ตอนที่ 4 — ความลับในงานเลี้ยงสังสรรค์
แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลส่องสะท้อนไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลภัทรเมธา เสียงหัวเราะและบทสนทนาอันเจือด้วยเสียงดนตรีคลอเบาๆ ดังเซ็งแซ่ไปทั่วงานเลี้ยงสังสรรค์ช่วงเย็นที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา ภาวินีในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเข้มที่เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนสวย ยืนอยู่ข้างกายกวินท์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้คนมากมายที่มองมาที่เธอด้วยสายตาที่หลากหลาย บางสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย บางสายตาฉายแววชื่นชม และบางสายตา... ก็แฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตร
“คุณภาวินีครับ สวยมากเลยครับ” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทสีเทาเดินเข้ามาหา พร้อมกับยื่นมือมาทักทาย “ผม ธวัชชัย ครับ เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับคุณกวินท์”
ภาวินีส่งยิ้มหวานตอบรับ “ขอบคุณค่ะ คุณธวัชชัย” เธอรับมือที่ยื่นมาสัมผัสกันอย่างนุ่มนวล
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ธวัชชัยกล่าว “ได้ข่าวว่าคุณกับคุณกวินท์เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์กันไป ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ” ภาวินีตอบ พลางเหลือบมองกวินท์ที่ยืนยิ้มเย็นอยู่ข้างๆ ราวกับเขาเป็นเจ้าของงานเลี้ยงทั้งหมด
“คุณภาวินีเองก็เก่งไม่เบาเลยนะครับที่สามารถจับคุณกวินท์ได้” ธวัชชัยพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ภาวินีรู้สึกเหมือนโดนแทงเสียดแทงใจ เธอพยายามเก็บสีหน้า แต่กวินท์กลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“คุณธวัชชัยก็พูดเกินไปครับ” กวินท์พูดขึ้นเสียงเรียบ “ภรรยาผมเธอมีเสน่ห์ใครๆ ก็หลงรัก”
“นั่นสิครับ” ธวัชชัยหัวเราะ “ผมเองก็เกือบจะหลงเสน่ห์คุณภาวินีแล้วเหมือนกัน” เขาพูดติดตลก แต่แววตาของเขากลับจับจ้องไปที่ภาวินีอย่างไม่วางตา
“เราขอตัวก่อนนะครับ” กวินท์พูดตัดบท พลางกุมมือของภาวินีไว้แน่น “มีแขกคนอื่นรออยู่”
เมื่อเดินออกมาจากวงสนทนา ภาวินีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “คุณธวัชชัยดูเหมือนจะเป็นคนเจ้าชู้นะคะ” เธอเอ่ยขึ้น
“อย่าไปใส่ใจเขาเลย” กวินท์ตอบ “เขาเป็นคนแบบนั้นแหละ”
“แต่เขาดูจะสนใจฉันมากเกินไปนะคะ” ภาวินีพูดอย่างไม่สบายใจ
“นั่นเป็นเพราะเธอสวย” กวินท์ตอบ พลางเหลือบมองเธอ “แต่ก็แค่สวยเท่านั้น”
คำพูดของเขาทำเอาภาวินีรู้สึกจุกที่อก เธอพยายามไม่แสดงออก แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ถ้าอย่างนั้นคุณกวินท์ก็ระวังไว้นะคะ เผื่อว่าจะมีใครมาฉกฉันไปจากคุณ” เธอแกล้งพูดประชด
กวินท์หัวเราะในลำคอ “ไม่มีทาง” เขาตอบ “เธอเป็นของฉัน”
คำว่า ‘ของฉัน’ ที่หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้หัวใจของภาวินีเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการหลอกลวง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของเขาก็มีผลต่อความรู้สึกของเธอ
“ขอโทษนะคะ ฉันขอกลับไปพักสักครู่ค่ะ” ภาวินีกล่าว “รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”
“ได้สิ” กวินท์ตอบ “ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉัน”
ภาวินีพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินปลีกตัวออกมาจากฝูงชน เธอเดินไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงบ มุ่งหน้าไปยังห้องเล็กๆ ที่อยู่ปีกอาคารด้านใน เพื่อหลบมาพักใจ
ขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูห้อง เธอก็ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังพูดคุยกันอยู่ เธอจึงหยุดยืนฟังอยู่ห่างๆ
“แผนการทุกอย่างยังคงเป็นไปตามที่เราวางไว้ใช่ไหม” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งถาม
“แน่นอน” เสียงผู้ชายตอบ “คุณภาวินีจะไม่มีทางรู้ความจริง”
“ดีมาก” เสียงผู้หญิงกล่าว “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างมา”
ภาวินีขมวดคิ้ว เธอจำเสียงของผู้ชายได้ มันคือเสียงของกวินท์! และเสียงผู้หญิงคนนั้น… เธอเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“แล้วเรื่องของคู่แข่งของเราล่ะ” เสียงผู้หญิงถามต่อ
“ใกล้แล้ว” กวินท์ตอบ “อีกไม่นานเราก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
“ฉันจะเชื่อใจเธออีกครั้ง” เสียงผู้หญิงกล่าว “แต่ถ้าเธอทำให้ฉันผิดหวังอีก…”
“ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” กวินท์พูดเสียงหนักแน่น
ภาวินีรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เธอไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น กวินท์กำลังวางแผนอะไรอยู่กับผู้หญิงคนนั้น? แล้วทำไมเขาถึงโกหกเธอ?
