ตอนที่ 7 — การเปิดตัวในฐานะภรรยา
"สวัสดีครับ คุณพิมพ์ชนก" ภาคย์หันมาเห็นเธอ และเดินตรงเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่ดูคล้ายคลึงกับตอนที่เขาเห็นเธอครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน แต่ทว่า รอยยิ้มนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความเฉยชาเช่นเคย
พิมพ์ชนกพยายามเก็บอาการตื่นเต้นและประหม่าเอาไว้ เธอเดินตามภาคย์ไปยังจุดที่แขกคนสำคัญยืนรวมกลุ่มกันอยู่ ความรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตาที่ถูกพาออกมาโชว์ตัว
"คุณภาคย์คะ" ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานเอ่ยขึ้นขณะยื่นมือมาทักทาย "ยินดีด้วยนะครับ วันนี้เจ้าสาวสวยมากจริงๆ"
"ขอบคุณครับ คุณสมชาย" ภาคย์ตอบรับอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปแนะนำพิมพ์ชนก "นี่ครับ คุณพิมพ์ชนก ภรรยาของผม"
คำว่า 'ภรรยา' หลุดออกจากปากภาคย์ราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพิมพ์ชนก มันกลับก้องกังวานอยู่ในหู ราวกับเสียงระฆังที่ตีบอกให้รู้ว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และความคาดหวังที่ไม่ใช่ของเธอ
"สวัสดีค่ะ คุณสมชาย" พิมพ์ชนกกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ราบเรียบที่สุด
"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพิมพ์ชนก" คุณสมชายยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "คุณภาคย์นี่โชคดีจริงๆ นะครับที่ได้คุณมาเป็นคู่ชีวิต"
พิมพ์ชนกทำเพียงยิ้มตอบ ไม่สามารถหาคำพูดอื่นใดมาเอ่ยได้ เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของแขกคนอื่นๆ ที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ สายตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้ใคร่เห็น ใครคือผู้หญิงที่ได้แต่งงานกับภาคย์ เดชาโชติ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจ
"คุณภาคย์คะ" หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงสด เดินเข้ามาหาด้วยท่าทีสนิทสนม "ไม่แนะนำเพื่อนใหม่ของคุณหน่อยเหรอคะ"
เธอพูดพลางยื่นมือมาสัมผัสแขนของภาคย์อย่างแผ่วเบา พิมพ์ชนกเหลือบมองหญิงสาวคนนั้น ใบหน้าสวยคม ดวงตาเย้ายวน ผมยาวสลวย เธอดูโดดเด่นและมั่นใจในตัวเองอย่างมาก
ภาคย์หันไปมองหญิงสาวคนนั้น ก่อนจะถอนมือออกจากแขนของเธออย่างรวดเร็ว "คุณแก้วตา นี่คุณพิมพ์ชนก ภรรยาของผม" เขาแนะนำอย่างเป็นทางการ ก่อนจะหันกลับมาทางพิมพ์ชนก "ส่วนนี่… แก้วตา เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของผม"
พิมพ์ชนกพยักหน้าให้แก้วตาอย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะ"
แก้วตามองพิมพ์ชนกด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ชนก สวยนะคะ… แต่ดูไม่คุ้นเคยเลยค่ะ" เธอเน้นคำว่า 'ไม่คุ้นเคย' ชัดเจน
"เราเพิ่งจะแต่งงานกันค่ะ" ภาคย์กล่าวแทรกขึ้น "อาจจะยังไม่ค่อยได้ออกงานด้วยกัน"
"อ๋อ… เข้าใจแล้วค่ะ" แก้วตาหัวเราะเบาๆ "แต่อย่าให้คุณภาคย์ต้องไปร่วมงานสังคมบ่อยๆ จนเหนื่อยนะคะ เขาเป็นคนทุ่มเทกับงานมากจริงๆ"
คำพูดของแก้วตาเหมือนจะมีความหมายแฝง พิมพ์ชนกพยายามจะไม่คิดมาก เธอรู้ดีว่าภาคย์มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตไม่น้อย แต่การได้ยินคำพูดนั้นจากปากหญิงสาวที่ดูสนิทสนมกับเขา ก็อดทำให้รู้สึกไม่สบายใจไม่ได้
"ผมดูแลตัวเองได้ครับ คุณแก้วตา" ภาคย์ตอบ "และผมก็มีคุณพิมพ์ชนกคอยดูแลแล้ว"
ประโยคสุดท้ายของภาคย์ทำให้แก้วตาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ "ดีค่ะ… งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอให้มีความสุขกับงานเลี้ยงค่ะ" เธอกล่าวลา แล้วก็เดินจากไป
พิมพ์ชนกถอนหายใจเบาๆ เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่ยังคงจับจ้องเธออยู่ ภาคย์ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความอึดอัดของเธอ
"อย่าคิดมาก" ภาคย์กระซิบข้างหู "เธอเป็นแค่คนที่อยากจะเข้ามาวุ่นวาย"
