ตอนที่ 10 — ความระแวงที่ก่อตัวขึ้น
"คุณแม่ครับ... พิณรดาไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ" ภาคินพยายามอธิบายเพิ่มเติม แต่แววตาของมารดาก็ยังคงฉายความเคลือบแคลงใจอย่างชัดเจน "เธอเป็นภรรยาของผม และผมเชื่อใจเธอ"
"ความเชื่อใจมันกินไม่ได้หรอกภาคิน" มารดาของภาคินตอบเสียงเรียบ "แม่ผ่านโลกมามากกว่าแก แม่รู้ดีว่าคนตระกูลพิพัฒนกุลเป็นยังไง พวกเขาเจ้าเล่ห์แกมโกงเสมอ"
"แต่คุณแม่ครับ... เรื่องในอดีตมันไม่ใช่ความผิดของพิณรดา" ภาคินรู้สึกเหมือนมีก้อนหนาวยะเยือกมาจุกอยู่ที่คอ "แล้วแม่ก็ไม่เคยรู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ"
"แม่ไม่จำเป็นต้องรู้จักก็ได้" มารดาของภาคินกล่าว "แม่แค่รู้ว่าตระกูลนี้เคยทำอะไรไว้กับตระกูลเราบ้าง"
ภาคินถอนหายใจยาว เขาหลับตาลง พยายามระงับความรู้สึกหงุดหงิดที่กำลังพลุ่งพล่านขึ้นมา "แล้วผมจะทำอย่างไรดีครับ คุณแม่ถึงจะยอมรับพิณรดา... แล้วก็ยอมรับเรื่องราวของเรา"
"แกก็แค่ทำตามหน้าที่ของสามีที่ดีไป" มารดาของภาคินพูดพลางลุกขึ้นยืน "ส่วนเรื่องของสองตระกูล... ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เขาจัดการกันเอง แกอย่าไปยุ่งให้มันวุ่นวาย"
คำพูดของมารดาทำให้ภาคินรู้สึกหนักอึ้งในใจ เขารู้ดีว่าเธอพูดด้วยความหวังดี หวังดีในแบบที่เธอเข้าใจ แต่ความหวังดีนั้นกลับกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเขากับคนที่เขารัก
"ผมขอโทษครับคุณแม่" ภาคินเอ่ยเสียงเบา "แต่ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้"
มารดาของภาคินหันกลับมามองลูกชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง "แกกำลังทำให้แม่ผิดหวังนะภาคิน"
"ผมขอโทษจริงๆ ครับ" ภาคินกล่าวอีกครั้ง ก่อนที่มารดาจะเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมห้องอาหาร
พิณรดาที่นั่งเงียบอยู่ตลอดการสนทนา รู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอเห็นความพยายามของภาคินในการปกป้องเธอ และเธอรู้สึกขอบคุณเขามาก แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้
"ไม่เป็นไรนะคะ" พิณรดาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ภาคินกลับมานั่งที่ "หนูเข้าใจค่ะ"
ภาคินหันมามองพิณรดา ดวงตาของเขาฉายแววขอโทษ "ผมขอโทษนะพิณรดา ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"
"ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ" พิณรดาพยายามยิ้มให้เขา "คุณแม่ของคุณก็แค่เป็นห่วงคุณ... เป็นเรื่องปกติ"
"แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ" ภาคินกล่าวเสียงเครียด "แม่ของผมไม่เคยยอมรับใครได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่มาจากตระกูลเรา... เอ่อ... หมายถึง ตระกูลพิพัฒนกุล"
"หนูก็พอจะเดาออกค่ะ" พิณรดาตอบ "แต่คุณย่าของคุณท่านดูใจดีนะคะ"
"ท่านปู่ของผมก็เช่นกัน" ภาคินพยักหน้า "แต่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับคุณย่าของเธอ... มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"เราต้องพยายามต่อไปนะคะ" พิณรดากล่าว "เราจะยอมแพ้ไม่ได้"
"แน่นอน" ภาคินจับมือพิณรดาไว้แน่น "เราจะไม่ยอมแพ้"
ขณะที่ปัญหาภายในครอบครัวของภาคินกำลังก่อตัวขึ้น ปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งก็กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพิณรดา
เย็นวันนั้น ขณะที่เธอกำลังจัดเอกสารที่บ้านของตระกูลพิพัฒนกุล เธอได้รับโทรศัพท์จากญาติคนหนึ่งซึ่งเป็นคนสนิทของคุณย่า
"พิณรดาจ๊ะ เป็นยังไงบ้างลูก" เสียงของน้าสาวดังขึ้นอย่างเป็นห่วง
"ก็เรื่อยๆ ค่ะน้า" พิณรดาตอบ "มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"คือ... น้ามีเรื่องอยากจะเตือนหลานน่ะจ้ะ" เสียงของน้าสาวเริ่มเบาลง "ช่วงนี้ระวังตัวให้มากๆ นะลูก"
"ระวังตัวเรื่องอะไรคะ" พิณรดาถามด้วยความสงสัย
"ก็... เรื่องของตระกูลอัศวเมธาไงจ๊ะ" น้าสาวกล่าว "เห็นว่าช่วงนี้เขาพยายามจะหาทางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของเราน่ะ"
พิณรดาขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไงคะ"
"ก็... เขาอาจจะใช้เรื่องของแกกับคุณภาคินเป็นข้ออ้างก็ได้นะลูก" น้าสาวอธิบาย "พวกอัศวเมธาเนี่ย... ไม่น่าไว้ใจเลยนะ"
"แต่... คุณย่าของหนู ท่านบอกว่า..."
