ตอนที่ 7 — ความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน
หลังจากวันนั้น บรรยากาศระหว่างน้ำกับภาคินก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดที่เคยปกคลุมห้องทำงานของน้ำ ได้จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังค่อยๆ กลืนกินความขุ่นเคืองและความเจ็บปวดในอดีต แต่มันก็ยังคงมีกำแพงบางๆ กั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง กำแพงที่สร้างขึ้นจากบาดแผลและความไม่ไว้ใจที่สั่งสมมานานหลายปี
น้ำพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจของภาคินในอดีต แม้จะเจ็บปวด แต่มันก็มีเหตุผลของมันเอง การเผชิญหน้ากับอันตรายที่เขาต้องพบเจอ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นใจ ยิ่งภาคินยืนยันว่าชาญวิทย์อาจยังเป็นภัยคุกคาม น้ำก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
"คุณแน่ใจนะ ภาคิน ว่าคุณมีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหาคุณชาญวิทย์" น้ำถามขณะที่พวกเขากำลังเดินออกจากอาคารสำนักงาน ยามเย็นของวันนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม มีเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล "ถ้าคุณกล่าวหาเขาโดยไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ อาจจะเป็นปัญหาตามมาได้นะ"
ภาคินเหลือบมองน้ำ สีหน้าจริงจัง "ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง น้ำ แต่ฉันไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่ได้มาจากอดีตคนสนิทของชาญวิทย์ เขาติดต่อมาหาฉันหลังจากที่ฉันกลับมา เขาบอกว่ามีบางอย่างที่อยากจะเปิดเผยเกี่ยวกับแผนการของชาญวิทย์"
"แล้วเขาบอกอะไรบ้าง" น้ำถามอย่างสนใจ เธอก้าวเดินเคียงข้างเขาไปตามทางเท้าที่เริ่มมีผู้คนบางตา "มันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนหรือเปล่า"
"ใช่... มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นโดยตรง" ภาคินตอบ "เขาบอกว่าชาญวิทย์เป็นคนบงการทุกอย่าง เพื่อให้ฉันต้องล้มละลายและออกจากประเทศไป การล้มละลายของบริษัทฉันตอนนั้น มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางธุรกิจ แต่มันคือแผนการที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล"
น้ำเงียบไป เธอพยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจ แต่ก็มีเหตุผลรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน "แล้วคนคนนั้น... เขาทำไมถึงยอมบอกคุณล่ะ"
"เขาบอกว่าเขาสำนึกผิด" ภาคินหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับน้ำ "เขารู้สึกผิดที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนั้น และเขาไม่อยากเห็นชาญวิทย์ทำลายชีวิตของคนอื่นไปมากกว่านี้ เขาบอกว่ามีเอกสารบางอย่างที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่เขากลัวมากเกินกว่าจะนำออกมาเอง เขาเลยอยากจะมอบหมายให้ฉันเป็นคนจัดการ"
"แล้วคุณได้เจอเขาแล้วเหรอ" น้ำถามต่อ "คุณได้เอกสารนั่นมาแล้วหรือยัง"
ภาคินส่ายหน้า "ยัง... เขาขอนัดเจอฉันในที่ลับตาคน และให้ฉันไปคนเดียว ฉันคิดว่าเราจะเจอกันพรุ่งนี้"
"คุณต้องระวังตัวนะ ภาคิน" น้ำจับแขนเขาเบาๆ "อย่าประมาทเด็ดขาด ถ้าชาญวิทย์รู้ตัวว่าคนของเขาคิดจะหักหลัง เขาอาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงก็ได้"
"ฉันรู้... ฉันจะระวังให้มากที่สุด" ภาคินมองน้ำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "ฉันจะไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเด็ดขาด"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของน้ำเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ความรู้สึกปลอดภัยที่ได้ยินจากน้ำเสียงของเขา มันเป็นความรู้สึกที่เธอโหยหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ขอบคุณนะ ภาคิน" เธอพูดเสียงเบา
พวกเขาเดินต่อไปเงียบๆ จนกระทั่งถึงรถของภาคิน "พรุ่งนี้... ฉันจะลองติดต่อคุณอีกครั้ง หลังจากที่ฉันได้เจอคนคนนั้น" ภาคินกล่าวขณะที่เปิดประตูรถให้
