รักซ้อนในบริษัท

ตอนที่ 23 / 40

ตอนที่ 23 — เงื่อนงำที่ซ่อนเร้น

เช้าวันรุ่งขึ้น นิรชาเดินทางไปยังสำนักงานกฎหมายที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับอดีตประธานบริษัท เธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่อึดอัดเล็กน้อยขณะที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุม ทนายความของตระกูลสมชายได้เตรียมเอกสารทั้งหมดไว้รอแล้ว "คุณนิรชาครับ" ทนายความกล่าวทักทาย "เราได้รวบรวมเอกสารทั้งหมดตามที่คุณต้องการแล้วครับ" นิรชาพยักหน้ารับ พร้อมกับทนายความส่วนตัวของบริษัทที่เธอพามาด้วย ทั้งสองคนเริ่มตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเอกสารสัญญาที่ลงนามโดยอดีตประธานบริษัท และผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางส่วน ซึ่งระบุถึงการจัดสรรผลกำไร 5% ของกำไรสุทธิในแต่ละปี ให้แก่บริษัทของบุตรชายของอดีตประธานบริษัท เป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่มีการควบรวมกิจการ "ลายเซ็นของคุณสมชายชัดเจนค่ะ" นิรชาชี้ไปที่เอกสาร "แต่ดิฉันไม่เคยเห็นสัญญานี้มาก่อนเลย" "เป็นข้อตกลงที่ทำขึ้นอย่างลับๆ ครับ" ทนายความของตระกูลสมชายอธิบาย "เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครอบครัวคุณสมชาย" นิรชาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เธอหยิบเอกสารอีกชุดหนึ่งขึ้นมาดู ซึ่งเป็นเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการควบรวมกิจการ "คุณสังเกตไหมคะว่า ชื่อของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ลงนามในสัญญานี้ มีชื่อของรองประธานบริษัทคนก่อนรวมอยู่ด้วย" ทนายความของตระกูลสมชายเลิกคิ้ว "ผมไม่แน่ใจในประเด็นนี้ครับ" "ที่สำคัญกว่านั้น" นิรชาพูดต่อ "ในเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นนี้ ระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงใดๆ ที่มีผลผูกพันต่อบริษัท จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อน" "นั่นเป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ" ทนายความของตระกูลสมชายยอมรับ "แต่สัญญานี้เป็นข้อตกลงส่วนตัวระหว่างผู้ถือหุ้น" "แต่มันมีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดสรรผลกำไรของบริษัทนะคะ" นิรชาโต้แย้ง "และในเอกสารนี้ ไม่มีการกล่าวถึงสัญญานี้เลยในการประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่" ขณะที่นิรชาและทนายความของบริษัทกำลังตรวจสอบเอกสาร จิตติพัฒน์ก็โทรศัพท์เข้ามา "เป็นอย่างไรบ้างครับคุณนิรชา" เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "ดิฉันกำลังตรวจสอบเอกสารอยู่ค่ะคุณจิตติพัฒน์" นิรชาตอบ "และพบเงื่อนงำบางอย่างที่น่าสงสัยมาก" เธออธิบายสิ่งที่ค้นพบเกี่ยวกับข้อตกลงลับ และการขาดการอนุมัติจากคณะกรรมการ "นี่มันเท่ากับว่า ข้อตกลงนี้ไม่มีผลทางกฎหมายกับบริษัทของเราเลยใช่ไหมครับ" จิตติพัฒน์ถาม "ในทางทฤษฎี ดิฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นค่ะ" นิรชาตอบ "แต่เราต้องให้ทีมกฎหมายของเราตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจ" "ผมจะรีบแจ้งให้ทีมกฎหมายดำเนินการทันที" จิตติพัฒน์กล่าว "ขอบคุณมากครับคุณนิรชา" หลังจากวางสาย จิตติพัฒน์ก็เรียกประชุมทีมบริหารอย่างเร่งด่วน แก้วใสเข้ามาร่วมประชุมด้วย สีหน้าของเธอแสดงถึงความกังวล "ผมได้รับรายงานเบื้องต้นจากคุณนิรชาแล้วครับ" จิตติพัฒน์เริ่มต้น "เกี่ยวกับข้อตกลงส่วนตัวที่คุณสมชายทำไว้กับผู้ถือหุ้นบางส่วน" เขาอธิบายถึงรายละเอียดที่พบ และความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงดังกล่าวอาจไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายกับบริษัท "หากเป็นเช่นนั้นจริง" แก้วใสกล่าว "ก็หมายความว่า ตระกูลสมชายกำลังพยายามจะบีบบังคับเรา" "ผมคิดว่าเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเจรจา" จิตติพัฒน์กล่าว "และที่สำคัญ เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นในกระบวนการควบรวมกิจการของเรา" ในระหว่างการประชุม จิตติพัฒน์ก็ได้รับข้อความจากเลขานุการส่วนตัว "คุณจิตติพัฒน์คะ" ข้อความปรากฏบนหน้าจอ "คุณวิวัฒน์ รองประธานบริษัทคนก่อน โทรมาขอพบเป็นการด่วนค่ะ" จิตติพัฒน์เลิกคิ้ว "คุณวิวัฒน์เหรอ" เขาพึมพำ "เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับคุณ" เลขานุการรายงาน จิตติพัฒน์มองไปที่แก้วใสและนิรชา "ผมว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" "คุณวิวัฒน์คือหนึ่งในผู้ถือหุ้นที่ลงนามในสัญญานั้นใช่ไหมคะ" แก้วใสถาม "ใช่ครับ" จิตติพัฒน์ตอบ "ผมว่าผมควรจะไปพบเขา" "คุณควรจะมีพยานไปด้วยนะคะ" นิรชาเตือน "ผมจะพาคุณแก้วใสไปด้วยครับ" จิตติพัฒน์ตัดสินใจ การนัดพบกับคุณวิวัฒน์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนั้น ที่ห้องรับรองของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดตั้งแต่แรกพบ "สวัสดีครับคุณวิวัฒน์" จิตติพัฒน์กล่าวทักทาย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุภาพแต่ก็แฝงไปด้วยความระแวดระวัง "สวัสดีครับคุณจิตติพัฒน์" คุณวิวัฒน์ตอบ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจ "ผมดีใจที่คุณให้เวลาผม" "มีเรื่องอะไรที่คุณวิวัฒน์ต้องการจะคุยครับ" จิตติพัฒน์ถามตรงประเด็น "ผมมาเพื่อเตือนคุณน่ะครับ" คุณวิวัฒน์กล่าว "เกี่ยวกับข้อตกลงที่คุณสมชายทำไว้กับครอบครัวผม และผู้ถือหุ้นรายอื่น" "ผมทราบเรื่องข้อตกลงนั้นแล้วครับ" จิตติพัฒน์ตอบ "และทีมกฎหมายของเรากำลังตรวจสอบอยู่" "คุณกำลังจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่" คุณวิวัฒน์กล่าว "ข้อตกลงนั้นมีผลผูกพันอย่างสมบูรณ์ และหากคุณไม่ปฏิบัติตาม ครอบครัวผมจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด" "ผมไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้นครับ" จิตติพัฒน์โต้แย้ง "เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวไม่เคยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท" คุณวิวัฒน์หัวเราะเบาๆ "คุณจิตติพัฒน์ครับ คุณยังอ่อนประสบการณ์นัก" "ผมอาจจะอ่อนประสบการณ์" จิตติพัฒน์กล่าว "แต่ผมเชื่อมั่นในความถูกต้องของกฎหมาย" "คุณกำลังมองข้ามความจริงบางอย่างไป" คุณวิวัฒน์พูดต่อ "ผมรู้ว่าคุณกำลังมีความสัมพันธ์กับคุณแก้วใส" แก้วใสหน้าซีดลงเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเรื่องส่วนตัวของเธอจะถูกนำมาพูดถึง "ผมขอเตือนคุณไว้ก่อน" คุณวิวัฒน์กล่าว "หากคุณไม่ยอมทำตามข้อตกลง ความลับบางอย่างของคุณแก้วใส อาจจะถูกเปิดเผยออกมา" จิตติพัฒน์รู้สึกโกรธจัด แต่เขาก็พยายามควบคุมอารมณ์ "คุณวิวัฒน์ คุณกำลังข่มขู่ผม" "ผมแค่บอกความจริง" คุณวิวัฒน์กล่าว "ผมรู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับอดีตของคุณแก้วใส ที่อาจทำให้คุณจิตติพัฒน์ต้องคิดหนัก" จิตติพัฒน์ลุกขึ้นยืน "ผมขอตัวครับ" เขาหันไปหาแก้วใส "เรากลับกันเถอะ" ขณะที่เดินออกจากห้อง จิตติพัฒน์รู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เขามองไปที่แก้วใสด้วยความเป็นห่วง "คุณวิวัฒน์กำลังเล่นเกมสกปรก" จิตติพัฒน์กล่าว "เขาต้องการจะทำลายเรา" "แล้วความลับที่เขาพูดถึงคืออะไรคะ" แก้วใสถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ผมไม่รู้" จิตติพัฒน์ตอบ "แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" เขากุมมือแก้วใสแน่น "ผมจะปกป้องคุณเอง" ทั้งสองเดินออกจากโรงแรมไปด้วยกัน ทิ้งให้คุณวิวัฒน์นั่งยิ้มมุมปากอย่างมีชัย

5,059 ตัวอักษร