คนที่ฉันไม่ควรจำ

ตอนที่ 8 / 34

ตอนที่ 8 — ก้าวแรกสู่ความหวังที่เปราะบาง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจให้โอกาสภัทร ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ทีละเล็กละน้อย มันไม่ใช่การกลับไปเป็นเหมือนเดิมในทันที แต่เป็นการสร้างสิ่งใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและบทเรียนจากอดีต ภัทรปฏิบัติตามคำพูดของเขาอย่างเคร่งครัด เขามุ่งมั่นกับการทำงานอย่างหนัก เพื่อเก็บเงินและหาทางสร้างอนาคตของตัวเอง เขาเช่าห้องเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน และใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนและศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การพบกันของเราไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เราเลือกที่จะใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ในแต่ละครั้งที่พบกัน เราจะพูดคุยกันถึงความคืบหน้าของเขา เล่าถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันของแต่ละฝ่าย และแบ่งปันความรู้สึกและความคิดเห็น "วันนี้ผมได้คุยกับหัวหน้างานแล้วครับ" ภัทรเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะที่เรานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง "ท่านบอกว่าถ้าผมทำงานได้ดี จะมีตำแหน่งที่สูงขึ้นให้" "ดีจังเลยค่ะ" ฉันยิ้ม "แสดงว่าความพยายามของคุณไม่เสียเปล่า" "ใช่ครับ" เขามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข "ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเรา" คำพูดของเขาทำให้หัวใจฉันอบอุ่นทุกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดถึงอดีตก็ยังคงแวบเข้ามาในหัวเป็นครั้งคราว ฉันยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ ว่าเขาจะยังคงความมุ่งมั่นนี้ไว้ได้นานแค่ไหน และจะสามารถต้านทานแรงกดดันจากครอบครัวได้ตลอดไปหรือไม่ "คุณ... ยังติดต่อกับทางบ้านอยู่ไหมคะ" ฉันถามอย่างระมัดระวัง ภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ผม... ผมตัดขาดไปแล้วครับ" "แน่ใจเหรอคะ" ฉันถาม "มันอาจจะยากนะคะ" "ผมรู้ครับ" เขาถอนหายใจ "แต่ผมต้องทำ ถ้าผมอยากจะเริ่มต้นใหม่จริงๆ ผมต้องก้าวข้ามอดีตไปให้ได้" "แล้วถ้าพวกเขาพยายามเข้ามาอีก" ฉันถามต่อ "คุณจะทำยังไง" "ผมจะบอกพวกเขาให้รู้ว่าผมเลือกทางของผมแล้ว" เขาตอบอย่างแน่วแน่ "ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายความสุขของผมอีก" ฉันรู้สึกประทับใจในความเด็ดเดี่ยวของเขา แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ "ฉัน... เป็นห่วงคุณนะคะ" ฉันสารภาพ "กลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป" "ผมไม่เป็นไรครับ" เขาจับมือฉัน "ผมมีคุณเป็นกำลังใจ ผมก็มีแรงสู้แล้ว" เราใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการปรับตัวเข้าหากันอีกครั้ง ฉันเรียนรู้ที่จะเปิดใจรับเขาเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง โดยไม่ยึดติดกับความเจ็บปวดในอดีตมากจนเกินไป ฉันพยายามมองเห็นความตั้งใจจริงของเขา และเชื่อมั่นในตัวเขา แต่แล้ว วันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฉันกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศตามปกติ ทันใดนั้น โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย "สวัสดีค่ะ" ฉันรับสาย "คุณแพรวาใช่ไหมคะ" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น เสียงของเธอฟังดูแปลกๆ "ค่ะ ดิฉันเองค่ะ" "ฉัน... ฉันเป็นญาติของภัทรค่ะ" เธอพูด "ฉันอยากจะขอคุยกับคุณเรื่องภัทร" ฉันรู้สึกใจหายวาบ "ญาติ... คุณภัทร" "ค่ะ" เธอตอบ "คือ... ภัทรมีปัญหาเรื่องเงินค่ะ เขาต้องการความช่วยเหลือ" ฉันยืนนิ่งไป พยายามตั้งสติ "ปัญหาเรื่องเงิน... หมายถึงยังไงคะ" "คือ... เขาไปกู้ยืมเงินมาจำนวนหนึ่ง แล้วตอนนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว แต่เขาไม่มีเงินคืนค่ะ" เธอพูดอย่างรวดเร็ว "ทางเจ้าหนี้กำลังจะมาทวงถาม และอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น" ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง "เป็นไปไม่ได้ค่ะ... ภัทรไม่น่าจะทำแบบนั้น" "คุณไม่รู้หรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง "เขาเป็นคนยังไง คุณเพิ่งจะรู้จักเขาจริงๆ จังๆ ไม่นานนี้เอง" "คุณ... คุณแน่ใจได้อย่างไรคะว่าเขาทำ" ฉันถามเสียงสั่น "เรามีหลักฐานค่ะ" เธอตอบ "และตอนนี้เขาก็ติดต่อไปหาใครไม่ได้เลย เขาบอกว่า... ถ้าคุณไม่ช่วย เขาคงต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น" ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เรื่องนี้มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ภัทรดูมีความรับผิดชอบมากขนาดนั้น เขาไม่น่าจะมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ "คุณ... คุณขอให้ฉันทำอะไรคะ" ฉันถามอย่างสิ้นหวัง "ช่วยเขาค่ะ" เธอตอบทันที "คุณต้องช่วยเขา คุณเป็นคนเดียวที่เขากล้าขอความช่วยเหลือ" "แต่... ฉันเองก็ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นนะคะ" ฉันพยายามอธิบาย "ถ้าคุณรักเขาจริงๆ คุณต้องหาทางค่ะ" เธอพูดเสียงกดดัน "ถ้าคุณไม่ช่วย เขาอาจจะลำบากมากจริงๆ นะคะ" ฉันวางสายโทรศัพท์ลง มือไม้สั่นไปหมด หัวใจเต้นระรัว ภาพใบหน้าของภัทรที่ดูมุ่งมั่นและจริงใจเมื่อวันก่อน ผุดขึ้นมาในหัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ของภัทร แต่สายกลับถูกตัดไป เขาไม่รับสาย ฉันลองโทรซ้ำอีกครั้ง ก็ยังคงเหมือนเดิม ความกังวลเริ่มกัดกินหัวใจฉันอย่างรุนแรง ฉันพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ถ้าเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริง แสดงว่าภัทรไม่ได้ซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เขาบอก? หรือว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นจริงๆ? ฉันนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ พยายามคิดหาทางออก ฉันควรจะเชื่อผู้หญิงคนนั้น หรือควรจะเชื่อภัทร? ฉันควรจะหาเงินมาช่วยเขา หรือควรจะรอให้เขาติดต่อมาเอง? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว และฉันก็ไม่มีคำตอบใดๆ ที่ชัดเจน ฉันมองไปที่รูปถ่ายของภัทรที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รอยยิ้มของเขาดูสดใส แต่ตอนนี้มันกลับดูเหมือนกับมีเงาบางอย่างซ่อนอยู่ ฉันรู้สึกสับสนและเจ็บปวด นี่คือบททดสอบที่ฉันต้องเผชิญ หรือนี่คือจุดจบของทุกอย่าง? ฉันตัดสินใจที่จะลองติดต่อหาแก้ว เพื่อนสนิทของฉัน เพื่อขอคำปรึกษา "แก้ว... มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย" ฉันพูดเสียงเครือ "มีอะไรแพรวา" เสียงของแก้วฟังดูเป็นห่วง "ฟังดูไม่ค่อยดีเลย" ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้แก้วฟังอย่างละเอียด "เป็นไปได้ยังไง" แก้วอุทานด้วยความตกใจ "ภัทรเนี่ยนะ จะไปติดหนี้ติดสิน" "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแก" ฉันตอบ "แต่ผู้หญิงคนนั้นดูจริงจังมาก" "แล้วแกจะทำยังไง" แก้วถาม "ฉันไม่รู้จริงๆ" ฉันตอบ "ฉันสับสนไปหมด" "ใจเย็นๆ นะแพรวา" แก้วพยายามปลอบ "เรื่องมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้" "แต่ถ้าเป็นล่ะแก" ฉันถาม "ถ้าเขาโกหกฉัน" "ถ้าเขาโกหกจริงๆ แกก็ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเอายังไงต่อ" แก้วพูด "แต่ตอนนี้... อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจอะไรนะ" ฉันพยักหน้าเบาๆ ถึงแม้ว่าแก้วจะอยู่ห่างไกล แต่คำพูดของเธอก็ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ฉันตัดสินใจว่าจะลองไปที่อพาร์ตเมนต์ของภัทร เพื่อดูว่าเขาอยู่ที่นั่นหรือไม่ เมื่อฉันไปถึง ฉันเคาะประตูห้องของเขา แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ฉันลองเคาะอีกครั้ง และอีกครั้ง สุดท้าย ฉันตัดสินใจที่จะลองเปิดประตูดู ประตูไม่ได้ล็อก ฉันค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป ห้องว่างเปล่า ทุกอย่างดูเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ หรือความวุ่นวายใดๆ แต่... ไม่มีภัทรอยู่ที่นี่ ฉันเดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ สำรวจข้าวของต่างๆ ราวกับว่าเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ฉันรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

5,315 ตัวอักษร