"ได้ค่ะ" น้ำตอบ "เดินทางปลอดภัยนะ"
ภาคินพยักหน้าก่อนจะขับรถออกไป ทิ้งให้น้ำยืนมองรถของเขาจนลับสายตา ท้องฟ้าเริ่มเทลงมาเป็นเม็ดฝนเล็กๆ น้ำรีบเดินไปที่รถของเธอ พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้ในเร็ววัน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัด คือความรู้สึกของเธอที่มีต่อภาคินกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้ำพยายามสร้างชีวิตใหม่ สร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง เธอประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนเป็นที่ยอมรับในวงการ เธอมีเพื่อน มีสังคม แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เธอก็ยังคงมีพื้นที่ว่างสำหรับใครบางคนเสมอ และเมื่อภาคินกลับมา พร้อมกับคำอธิบายที่ทำให้เธอต้องมองเขาในมุมที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกที่เคยถูกผนึกไว้ ก็เริ่มถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
คืนนั้น น้ำนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง นึกถึงคำพูดของภาคิน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสงสาร ความเห็นใจ และความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อเขา เธอคิดถึงวันที่เขาจากไป วันที่เธอเสียใจมากที่สุด วันที่คิดว่าโลกทั้งใบของเธอได้พังทลายลง
"ทำไม... ทำไมคุณถึงไม่เคยบอกฉันเลยนะ ภาคิน" เธอพึมพำกับตัวเอง "ถ้าคุณบอกฉันตอนนั้น... เราคงไม่ต้องเจ็บปวดกันขนาดนี้"
เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะย้อนเวลากลับไป แต่การได้รู้ความจริงในวันนี้ มันทำให้เธอค่อยๆ ปลดเปลื้องภาระที่แบกรับมานานหลายปี ความไม่เข้าใจ ความสงสัย มันได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่านั้น
เช้าวันต่อมา น้ำมาถึงออฟฟิศด้วยความรู้สึกที่ยังคงอึมครึม เธอยังคงคิดถึงเรื่องของภาคินและชาญวิทย์ เธอไม่แน่ใจว่าความจริงจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เธอรู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างแน่นอน
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณน้ำ" พนักงานคนหนึ่งทักทายเธอเมื่อเธอเดินเข้ามาในออฟฟิศ
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ" น้ำตอบรับพร้อมรอยยิ้มจางๆ เธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเธอ และเริ่มจัดการกับงานที่ค้างอยู่ แต่ในใจของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องของภาคิน
ภาคินโทรศัพท์มาหาเธอในช่วงสาย "น้ำ... ฉัน... ได้เจอคนคนนั้นแล้ว" เสียงของเขาฟังดูเครียดกว่าปกติ
"แล้ว... เป็นยังไงบ้างคะ" น้ำถามอย่างใจจดใจจ่อ
"เขา... เขาเอาเอกสารมาให้ฉันจริงๆ" ภาคินตอบ "มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนมาก... เกี่ยวกับแผนการของชาญวิทย์"
น้ำถอนหายใจอย่างโล่งอก "ดีจังเลยค่ะ แล้ว... เขาปลอดภัยดีไหม"
"เขา... เขาตัดสินใจที่จะ... หายตัวไปจากที่นี่" ภาคินอธิบาย "เขาบอกว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว เขาขอให้ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และใช้หลักฐานนี้จัดการกับชาญวิทย์"
"แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ" น้ำถาม
"ฉัน... จะต้องแจ้งตำรวจ" ภาคินกล่าว "แต่ก่อนอื่น... ฉันอยากจะให้แน่ใจว่า... ชาญวิทย์... จะไม่สามารถ... ทำอะไร... ที่เลวร้าย... ไปกว่านี้... ได้อีก"
"คุณหมายถึงอะไรคะ" น้ำถามด้วยความกังวล
"ฉัน... จะต้อง... หาทาง... ทำให้เขา... หยุด... ก่อนที่เขา... จะรู้ตัว" ภาคินตอบ "ฉัน... ไม่สามารถ... ปล่อยให้เขา... ทำร้าย... ใคร... ได้อีก"
น้ำรู้สึกใจหายวาบ "ภาคิน... คุณ... อย่าทำอะไรที่เสี่ยงเกินไปนะ"
"ฉันจะระวัง... และฉันจะทำทุกอย่าง... เพื่อปกป้องเธอ" ภาคินย้ำ
บทสนทนาสิ้นสุดลง น้ำวางสายโทรศัพท์ลง เธอรู้สึกใจคอไม่ดีเลย การเผชิญหน้ากับชาญวิทย์อาจจะอันตรายเกินไปกว่าที่เธอและภาคินคิดไว้
5,248 ตัวอักษร