ตอนที่ 27 — ความจริงที่ปรากฏ
การเจรจาต่อรองกับคุณวิวัฒน์เป็นไปอย่างตึงเครียด แต่สุดท้าย จิตติพัฒน์ก็สามารถบรรลุข้อตกลงประนีประนอมได้ตามที่ได้ประกาศไว้ โดยบริษัทจะยอมจ่ายผลกำไร 3% เป็นเวลา 5 ปี แลกกับการที่คุณวิวัฒน์และตระกูลสมชายจะยุติข้อเรียกร้องทั้งหมด และเก็บความลับเกี่ยวกับประวัติทางการเงินของบิดาแก้วใสไว้เป็นความลับตลอดไป
ร่างสัญญาฉบับใหม่ถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็วโดยทีมกฎหมายของทั้งสองฝ่าย ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของจิตติพัฒน์และนิรชา จิตติพัฒน์ยืนยันว่าทุกข้อความในสัญญาต้องรัดกุมและชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
"เราต้องแน่ใจว่าไม่มีช่องโหว่" จิตติพัฒน์กล่าวกับทนายความของบริษัท "สัญญาฉบับนี้ต้องครอบคลุมทุกประเด็น และป้องกันไม่ให้คุณวิวัฒน์สามารถใช้เรื่องนี้มาข่มขู่เราได้อีกในภายหลัง"
ทนายความพยักหน้ารับ "ผมเข้าใจครับคุณจิตติพัฒน์ เราจะตรวจสอบทุกคำทุกประโยคอย่างละเอียด"
ในขณะเดียวกัน นิรชาก็ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวที่เธอติดต่อไว้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของคุณวิวัฒน์
"คุณวิวัฒน์กำลังถูกกดดันจากกลุ่มนักลงทุนบางส่วนค่ะ" นิรชาแจ้งจิตติพัฒน์ "พวกเขาต้องการผลตอบแทนที่แน่นอนและรวดเร็ว และรู้สึกไม่พอใจที่การเจรจากับเรายืดเยื้อ"
"นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยอมประนีประนอม" จิตติพัฒน์วิเคราะห์ "เขาต้องการปิดดีลนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อเอาใจนักลงทุนของเขา"
"แต่ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจค่ะ" นิรชากล่าวต่อ "แหล่งข่าวบอกว่า คุณวิวัฒน์ได้เริ่มดำเนินการเตรียมเอกสารปลอมเพื่อใช้ในการกล่าวหาบริษัทของเราจริง แต่เขาก็ยังลังเลที่จะปล่อยออกมา เพราะกลัวว่าหากเรื่องแดงขึ้นมา เขาอาจจะถูกดำเนินคดีได้"
จิตติพัฒน์พยักหน้า "แสดงว่าเรายังมีเวลา"
หลังจากเซ็นสัญญาประนีประนอมอย่างเป็นทางการแล้ว บรรยากาศในบริษัทก็เริ่มผ่อนคลายลง แม้ว่าการเสียผลกำไรบางส่วนจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ทุกคนก็โล่งใจที่วิกฤตการณ์ครั้งนี้กำลังจะผ่านพ้นไป
แก้วใสรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เธอขอบคุณจิตติพัฒน์จากใจจริงที่ช่วยเธอผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
"ขอบคุณนะคะคุณจิตติพัฒน์" แก้วใสกล่าว "ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี"
"ผมดีใจที่เห็นคุณกลับมายิ้มได้อีกครั้ง" จิตติพัฒน์ยิ้มให้เธอ "เรื่องประวัติทางการเงินของพ่อคุณ ผมจะไม่หยุดแค่นี้ ผมจะหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของท่านให้ได้"
"ฉันเชื่อใจคุณค่ะ" แก้วใสตอบ
อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขที่ได้มานี้อยู่ได้ไม่นานนัก ในวันรุ่งขึ้น ทนายความส่วนตัวของตระกูลสมชายได้ติดต่อจิตติพัฒน์มาด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
"คุณจิตติพัฒน์ครับ" ทนายความกล่าว "มีเรื่องด่วนมากครับ"
"มีอะไรครับ" จิตติพัฒน์ถาม
"ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากธนาคารกลางครับ" ทนายความกล่าว "พวกเขาแจ้งว่า ตรวจพบความผิดปกติร้ายแรงเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของบิดาคุณแก้วใส เป็นการรับสินบนจำนวนมหาศาล และเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน"
จิตติพัฒน์รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า "นี่มันเป็นไปไม่ได้! เราเพิ่งจะตกลงกับคุณวิวัฒน์ไปเอง"
"ไม่ใช่แค่นั้นครับ" ทนายความกล่าวต่อ "ธนาคารกลางกำลังจะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ และที่น่าตกใจที่สุดคือ...เอกสารหลักฐานที่พวกเขามี มันระบุชื่อของคุณแก้วใสเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะผู้รับผลประโยชน์"
จิตติพัฒน์ถึงกับกุมขมับ เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังพังทลายลงตรงหน้า เขาเพิ่งจะรอดพ้นจากการถูกข่มขู่ของคุณวิวัฒน์มาหมาดๆ แต่กลับมีเรื่องที่ร้ายแรงกว่ารออยู่เบื้องหน้า
"คุณแน่ใจเหรอครับ" จิตติพัฒน์ถามเสียงสั่น "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"ผมก็ไม่ทราบแน่ชัดครับ" ทนายความตอบ "แต่ธนาคารกลางยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจน และกำลังจะมีการดำเนินคดีในเร็วๆ นี้"
จิตติพัฒน์รีบโทรศัพท์หานิรชาทันที "คุณนิรชา ผมมีเรื่องด่วนมาก"
หลังจากที่นิรชาได้รับทราบเรื่อง เธอรีบตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวของเธออย่างรวดเร็ว
"คุณจิตติพัฒน์คะ" นิรชาโทรกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวลอย่างชัดเจน "แหล่งข่าวของฉันแจ้งว่า คุณวิวัฒน์ไม่ใช่คนเดียวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
"หมายความว่ายังไงครับ" จิตติพัฒน์ถาม
"มีกลุ่มนักลงทุนบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ ได้ร่วมมือกับคุณวิวัฒน์" นิรชาอธิบาย "พวกเขาได้รวบรวมหลักฐาน และตัดสินใจที่จะเปิดโปงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการคืน"
"แล้วเรื่องเอกสารปลอมล่ะครับ" จิตติพัฒน์ถาม
"ดูเหมือนว่า ในตอนแรกคุณวิวัฒน์จะพยายามใช้เอกสารปลอมเพื่อบีบบังคับเรา" นิรชาตอบ "แต่เมื่อเห็นว่าเราไม่ยอมง่ายๆ และเขาเองก็กำลังจะถูกเปิดโปงเรื่องจริง เขาจึงตัดสินใจเปิดเผยหลักฐานจริงทั้งหมด"
"หลักฐานจริง..." จิตติพัฒน์พึมพำ "แล้วทำไมถึงมีชื่อแก้วใสเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย"
"แหล่งข่าวบอกว่า บิดาของคุณแก้วใสได้ทำการโอนเงินบางส่วนให้กับแก้วใสในช่วงที่เขาเริ่มมีปัญหาทางการเงิน" นิรชาอธิบาย "ซึ่งเงินจำนวนนั้น อาจจะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ไม่ชอบมาพากล"
จิตติพัฒน์หลับตาลง รู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องจะซับซ้อนและอันตรายถึงขนาดนี้ การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
"เราต้องทำอะไรสักอย่าง" จิตติพัฒน์กล่าว "เราต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแก้วใส"
"ฉันจะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ" นิรชาตอบ "แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่เราคาดไว้มาก"
จิตติพัฒน์มองออกไปนอกหน้าต่าง เขารู้สึกได้ถึงความจริงที่กำลังปรากฏออกมา และมันก็กำลังจะสร้างพายุลูกใหม่ที่อาจจะพัดพาทุกอย่างให้พังทลายลงได้
4,426 ตัวอักษร