ตอนที่ 18 — จุดจบของพายุ
การประชุมคณะกรรมการบริหารเริ่มต้นขึ้นในยามสาย บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด แววตาของกรรมการแต่ละคนฉายแววสงสัย กังวล และไม่ไว้วางใจ แก้วใส นิรชา และจิตติพัฒน์ นั่งประจำตำแหน่งของพวกเขา ทนายความของบริษัทนั่งอยู่ข้างๆ จิตติพัฒน์ โดยมีแฟ้มเอกสารหนาตั้งอยู่ตรงหน้า
ประธานบริษัทนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุม สีหน้าของเขาดูเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววบางอย่างที่ยากจะคาดเดา นพดลไม่ได้ปรากฏตัวในการประชุมครั้งนี้ แต่จิตติพัฒน์ได้แจ้งให้เขาทราบถึงความคืบหน้าแล้ว
จิตติพัฒน์เป็นผู้เริ่มต้นการประชุม เขาได้กล่าวสรุปถึงสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการทุจริตที่เกิดขึ้น และการชะงักงันของการเจรจาควบรวมกิจการ
"ท่านคณะกรรมการทุกท่าน" จิตติพัฒน์กล่าวเสียงหนักแน่น "ผมได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้น และผมเชื่อว่าเราได้ค้นพบต้นตอของปัญหาที่แท้จริงแล้ว"
เขาผายมือไปทางทนายความ ทนายความจึงเริ่มนำเสนอเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่แก้วใสและทีมงานได้รวบรวมมา เขาอธิบายถึงเครือข่ายการโอนเงินที่ซับซ้อน การใช้บริษัทตัวกลาง และบัญชีปลายทางนอกประเทศ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงไปถึงประธานบริษัท
"หลักฐานเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่าท่านประธานบริษัท ได้ทำการยักยอกเงินจำนวนมหาศาลของบริษัท ไปใช้เป็นส่วนตัว ผ่านกระบวนการฟอกเงินที่ซับซ้อน" ทนายความกล่าว "และจำนวนเงินที่หายไปนั้น สูงกว่าที่เคยประเมินไว้หลายเท่า"
เกิดความโกลาหลขึ้นในห้องประชุม กรรมการบางคนถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ สีหน้าของประธานบริษัทเริ่มเปลี่ยนไป เขาพยายามจะพูดขัดขวาง แต่ทนายความก็ยังคงนำเสนอหลักฐานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
"นอกจากนี้" ทนายความกล่าวต่อ "เรายังมีหลักฐานการโอนเงินที่เชื่อมโยงนพดล ที่ปรึกษาของท่านประธาน เข้ากับแผนการทุจริตนี้ด้วย แต่จากข้อมูลที่เราได้รับ นพดลเองก็เป็นเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งในแผนการที่ใหญ่กว่านี้"
เมื่อทนายความนำเสนอหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้น บรรยากาศในห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหายใจที่ดังระงม
"ท่านประธานบริษัท" กรรมการอาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านมีอะไรจะแก้ตัวไหม"
ประธานบริษัทนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ผม...ผม..." เขาพยายามจะพูด แต่ก็ไม่สามารถหาคำพูดที่เหมาะสมได้
ในขณะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็เปิดออก นพดลเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ
"ผมขออนุญาตครับท่านคณะกรรมการ" นพดลกล่าว "ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์"
ทุกคนในห้องมองมาที่นพดลด้วยความประหลาดใจ จิตติพัฒน์เองก็ดูประหลาดใจไม่แพ้กัน
"ผมได้ให้ความร่วมมือกับคุณจิตติพัฒน์ และทีมงานของเขา" นพดลกล่าว "ผมได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่ผมรู้เกี่ยวกับแผนการของท่านประธาน"
เขาเดินไปวางเอกสารบนโต๊ะประชุม "นี่คือหลักฐานการโอนเงินเพิ่มเติม และบันทึกการสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าท่านประธานเป็นผู้สั่งการทุกอย่าง"
ประธานบริษัทมองมาที่นพดลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "แก...แกทรยศฉัน"
"ผมแค่เลือกทางรอดของตัวเองครับ" นพดลกล่าว "ผมรู้ว่าผมทำผิด แต่ผมก็ไม่สามารถแบกรับความผิดทั้งหมดนี้ไว้คนเดียวได้"
คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด พวกเขาลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินคดีกับประธานบริษัทในข้อหายักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และฟอกเงิน ประธานบริษัทถูกเชิญออกจากห้องประชุมทันทีพร้อมกับการถูกระงับตำแหน่ง
ส่วนนพดล คณะกรรมการได้พิจารณาถึงความร่วมมือของเขาในการเปิดโปงความจริง และตัดสินใจที่จะลดหย่อนโทษให้ แต่ก็ยังคงมีโทษทางกฎหมายที่เขาต้องรับผิดชอบ
หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง แก้วใส นิรชา และจิตติพัฒน์ ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก พายุที่โหมกระหน่ำมานาน กำลังจะสงบลงแล้ว
"เราทำได้แล้ว" แก้วใสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความสุข
"ใช่ เราทำได้" จิตติพัฒน์กล่าว พลางมองไปที่แก้วใสด้วยความชื่นชม "ถ้าไม่มีเธอ เรื่องนี้คงไม่สามารถคลี่คลายได้"
"ดิฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรจะทำค่ะ" แก้วใสตอบ
"พวกเราทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ควรจะทำ" นิรชาเสริม "นี่คือชัยชนะของความถูกต้อง"
การเจรจาควบรวมกิจการได้กลับมาดำเนินต่อไปอีกครั้ง ด้วยความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นที่กลับคืนมา บริษัทได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่ไปได้ และพร้อมที่จะก้าวต่อไปในอนาคต
แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงด้วยดี แต่แก้วใสก็ยังคงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เธอได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับการทำงาน ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะยังมีความท้าทายรออยู่ แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ในวันถัดมา แก้วใสได้รับแจ้งว่าเธอจะได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธอรู้สึกขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเธอมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จิตติพัฒน์ ที่เป็นทั้งเจ้านายและผู้ที่คอยให้กำลังใจเธอเสมอ
ความสัมพันธ์ระหว่างแก้วใสและจิตติพัฒน์ยังคงเป็นความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้อง แต่ก็มีความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ทั้งสองคนรู้ดีว่าเส้นทางของพวกเขาอาจจะไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ และอนาคตก็พร้อมที่จะเปิดฉากเรื่องราวบทใหม่ขึ้นมาเสมอ
4,198 ตัวอักษร