ตอนที่ 4 — แผนงานลับและสายตาที่จับจ้อง
วันเวลาหมุนเวียนไป จิตติพัฒน์และนิรชายังคงรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวและการทำงานอย่างแนบเนียนในที่ทำงาน แต่ภายใต้รอยยิ้มและความเป็นมืออาชีพนั้น มีความซับซ้อนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จิตติพัฒน์เริ่มมอบหมายโปรเจกต์สำคัญบางอย่างให้กับนิรชาโดยตรง โดยไม่ผ่านกระบวนการปกติของบริษัทมากนัก เป็นโปรเจกต์ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจที่รวดเร็วและความลับสูงสุด ซึ่งทำให้แผนงานเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องที่คนในบริษัทไม่ค่อยจะรับรู้
"นิรชา ผมมีงานชิ้นหนึ่งอยากจะให้เธอรับผิดชอบโดยตรง" จิตติพัฒน์กล่าว ขณะที่ทั้งสองกำลังหารือกันในห้องทำงานส่วนตัวของเขาในช่วงเย็นที่พนักงานส่วนใหญ่เดินทางกลับกันหมดแล้ว แสงไฟสีส้มนวลของโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า "เป็นเรื่องการควบรวมกิจการกับบริษัทคู่แข่งรายหนึ่ง เป็นดีลที่ละเอียดอ่อนมาก และผมต้องการคนที่ผมไว้ใจที่สุดจริงๆ"
นิรชามองหน้าจิตติพัฒน์ ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความท้าทายและความมุ่งมั่น "ฉันเข้าใจค่ะคุณภาค ฉันจะทำให้ดีที่สุด"
"ผมรู้ว่าเธอทำได้" จิตติพัฒน์ยิ้มอย่างอ่อนโยน "แต่ต้องระวังเป็นพิเศษนะ ดีลนี้มีผลต่ออนาคตของบริษัทเราอย่างมาก และเราต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้ถึงที่สุด"
"แล้วแก้วใสล่ะคะ" นิรชาถาม ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสงสัยเล็กน้อย "เธอจะรับรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า"
จิตติพัฒน์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบ "แก้วใสจะช่วยจัดการในส่วนที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นและตารางงานของผมเท่านั้น ส่วนรายละเอียดสำคัญทั้งหมด จะมีเพียงเราสองคนที่รู้"
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของนิรชาบีบรัดอย่างอธิบายไม่ได้ เธอเข้าใจดีว่าจิตติพัฒน์กำลังพยายามปกป้องเธอ และเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดคิดถึงแก้วใสไม่ได้ หญิงสาวที่ดูอ่อนแอและไร้เดียงสานั่นกำลังถูกจำกัดบทบาทให้รับรู้เพียงส่วนเล็กๆ ของเกมการเมืองครั้งใหญ่นี้
"คุณภาคคะ" นิรชาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ฉันแค่อยากจะถามว่า...เรากำลังเดินมาถูกทางจริงๆ หรือคะ"
จิตติพัฒน์โน้มตัวไปข้างหน้า วางมือบนหลังมือของนิรชาที่วางอยู่บนโต๊ะ "ผมเชื่อมั่นในตัวเธอ นิรชา เรากำลังจะสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน"
"แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาด..." นิรชาพยายามจะพูดต่อ แต่จิตติพัฒน์ก็ขัดขึ้น
"จะไม่มีอะไรผิดพลาด" จิตติพัฒน์ยืนยันหนักแน่น "ผมจะไม่ยอมให้มันผิดพลาดเด็ดขาด"
ขณะเดียวกัน ที่แผนกพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ แก้วใสยังคงทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวของจิตติพัฒน์อย่างขยันขันแข็ง เธอจัดการตารางงาน จัดเตรียมเอกสาร และคอยประสานงานเล็กๆ น้อยๆ เธอรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในบริษัท พนักงานบางคนเริ่มซุบซิบกันเกี่ยวกับโปรเจกต์ลับบางอย่างที่ผู้บริหารระดับสูงกำลังดำเนินการอยู่ แต่เธอก็ไม่ได้รับรู้รายละเอียดใดๆ
"คุณนิรชาคะ" แก้วใสเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะทำงาน ในมือถือแฟ้มเอกสาร "ดิฉันอยากจะขอคำแนะนำเรื่องการเตรียมข้อมูลสำหรับโปรเจกต์ใหม่ค่ะ ท่านภาคบอกว่าให้ดิฉันช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตลาดในแถบยุโรปตะวันออก แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าควรจะเน้นส่วนไหนเป็นพิเศษ"
