ตอนที่ 17 — การเปิดโปงครั้งใหญ่
หลังจากการเผชิญหน้ากับนพดล บรรยากาศภายในบริษัทก็ยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้น จิตติพัฒน์ได้สั่งให้ทีมกฎหมายของบริษัทตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายหุ้นที่ผิดกฎหมายอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน แก้วใสและนิรชาก็ยังคงมุ่งมั่นในการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงของประธานบริษัทกับการทุจริตที่เกิดขึ้น
แก้วใสใช้เวลาเกือบทั้งคืนอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอกลับไปไล่ดูรายการการโอนเงินอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน เธอเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบบางอย่างของการโอนเงินที่ซับซ้อนกว่าที่เธอเคยเห็น มันไม่ใช่การโอนเงินโดยตรง แต่เป็นการผ่านบริษัทตัวกลางหลายแห่ง ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม
"มันซับซ้อนเกินไป" เธอพึมพำกับตัวเอง "ใครกันที่วางแผนเรื่องนี้ได้แยบยลขนาดนี้"
เธอตัดสินใจลองใช้เทคนิคการสืบสวนที่เธอเคยเรียนมาในการวิเคราะห์เครือข่ายการโอนเงิน เธอค่อยๆ ลากเส้นเชื่อมโยงระหว่างบริษัทตัวกลางต่างๆ และบัญชีปลายทางที่ซ่อนอยู่ เธอเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"เจอแล้ว" เธออุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าบัญชีปลายทางส่วนใหญ่ถูกโอนไปยังบริษัทนอกประเทศ ที่มีชื่อผู้บริหารคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคย
"คุณ....คุณท่านประธาน" เธอเอ่ยชื่อออกมาอย่างแผ่วเบา ภาพของประธานบริษัทที่เคยดูใจดีและน่าเคารพ บัดนี้กลับดูน่าหวาดหวั่นในสายตาของเธอ
เธอรีบส่งอีเมลแจ้งข่าวนี้ให้กับนิรชาทันที นัดหมายเพื่อพบกันเป็นการส่วนตัวที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในยามบ่าย
"คุณนิรชาคะ" แก้วใสเริ่มบทสนทนาทันทีที่นิรชามาถึง "ดิฉันพบแล้วค่ะ"
"พบอะไรเหรอแก้วใส" นิรชาถามอย่างใจจดใจจ่อ
"ดิฉันพบหลักฐานที่เชื่อมโยงการทุจริตทั้งหมดเข้ากับประธานบริษัทโดยตรงค่ะ" แก้วใสกล่าว "มันไม่ใช่แค่การโอนเงินจำนวนมาก แต่มันคือเครือข่ายการฟอกเงินที่ซับซ้อนมาก"
นิรชาอึ้งไปครู่หนึ่ง "คุณแน่ใจนะแก้วใส"
"แน่ใจค่ะ" แก้วใสยืนยัน "ดิฉันได้ข้อมูลบริษัทนอกประเทศที่รับเงินไป และมีรายชื่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคนที่ดิฉันเคยเห็นในเอกสารการประชุมบอร์ดบริหาร"
"คุณจิตติพัฒน์ทราบเรื่องนี้หรือยัง" นิรชาถาม
"ยังค่ะ ดิฉันเพิ่งจะพบข้อมูลนี้เมื่อเช้านี้เอง" แก้วใสตอบ "ดิฉันคิดว่าเราควรจะรีบไปบอกท่านทันที"
"แต่เราต้องระวังตัว" นิรชาเตือน "นพดลเองก็กำลังพยายามเล่นเกมของเขา เราไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป"
"ดิฉันเข้าใจค่ะ" แก้วใสกล่าว "แต่หลักฐานชิ้นนี้สำคัญมาก มันจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้จริงๆ"
ทั้งสองตัดสินใจที่จะไปพบจิตติพัฒน์ที่บ้านพักของเขาแทนการไปที่บริษัท เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบจิตติพัฒน์กำลังนั่งรออยู่กับทนายความประจำบริษัท
"คุณจิตติพัฒน์คะ" แก้วใสกล่าว "ดิฉันมีข่าวสำคัญค่ะ"
จิตติพัฒน์มองมาที่แก้วใสและนิรชาด้วยความคาดหวัง "มีอะไรเหรอ"
แก้วใสได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดที่เธอค้นพบให้จิตติพัฒน์และทนายความฟัง ทนายความได้จดบันทึกทุกอย่างอย่างละเอียด และซักถามแก้วใสในบางประเด็น
"ข้อมูลที่คุณแก้วใสให้มานี้ มีน้ำหนักมากทีเดียวครับคุณจิตติพัฒน์" ทนายความกล่าว "เราสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีได้"
"แล้วเรื่องที่นพดลขู่ผมล่ะครับ" จิตติพัฒน์ถาม
"จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเรา" ทนายความตอบ "ข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายหุ้นที่ผิดกฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่คุณไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนั้นครับ"
