รักซ้อนในบริษัท

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — ความจริงที่ต้องแบกรับ

จิตติพัฒน์นั่งนิ่ง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ในแววตาฉายแววเหนื่อยล้า การเผชิญหน้ากับคณะกรรมการบริหารเมื่อครู่ทำให้เขาแทบจะหมดแรง "คุณจิตติพัฒน์ครับ" เสียงของศาสตรา กรรมการอาวุโสคนหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "การตัดสินใจของคุณกำลังนำพาบริษัทไปสู่ความเสี่ยง เราไม่สามารถยอมรับการดำเนินงานที่เต็มไปด้วยความลับเช่นนี้ได้อีกต่อไป" "ผมเข้าใจในข้อกังวลของท่านครับ" จิตติพัฒน์ตอบเสียงเรียบ "แต่ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่ผมทำมีเหตุผลและเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทในระยะยาว" "เหตุผลของคุณคืออะไร" สุชาดา กรรมการอีกคนถามขึ้น เสียงของเธอเจือด้วยความไม่พอใจ "การซื้อขายหุ้นมูลค่ามหาศาล การประชุมลับนอกรอบ หรือการไล่ออกพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยข่าว จนทำให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สิ่งเหล่านี้คือผลประโยชน์สูงสุดที่คุณว่าอย่างนั้นหรือ" "การรักษาความลับในสถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดครับ" จิตติพัฒน์อธิบาย "หากข่าวการควบรวมกิจการรั่วไหลออกไปก่อนเวลาอันควร คู่แข่งของเราจะเตรียมการรับมือ และเราจะเสียเปรียบอย่างมาก" "แต่การเสียสละความเชื่อมั่นของพนักงาน การสร้างบรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจ นั่นก็คือการสูญเสียเช่นกัน" ศาสตรากล่าวเสริม "เรากำลังมองเห็นภาพอนาคตที่ไม่แน่นอนภายใต้การนำของคุณ" จิตติพัฒน์กัดฟันแน่น เขาต่อสู้กับความรู้สึกอยากระเบิดอารมณ์ออกมา แต่เขารู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เขาต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ "ผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือนครับ" เขาเอ่ย "หากภายในหนึ่งเดือนนี้ การเจรจาไม่คืบหน้าตามที่ผมคาดหวัง ท่านสามารถพิจารณาการตัดสินใจของท่านได้เต็มที่" ศาสตรามองจิตติพัฒน์นิ่ง ก่อนจะหันไปมองกรรมการคนอื่นๆ "คุณมีเวลาหนึ่งเดือน คุณจิตติพัฒน์" เขาพูดเน้นคำ "แต่เราจะไม่ยอมให้ความลับใดๆ มาบั่นทอนความเชื่อมั่นขององค์กรอีกต่อไป" บทสนทนาในห้องประชุมจบลงด้วยความตึงเครียด จิตติพัฒน์ลุกขึ้นยืน ท่าทางของเขาดูอ่อนล้าลงไปกว่าเดิม เขาเดินออกจากห้องประชุม ทิ้งให้คณะกรรมการบริหารจับจ้องตามหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังขา เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานของตนเอง จิตติพัฒน์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ เขากุมขมับแน่น ภาพใบหน้าของแก้วใสลอยเข้ามาในความคิด เธอคงจะเจ็บปวดและสับสนมากแน่ๆ ที่รู้ความจริงทั้งหมด เขาไม่เคยต้องการให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เลย เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น "เข้ามา" จิตติพัฒน์เอ่ยโดยไม่ลุกขึ้น นิรชาเดินเข้ามาในห้อง เธอมองเห็นสภาพของจิตติพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าการประชุมเมื่อครู่คงจะหนักหนาสาหัส "เป็นไงบ้างคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จิตติพัฒน์ถอนหายใจยาว "ก็อย่างที่คิด...พวกเขาเริ่มไม่ไว้ใจผมแล้ว" "แล้วคุณบอกอะไรพวกเขาไปบ้าง" นิรชาถามพลางเดินเข้าไปใกล้ ยื่นแก้วน้ำให้เขา "ผมขอเวลาอีกหนึ่งเดือน" จิตติพัฒน์ตอบ "และผมก็ต้องรับปากว่าจะไม่ให้ความลับใดๆ รั่วไหลไปมากกว่านี้อีก" นิรชาพยักหน้า "แล้วเรื่องแก้วใสล่ะคะ คุณบอกเธอแล้วใช่ไหม" จิตติพัฒน์หันไปมองหน้านิรชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจ "ผมบอกเธอไปแล้ว...เธอเสียใจมาก" "ฉันเข้าใจเธอ" นิรชาถอนหายใจ "ใครก็ตามที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน" "ผมไม่รู้ว่าผมตัดสินใจถูกไหมที่ดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" จิตติพัฒน์พูดเสียงเครือ "ผมแค่อยากให้เธอได้เรียนรู้ ได้เติบโต แต่สุดท้าย ผมกลับสร้างแต่ความเจ็บปวดให้กับเธอ" "มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ" นิรชาเดินเข้าไปหาเขา วางมือบนไหล่ของเขาเบาๆ "คุณกำลังทำเพื่อบริษัท กำลังทำเพื่ออนาคตของเราทุกคน และบางที...การที่เธอรู้ความจริงทั้งหมด อาจจะดีกว่าการที่เธอไม่รู้อะไรเลยก็ได้" "แต่ผมกลัวว่า...เธอจะมองผมเปลี่ยนไป" จิตติพัฒน์ยอมรับ "กลัวว่าเธอจะเกลียดผม" "แก้วใสเป็นคนฉลาดและเข้าใจคนค่ะ" นิรชาปลอบ "เธออาจจะเสียใจในตอนนี้ แต่สักวันหนึ่ง เธอจะเข้าใจ" "ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น" จิตติพัฒน์กล่าว "ตอนนี้ผมต้องหาทางให้การเจรจาคืบหน้าเร็วขึ้น ผมไม่มีเวลามาอธิบายอะไรให้ใครฟังอีกแล้ว" "ฉันจะช่วยคุณค่ะ" นิรชามั่นใจ "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" จิตติพัฒน์หันไปมองหน้านิรชา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา "ขอบคุณนะนิรชา" “ไม่ต้องห่วงค่ะ” นิรชายิ้มตอบ “เรื่องที่ต้องทำมันมีเยอะ เราต้องมีสมาธิ” “เรื่องแก้วใส...ฉันจะเข้าไปคุยกับเธออีกครั้ง” นิรชาเสนอ “ฉันจะพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ” “ขอบคุณมาก” จิตติพัฒน์กล่าว “ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย” “ไม่เป็นไรค่ะ” นิรชาตอบ “เอาล่ะ ตอนนี้เรามาดูเอกสารของฝ่ายกฎหมายกันดีกว่า” ทั้งสองเริ่มก้มลงมองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน จิตติพัฒน์รวบรวมสติทั้งหมดที่มี เขาต้องทำให้ได้ เขาต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อบริษัท เพื่อตัวเอง และเพื่อคนที่เขารัก

3,799 ตัวอักษร