ลำบากใจหรอก” คุณสมชายยิ้มบางๆ “ผมแค่อยากให้คุณลองคิดให้รอบคอบอีกครั้ง โอกาสที่จะได้ทำงานในบริษัทที่มั่นคง มีรายได้ที่แน่นอน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ นะ”
“ผมทราบดีครับ” น่านกล่าว “แต่โอกาสนี้มันคือความฝันของผมจริงๆ ครับ ถ้าผมไม่ลองทำตอนนี้ ผมอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้”
“ผมเข้าใจในมุมของคุณนะ” คุณสมชายกล่าว “แต่ผมอยากเสนออีกทางเลือกหนึ่ง” น่านเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าด้วยความหวัง “คุณลองคุยกับผู้ใหญ่ที่คุณกล่าวถึงดูไหม ว่าพอจะยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้บ้างไหม หรืออาจจะให้คุณเข้ามาช่วยในลักษณะของที่ปรึกษาแบบไม่เต็มเวลาในช่วงแรกก่อน”
“ผมเคยลองสอบถามดูครับคุณสมชาย” น่านตอบ “แต่ทางนั้นค่อนข้างยืนยันว่าอยากให้ผมเข้ามาดูแลโครงการอย่างเต็มที่ในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ครับ”
“อืม…อย่างนั้นสินะ” คุณสมชายครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้น…ผมจะให้เวลาคุณคิดทบทวนอีกสักสองสามวันนะ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ลองกลับไปคุยกับคนที่สนับสนุนโครงการของคุณอีกครั้ง ว่าพอจะมีทางประนีประนอมได้ไหม หรือไม่ก็…ลองคุยกับฝ่ายบุคคลดูว่ามีตำแหน่งงานอื่นที่อาจจะเหมาะสมกับคุณมากกว่านี้ไหมในช่วงที่โครงการยังไม่ใหญ่มากนัก”
“คุณสมชายครับ” น่านรู้สึกซาบซึ้งในความพยายามของคุณสมชาย “ผมขอบคุณมากจริงๆ ครับ”
“ไม่เป็นไร” คุณสมชายกล่าว “ผมอยากให้คุณได้เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง แต่ก็อยากให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย” เขาตบบ่าของน่านเบาๆ “ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ เรามาคุยกันอีกที”
“ครับผม” น่านลุกขึ้น และเดินออกจากห้องทำงานหัวหน้าด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นแรง แต่คราวนี้มีความหวังมากขึ้นกว่าเดิม เขาเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน รู้สึกเหนื่อยอ่อน แต่ก็มีความสุขเล็กๆ กับการที่หัวหน้ายังคงเปิดโอกาสให้เขา
“เป็นยังไงบ้างคะพี่น่าน?” มายด์รีบเข้ามาถามทันทีที่เห็นน่านกลับมา
“ก็…ยังไม่แน่นอน” น่านตอบ “แต่คุณสมชายก็พยายามช่วยนะ เขาให้เวลาฉันคิด แล้วก็เสนอทางเลือกอื่นๆ ให้”
“หนูดีใจจังเลยค่ะที่พี่สมชายเข้าใจ” มายด์ยิ้ม “แล้วพี่น่านจะทำยังไงต่อคะ?”
“พี่จะลองคุยกับคุณ [ชื่อนักสะสม] อีกครั้ง” น่านกล่าว “บางที อาจจะมีทางออกที่เรามองข้ามไป”
“แล้วถ้าเขาไม่ยืดหยุ่นล่ะคะ?” มายด์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ…” น่านเงียบไปครู่หนึ่ง “พี่ก็จะตัดสินใจลาออก”
“พี่น่าน!” มายด์อุทาน “แน่ใจนะคะ?”
“แน่ใจ” น่านตอบเสียงหนักแน่น “มันคือโอกาสในชีวิตของพี่ มายด์”
“หนูเชื่อค่ะ” มายด์จับมือของน่าน “หนูเชื่อว่าพี่น่านจะตัดสินใจได้ดีที่สุดเสมอ”
น่านยิ้มให้มายด์ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เริ่มต้นทำงานที่ค้างอยู่ แต่ในหัวของเขากลับเต็มไปด้วยแผนการต่างๆ นานา เขาต้องจัดการเรื่องงานประจำให้เรียบร้อยก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้าย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรายชื่อผู้ติดต่อ และมองหาชื่อของคุณ [ชื่อนักสะสม] เขาตัดสินใจแล้วว่า เขาจะสู้เพื่อความฝันของเขาให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร
“พี่น่านคะ” เสียงของมายด์ดังขึ้นอีกครั้ง “หนูว่าพี่น่านลองส่งอีเมลไปหาคุณ [ชื่อนักสะสม] ก่อนไหมคะ เล่าเรื่องที่คุณสมชายคุยด้วย แล้วก็ถามเขาว่าพอจะมีทางอื่นไหม”
“เป็นความคิดที่ดี มายด์” น่านเห็นด้วย “พี่จะลองทำดู” เขารีบพิมพ์อีเมลอย่างรวดเร็ว อธิบายสถานการณ์ทั้งหมด และถามถึงความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนข้อตกลง
ขณะที่เขากำลังจะกดส่งอีเมล เขาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายของเขากับครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รอยยิ้มของพ่อแม่ และน้องสาวปรากฏขึ้นในใจ นึกถึงความเหนื่อยยากของพวกเขาที่ส่งเสียให้เขาได้เรียนจนจบ น่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาต้องทำให้สำเร็จ เขาต้องทำให้ทุกคนภูมิใจ
“ส่งไปแล้วนะ” น่านบอกมายด์ “ทีนี้ก็รอแล้วล่ะ”
“หนูเอาใจช่วยนะคะพี่น่าน” มายด์กล่าว “ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง หนูจะอยู่ข้างพี่เสมอ”
น่านมองมายด์ด้วยความซาบซึ้ง เขาโชคดีจริงๆ ที่มีเพื่อนร่วมงานที่ดีเช่นเธอ การเดินทางสู่ความฝันของเขา อาจจะไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด
4,982 ตัวอักษร