เธอค่อยๆ ผลักประตูออกไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ กวินท์กำลังยืนหันหลังให้เธอ ใบหน้าของเขากำลังเงยขึ้นสบตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ผู้หญิงคนนั้น… คือแซลลี่ เลขาส่วนตัวของเขา!
“คุณ…” ภาวินีอุทานออกมาเสียงเบา
กวินท์และแซลลี่หันขวับมามองเธอพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือดราวกับเห็นผี
“คุณภาวินี…” แซลลี่เอ่ยเสียงสั่น
“เธอมาทำอะไรที่นี่” กวินท์ถามเสียงเย็นชา พยายามควบคุมอารมณ์
“ฉัน… ฉันแค่มาพักค่ะ” ภาวินีพยายามตอบเสียงให้ปกติที่สุด “แต่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของคุณสองคน”
“คุณฟังผิดไปหมดแล้ว” กวินท์พูดเร็ว “เราแค่คุยเรื่องธุรกิจ”
“ธุรกิจที่เกี่ยวกับใครคะ” ภาวินีถามเสียงแข็ง “ธุรกิจที่เกี่ยวกับคู่แข่งของคุณ? หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับฉัน?”
แซลลี่ก้าวเข้ามาจะอธิบาย แต่กวินท์กลับยกมือห้ามไว้ “คุณภาวินี คุณเข้าใจผิดแล้ว”
“ฉันเข้าใจผิดอะไรคะ” ภาวินีถาม “ฉันเห็นคุณกับคุณแซลลี่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ และฉันก็รู้สึกได้ว่ามันเกี่ยวกับฉัน”
“ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่” กวินท์พูดเสียงเข้ม “เธอคิดมากไปเอง”
“คิดมาก?” ภาวินีหัวเราะเยาะ “ฉันไม่คิดมากค่ะ ฉันได้ยินทุกอย่างที่พูดกัน คุณกำลังหลอกฉันอยู่ใช่ไหมคะ คุณกวินท์”
“เธอจะกล่าวหาฉันแบบนี้ไม่ได้นะ” กวินท์พูด พลางก้าวเข้ามาใกล้เธอ “เธอไม่มีสิทธิ์”
“แล้วอะไรคือสิทธิ์ของฉันคะ” ภาวินีถาม “การแต่งงานครั้งนี้มันไม่ใช่ความสมัครใจของฉัน แต่ฉันก็ยอมทำตามที่คุณต้องการ! เพื่อครอบครัวของฉัน! แต่คุณกลับเอาฉันมาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นใครบางคนอย่างนั้นเหรอคะ!”
น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มของเธอ ภาวินีรู้สึกผิดหวังและเสียใจอย่างสุดซึ้ง
“คุณ… คุณรู้เรื่องนี้แล้วเหรอ” กวินท์ถามเสียงแผ่วเบา
“รู้ได้ไงคะ” ภาวินีสวนกลับ “คุณคิดว่าฉันจะโง่เง่าจนไม่รู้เลยเหรอคะ”
แซลลี่มองภาวินีด้วยความสงสาร “คุณภาวินีคะ ฉันขอโทษแทนคุณกวินท์ด้วยนะคะ”
“ขอโทษ?” ภาวินีหันไปมองแซลลี่ “แล้วใครจะรับผิดชอบความรู้สึกของฉันคะ”
“ผมจะรับผิดชอบ” กวินท์พูดเสียงหนักแน่น “แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา”
“ไม่ใช่เวลา?” ภาวินีถาม “แล้วเมื่อไหร่คือเวลาที่คุณจะบอกความจริงกับฉันคะ”
“เมื่อทุกอย่างจบ” กวินท์ตอบ
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณอีกแล้ว!” ภาวินีตะโกน พลางหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องนั้น ทิ้งให้กวินท์และแซลลี่ยืนนิ่งอึ้งอยู่เบื้องหลัง
4,980 ตัวอักษร