นิรชายิ้มอย่างอ่อนโยน "อืม...สำหรับตลาดแถบนั้น เราควรเน้นไปที่กำลังซื้อของผู้บริโภค กลุ่มเป้าหมายหลัก และกฎระเบียบทางการค้าที่อาจเป็นอุปสรรค ลองดูข้อมูลจากธนาคารโลก หรือ IMF ก็ได้นะ น่าจะมีประโยชน์"
"ขอบคุณมากค่ะคุณนิรชา" แก้วใสยิ้มกว้าง "คุณนี่เก่งจริงๆ เลยนะคะ ดิฉันยังอีกไกลเลยค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกแก้วใส" นิรชารู้สึกประทับใจในความตั้งใจของแก้วใส "ทุกคนก็เริ่มต้นจากจุดนี้แหละ ค่อยๆ เรียนรู้ไปนะ"
แต่เมื่อแก้วใสเดินจากไป นิรชาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จิตติพัฒน์จะสามารถรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ของพวกเขากับผลประโยชน์ของบริษัทได้อย่างไร การตัดสินใจของเขาดูเหมือนจะถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความเชื่อมั่นในตัวเธอเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่หลวง
วันหนึ่ง ในขณะที่นิรชากำลังง่วนอยู่กับเอกสารลับเกี่ยวกับดีลควบรวมกิจการ จิตติพัฒน์ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอด้วยท่าทีเร่งรีบ
"นิรชา มีคนกำลังสงสัยเรื่องโปรเจกต์นี้" จิตติพัฒน์กล่าวเสียงเครียด "ผมได้รับรายงานว่ามีพนักงานบางคนพยายามจะสืบหาข้อมูล"
นิรชาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ "ใครคะ"
"ผมยังไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มว่าจะเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย" จิตติพัฒน์เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย "เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น"
"แล้วแก้วใสล่ะคะ เธอรู้เรื่องอะไรบ้าง" นิรชาถามอย่างกังวล
"เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับดีลนี้" จิตติพัฒน์ย้ำ "ผมมั่นใจในตัวเธอ"
"แต่ถ้าเธอถูกกดดันล่ะคะ" นิรชาแย้ง "ถ้ามีใครพยายามจะเค้นข้อมูลจากเธอ"
จิตติพัฒน์หยุดเดิน และหันมามองนิรชา ดวงตาของเขามีแววของความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "ผมจะจัดการเอง"
"คุณภาคคะ" นิรชาเดินเข้าไปหาเขา "เราสองคนต้องวางแผนให้ดีกว่านี้ เราไม่สามารถปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเรามาเป็นจุดอ่อนได้"
จิตติพัฒน์จับมือของนิรชาไว้ "ผมรู้"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ" นิรชาถาม
"เราจะเดินหน้าต่อไป" จิตติพัฒน์ตอบ "แต่เราจะระวังตัวมากขึ้น และผมจะพยายามจำกัดขอบเขตการรับรู้ของคนอื่นให้ได้มากที่สุด"
เขาโน้มตัวลงจูบนิรชาเบาๆ "ผมรักเธอ นิรชา"
นิรชาตอบรับจูบนั้น ก่อนจะถอนตัวออกมา "ฉันก็รักคุณค่ะคุณภาค แต่เราต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันให้ได้จริงๆ"
ในขณะเดียวกัน แก้วใสที่เพิ่งกลับมาจากการประชุมกับฝ่ายบัญชี ก็สังเกตเห็นว่าโต๊ะทำงานของนิรชามีเอกสารบางอย่างที่ดูแตกต่างจากปกติ เธอเห็นเพียงบางส่วนของเอกสารที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทคู่แข่งปรากฏอยู่ แก้วใสรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม เธอเพียงแต่เก็บข้อมูลนั้นไว้ในใจ
"คุณนิรชาคะ" แก้วใสเดินเข้ามาหา "มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ"
นิรชายิ้มอย่างเป็นมิตร "ไม่มีอะไรมากจ้ะ แค่กำลังตรวจสอบข้อมูลบางอย่างอยู่"
"ค่ะ" แก้วใสพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในบริษัท แต่เธอยังไม่เข้าใจทั้งหมด
จิตติพัฒน์เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของเขา ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขารู้ดีว่ายิ่งโปรเจกต์ดำเนินไปมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และเขาก็ต้องหาวิธีที่จะปกป้องทั้งนิรชาและบริษัทไปพร้อมๆ กัน
4,993 ตัวอักษร