"หนูไม่ได้คิดมากค่ะ" พิมพ์ชนกตอบเสียงแผ่ว "แค่… รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ชินกับที่นี่"
"เดี๋ยวก็ชิน" ภาคย์กล่าว "คุณต้องทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด"
"หน้าที่ของหนู… คืออะไรคะ" พิมพ์ชนกถาม
ภาคย์เงยหน้ามองเธอ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "หน้าที่ของคุณ… คือเป็นภรรยาของผม… ในสายตาของคนอื่น"
ตลอดทั้งคืน พิมพ์ชนกต้องวางตัวให้เหมาะสมที่สุด เธอต้องยิ้ม ต้องพูดคุยกับแขกที่ภาคย์พามาแนะนำ ต้องแสดงออกราวกับว่าเธอมีความสุขและภาคภูมิใจที่ได้เป็นภรรยาของเขา
มีครั้งหนึ่งที่เธอเดินออกจากกลุ่มคนไปยืนเงียบๆ ที่มุมห้อง มองออกไปยังวิวเมืองยามค่ำคืนที่สวยงาม แต่ก็ไม่อาจทำให้หัวใจของเธอรู้สึกดีขึ้นได้
"ยืนคนเดียวเหรอครับ" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างหู พิมพ์ชนกหันไปพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาดูอ่อนโยนและอบอุ่นกว่าใครๆ ที่เธอเจอในคืนนี้
"ค่ะ" พิมพ์ชนกตอบ
"ผมชื่อเตชินท์ครับ เป็นรุ่นน้องของคุณภาคย์" ชายหนุ่มยื่นมือมา "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพิมพ์ชนก"
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเตชินท์" พิมพ์ชนกจับมือเขาอย่างเป็นมิตร
"คุณภาคย์… เป็นคนน่าสนใจนะครับ" เตชินท์เอ่ย "เขาเป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ไกล แต่บางครั้ง… ก็ดูเข้าถึงยากไปหน่อย"
"ค่ะ" พิมพ์ชนกเห็นด้วย "บางครั้ง… หนูเองก็รู้สึกแบบนั้น"
"คุณโชคดีนะครับที่ได้เขามาดูแล" เตชินท์กล่าว "เขาเป็นคนจริงจังกับเรื่องที่เขาเลือก"
"ขอบคุณค่ะ" พิมพ์ชนกยิ้ม "คุณเตชินท์ก็ดูเป็นคนอบอุ่นนะคะ"
"ผมก็แค่… เป็นตัวของตัวเองครับ" เตชินท์หัวเราะเบาๆ "คุณพิมพ์ชนก… จำไว้นะครับว่า ถ้ามีอะไรที่คุณไม่สบายใจ หรืออยากจะระบาย… ผมยินดีรับฟังเสมอ"
"ขอบคุณค่ะ" พิมพ์ชนกพูดอย่างจริงใจ เธอรู้สึกว่าเตชินท์เป็นคนแรกที่เธอสามารถพูดคุยด้วยอย่างสบายใจได้ในค่ำคืนนี้
ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยกับเตชินท์ ภาคย์ก็เดินเข้ามาหา
"ขอโทษทีนะครับคุณเตชินท์" ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงอย่างเห็นได้ชัด "ผมขอตัวภรรยาผมหน่อย"
เตชินท์ยิ้ม "ครับคุณภาคย์ ผมแค่คุยกับคุณพิมพ์ชนกนิดหน่อยเอง"
"ผมรู้" ภาคย์ตอบ "แต่ตอนนี้… ถึงเวลาที่คุณพิมพ์ชนกต้องอยู่กับผมแล้ว"
เตชินท์มองหน้าภาคย์อย่างมีความหมาย ก่อนจะพยักหน้า "ครับ แล้วเจอกันใหม่นะครับคุณพิมพ์ชนก" เขากล่าวลา แล้วก็เดินจากไป
เมื่อเตชินท์ไปแล้ว ภาคย์ก็หันมามองพิมพ์ชนก เขายื่นมือมาจับที่แขนของเธอ ดึงเธอให้เดินออกห่างจากกลุ่มคน
"คุณคุยกับเขามากเกินไปแล้ว" ภาคย์กล่าวเสียงเรียบ
"หนูแค่คุยปกติค่ะ" พิมพ์ชนกตอบ
"ในสายตาของคนอื่น… คุณคือภรรยาของผม" ภาคย์เน้นย้ำ "และผมไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจผิด หรือมาตีสนิทกับคุณมากเกินไป"
"แต่คุณเตชินท์… เขาเป็นคนดีนะคะ" พิมพ์ชนกพยายามจะแก้ต่าง
"ผมไม่สนใจว่าเขาจะเป็นคนดีแค่ไหน" ภาคย์พูด "ผมสนใจแค่ว่า… เขาเข้าใกล้คุณมากเกินไป"
ริมฝีปากของพิมพ์ชนกเม้มเข้าหากัน เธอรู้สึกเหมือนถูกควบคุมอีกครั้ง ราวกับว่าชีวิตของเธอไม่ใช่ของเธออีกต่อไป
"ถ้าคุณไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด… คุณก็ควรจะอยู่ข้างๆ หนูตลอดเวลา" พิมพ์ชนกเผลอกล่าวออกไปอย่างไม่รู้ตัว
ภาคย์หยุดเดิน หันมามองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "คุณกำลังจะบอกว่า… คุณอยากให้ผมอยู่ข้างๆ คุณตลอดเวลาอย่างนั้นเหรอ"
พิมพ์ชนกหน้าแดงก่ำ "หนู… หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ"
"ผมรู้" ภาคย์ตอบ "แต่ผมก็เข้าใจเจตนาของคุณ"
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ดึงเธอให้เดินต่อไป ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยังคงจับจ้องมาที่พวกเขา เธอรู้สึกได้ว่าค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล และเธอต้องแสดงละครต่อไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
5,358 ตัวอักษร