จิตติพัฒน์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคำขู่ของนพดลแล้วสินะ"
"เรายังประมาทไม่ได้ครับ" ทนายความเตือน "นพดลอาจจะมีหลักฐานอื่นที่เราไม่ทราบ หรือเขาอาจจะกำลังพยายามสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา เพื่อบิดเบือนความจริง"
"แต่ตอนนี้เรามีหลักฐานที่แข็งแกร่งพอที่จะเอาผิดกับประธานบริษัทได้แล้ว" นิรชาเสริม "สิ่งที่เราต้องทำต่อไป คือการเตรียมการเปิดโปงความจริงต่อคณะกรรมการบริหาร"
"ผมเห็นด้วย" จิตติพัฒน์กล่าว "เราจะจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารด่วนในวันพรุ่งนี้ และผมจะนำเสนอหลักฐานทั้งหมดนี้"
"คุณจิตติพัฒน์คะ" แก้วใสเอ่ยขึ้น "ดิฉันอยากจะขอให้คุณจิตติพัฒน์พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบอีกครั้ง"
"หมายความว่ายังไง" จิตติพัฒน์ถาม
"ดิฉันคิดว่าเราควรจะแจ้งเรื่องนี้กับนพดลด้วย" แก้วใสเสนอ "บอกเขาว่าเราได้หลักฐานที่เชื่อมโยงกับประธานบริษัทแล้ว เพื่อให้เขารู้ว่าเราไม่ได้กำลังเล่นเกมกับเขา"
"ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น" นิรชาถาม
"เพราะถ้าเราแจ้งเขา เขาอาจจะยอมร่วมมือกับเรา" แก้วใสอธิบาย "เขาอาจจะเห็นว่าการที่เราสามารถเปิดโปงประธานบริษัทได้ คือโอกาสที่เขาจะได้หลุดพ้นจากความผิด"
"นั่นเป็นความคิดที่เสี่ยงเกินไปนะแก้วใส" จิตติพัฒน์กล่าว
"แต่ก็เป็นกลยุทธ์ที่อาจจะได้ผล" ทนายความเสริม "เราอาจจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้"
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จิตติพัฒน์ก็ตัดสินใจตามคำแนะนำของแก้วใส
"ก็ได้" จิตติพัฒน์กล่าว "ผมจะติดต่อไปหานพดล"
จิตติพัฒน์ได้ติดต่อไปหานพดล และแจ้งให้เขาทราบถึงความคืบหน้าของการสืบสวน พวกเขาตกลงที่จะพบกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหาร
ในวันต่อมา บรรยากาศในบริษัทเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองเห็นได้ชัดเจน พนักงานต่างกระซิบกระซาบกันถึงข่าวลือต่างๆ นานา แก้วใส นิรชา และจิตติพัฒน์ เดินทางมาถึงบริษัทแต่เช้า พวกเขาได้นัดพบนพดลที่ห้องประชุมเล็กแห่งหนึ่ง
นพดลมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เขาดูผ่อนคลายกว่าที่คาดไว้
"คุณจิตติพัฒน์" นพดลกล่าว "ผมเห็นว่าคุณได้หลักฐานบางอย่างแล้ว"
"ใช่" จิตติพัฒน์ตอบ "และหลักฐานนั้นไม่ใช่แค่เกี่ยวกับการทุจริตของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเชื่อมโยงไปถึงประธานบริษัทของเรา"
สีหน้าของนพดลเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพยายามควบคุมอารมณ์ "คุณแน่ใจเหรอ"
"เราแน่ใจ" แก้วใสกล่าว "เราได้หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด"
"แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไป" นพดลถาม
"เราจะเปิดโปงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการบริหารในการประชุมวันนี้" จิตติพัฒน์กล่าว "และเราก็อยากจะให้คุณนพดล ให้ความร่วมมือกับเราในการให้การ"
นพดลเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง "ถ้าผมให้ความร่วมมือกับคุณ" เขาถาม "คุณจะช่วยผมเรื่องโทษของผมได้อย่างไร"
"เราจะเจรจาต่อรองกับคณะกรรมการบริหาร" จิตติพัฒน์ตอบ "เราจะพยายามให้คุณได้รับโทษที่เบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"ผมขอเวลาคิด" นพดลกล่าว "และผมขอให้คุณแจ้งผลการประชุมคณะกรรมการบริหารให้ผมทราบด้วย"
เมื่อนพดลจากไป ทั้งสามคนก็มองหน้ากัน
"เขาจะยอมร่วมมือกับเราไหม" นิรชาถาม
"ผมไม่แน่ใจ" จิตติพัฒน์ตอบ "แต่เราได้ทำในสิ่งที่เราควรจะทำแล้ว"
"ตอนนี้ก็เหลือแค่รอผลการประชุม" แก้วใสกล่าว
การประชุมคณะกรรมการบริหารในวันนั้น จะเป็นจุดตัดสินชี้ขาดชะตากรรมของบริษัท และของทุกคนที่เกี่ยวข้อง
5,379 ตัวอักษร