ตอนที่ 5 — สถานที่แห่งความทรงจำ
เช้าวันรุ่งขึ้น พิณรดาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด ปัญหาใหญ่ที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อคืนทำให้เธอไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงแรงผลักดันบางอย่างที่อยากจะค้นหาความจริงให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"คุณพิณรดา ทานอาหารเช้าได้แล้วค่ะ" เสียงของแม่บ้านดังขึ้นที่หน้าประตู
พิณรดาตอบรับ แล้วลุกขึ้นไปแต่งตัว เธอเลือกชุดที่ดูสุภาพและเรียบร้อย
เมื่อลงไปที่ห้องอาหาร ภาคินก็นั่งรอเธออยู่แล้ว เขาดูสดชื่นและกระตือรือร้นกว่าเมื่อคืนมาก
"อรุณสวัสดิ์ครับ" ภาคินทักทาย "เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม"
"สบายดีค่ะ" พิณรดาตอบ "ขอบคุณค่ะ"
ทั้งสองทานอาหารเช้าด้วยกัน บรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าเมื่อคืนมาก พิณรดาพบว่าการพูดคุยกับภาคินในยามเช้านั้นแตกต่างออกไป เขามีมุมมองที่ดูเป็นมิตรและอ่อนโยนกว่า
"ผมจะพาคุณไปดูบ้านหลังเก่าของพ่อผมนะครับ" ภาคินกล่าว หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ "หวังว่ามันจะช่วยให้คุณเข้าใจอะไรได้มากขึ้น"
"ค่ะ" พิณรดาตอบรับด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาเดินทางไปยังบ้านหลังเก่าของพ่อภาคิน ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองออกไปเล็กน้อย บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สักโบราณที่ถูกทิ้งร้างมานาน สภาพโดยรวมดูทรุดโทรม แต่ยังคงความงดงามแบบคลาสสิก
"ที่นี่...เคยเป็นที่ที่คุณพ่อของคุณกับคุณแม่ของหนู..." พิณรดาพูดตะกุกตะกัก
"ใช่ครับ" ภาคินพยักหน้า "พ่อผมเคยพาคุณแม่ของคุณมาที่นี่บ่อยๆ"
ภาคินเปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพภายในบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุมทำให้พิณรดารู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่อบอุ่นและคุ้นเคย
"ที่นี่...เคยมีเสียงหัวเราะ" ภาคินกล่าว พลางเดินสำรวจไปรอบๆ "พ่อผมมักจะเล่าเรื่องตลกให้คุณแม่ของคุณฟังเสมอ"
พิณรดาเดินตามภาคินไป เธอเห็นรูปถ่ายเก่าๆ ที่วางอยู่บนหิ้งบูชา ภาพเหล่านั้นเป็นภาพของพ่อภาคินในวัยหนุ่ม และภาพของหญิงสาวที่ดูสวยงามและสดใส ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าเป็นแม่ของเธอหรือไม่
"นี่คือคุณแม่ของคุณใช่ไหมครับ" ภาคินถาม พลางชี้ไปยังรูปถ่ายรูปหนึ่ง
พิณรดาพยักหน้าด้วยความแน่ใจ "ใช่ค่ะ... นั่นคือคุณแม่ของหนู"
เธอเดินเข้าไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาอย่างเบามือ ภาพของแม่ในวัยสาวแตกต่างจากภาพที่เธอเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง แม่ของเธอดูมีความสุขและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
"คุณแม่ของคุณสวยมากนะครับ" ภาคินกล่าว
"ขอบคุณค่ะ" พิณรดาตอบ "แต่หนูไม่เคยเห็นท่านมีความสุขแบบนี้เลย"
"มันคงเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างสองตระกูล" ภาคินถอนหายใจ "ที่พรากความสุขไปจากท่าน"
ทั้งสองเดินสำรวจไปทั่วบ้าน พิณรดาได้เห็นข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้เธอจินตนาการถึงเรื่องราวในอดีตได้มากขึ้น
"นี่คือห้องที่คุณพ่อของผมเคยใช้ทำงาน" ภาคินเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานที่ดูรกและเต็มไปด้วยกองเอกสาร
บนโต๊ะทำงาน ยังคงมีหมึกปากกาและปากกาขนนกวางอยู่ พิณรดาเดินเข้าไปใกล้ๆ และเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่
"นี่คือสมุดบันทึกของคุณพ่อผม" ภาคินหยิบมันขึ้นมา "ท่านเขียนมันไว้ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับแม่เลี้ยงของผม"
ภาคินเปิดสมุดบันทึกอย่างระมัดระวัง เขาเริ่มอ่านบางส่วนให้พิณรดาฟัง
"วันที่... พ่อไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดนี้ได้อีกต่อไป เขาพรากคนรักของพ่อไปจากชีวิต เขาบีบบังคับให้เธอต้องจากไป เพียงเพราะอำนาจและเกียรติของตระกูล พ่อเกลียดชังทุกคนที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ พ่อจะไม่มีวันให้อภัย"
พิณรดาฟังแล้วน้ำตาไหล เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พ่อของภาคินต้องเผชิญ
"แล้วก็มีอีกหน้าหนึ่ง" ภาคินอ่านต่อ "วันนี้... เขาบอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น พ่อรู้สึกเหมือนหัวใจสลาย แต่พ่อรู้ว่าพ่อต้องเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เธอเสียใจไปมากกว่านี้ พ่อจะเก็บความรักที่มีต่อเธอไว้ในใจตลอดไป"
"แม่ของหนู... ท่านก็คงเสียใจมากเหมือนกัน" พิณรดาพูดเสียงสั่น
"แน่นอนครับ" ภาคินกล่าว "การจากลาครั้งนั้น คงเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันลบเลือนสำหรับทั้งสองท่าน"
พิณรดานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ เธอรู้สึกเหมือนได้เข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น ความเกลียดชังที่ส่งต่อมาหลายรุ่น มันมาจากความเจ็บปวดและความเข้าใจผิด
"แล้วทำไม... ถึงไม่มีใครพยายามแก้ไขความเข้าใจผิดนี้เลยคะ" พิณรถาถาม
"อาจจะเพราะความโกรธแค้นมันใหญ่เกินไป" ภาคินตอบ "หรืออาจจะเพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะก้าวข้ามอดีต"
"แต่ตอนนี้... เราแต่งงานกันแล้ว" พิณรดาพูด "เราควรจะเป็นคนก้าวข้ามมัน"
ภาคินมองพิณรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาเห็นความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งในตัวเธอ
"ผมเห็นด้วยกับคุณ" ภาคินกล่าว "เราจะทำให้ดีที่สุด"
ทั้งสองใช้เวลาอยู่ที่บ้านหลังเก่าอีกสักพัก พวกเขาเดินสำรวจ พูดคุย และค้นหาหลักฐานต่างๆ ที่อาจจะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวในอดีตได้มากขึ้น
เมื่อเดินทางกลับ พิณรดาไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เธอรู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"ขอบคุณนะคะภาคิน" พิณรดาเอ่ย "ที่พาหนูมาที่นี่"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ" ภาคินตอบ "ที่ทำให้ผมกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอดีต"
3,951 ตัวอักษร