"คุณย่าแกก็ใจดีเกินไปนั่นแหละ" น้าสาวตัดบท "แต่เราต้องไม่ประมาทนะลูก ยิ่งแกไปสนิทกับทางนั้นมากเท่าไหร่... ก็ยิ่งเป็นอันตราย"
บทสนทนากับน้าสาวทำให้พิณรดารู้สึกหนักใจยิ่งกว่าเดิม เธอเข้าใจว่าน้าสาวหวังดี แต่คำพูดของเธอก็ยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ไว้วางใจที่มีต่อตระกูลอัศวเมธา ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของเธอที่มีต่อภาคิน
"หนูจะระวังค่ะน้า" พิณรดาตอบ "ขอบคุณมากนะคะ"
หลังจากวางสายจากน้าสาว พิณรดาก็นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติ
"ทำไมทุกคนถึงมองพวกเราในแง่ลบกันหมดเลยนะ" เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอรู้ดีว่าความขัดแย้งในอดีตมันฝังรากลึก แต่เธอก็เชื่อมั่นในความรักของเธอกับภาคิน และเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้
แต่ความระแวงที่ก่อตัวขึ้นในใจของคนรอบข้าง โดยเฉพาะจากผู้ใหญ่ในตระกูลของเธอเอง และจากมารดาของภาคิน มันคือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าเส้นทางข้างหน้าของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยขวากหนาม
ภาคินเองก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ไม่น้อยไปกว่ากัน เขาพยายามหาทางพูดคุยกับมารดาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ากำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจของเธอจะสูงเสียยิ่งกว่ายอดเขาหิมาลัย
"คุณแม่ครับ ผมแค่อยากให้คุณแม่ลองเปิดใจสักนิด" ภาคินกล่าวขณะที่เขาเดินตามมารดาไปในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ
"เปิดใจเรื่องอะไร" มารดาของภาคินถามโดยไม่หันมามอง "เรื่องที่แกจะพาคนของตระกูลศัตรูมาเป็นครอบครัวเราเนี่ยนะ"
"ผมไม่ได้มองว่าพิณรดาเป็นคนของตระกูลศัตรูนะครับ" ภาคินยืนยัน "ผมมองว่าเธอคือภรรยาของผม"
"แล้วถ้าหากว่า... ตระกูลพิพัฒนกุลเขาวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ล่ะ" มารดาของภาคินหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเธอฉายแววความกังวลอย่างชัดเจน "แม่กลัวว่าแกจะตกเป็นเครื่องมือของพวกเขานะภาคิน"
"ไม่มีทางครับคุณแม่" ภาคินส่ายหน้า "พิณรดาไม่ใช่คนแบบนั้น"
"แล้วแกแน่ใจได้อย่างไร" มารดาของภาคินถามกลับ "แม่เห็นมาเยอะแล้ว คนที่เข้ามาหาแกก็หวังผลประโยชน์ทั้งนั้น"
"พิณรดาไม่เหมือนคนอื่นครับ" ภาคินพยายามอ้อนวอน "เธอรักผมจริงๆ"
"ความรักมันเป็นเรื่องของหัวใจ... แต่ธุรกิจมันเป็นเรื่องของสมอง" มารดาของภาคินกล่าว "แม่เป็นห่วงอนาคตของแก... เป็นห่วงธุรกิจของตระกูลเรา"
ภาคินรู้สึกหมดหนทาง เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้มารดาเข้าใจได้อีกต่อไป เขาเห็นความกลัวในแววตาของเธอ แต่ความกลัวนั้นกำลังบดบังความจริงที่อยู่ตรงหน้า
"ผม... ผมขอตัวก่อนนะครับ" ภาคินเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
เขาเดินออกมายังระเบียงกว้างของคฤหาสน์ มองออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่มืดมิด
"เราจะทำยังไงกันดีนะพิณรดา" เขาพึมพำกับตัวเอง "พายุกำลังจะมาจริงๆ สินะ"
เขาโทรหาพิณรดาทันที
"ฮัลโหลค่ะ" เสียงของพิณรดาตอบรับอย่างอ่อนโยน
"พิณรดา... ผมกำลังจะมีปัญหาใหญ่แล้ว" ภาคินกล่าวเสียงเครียด
5,172 ตัวอักษร