ตอนที่ 5 — ความรู้สึกที่ยากจะปฏิเสธ
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตสีดำเข้มที่กวินท์กำลังขับอยู่ อึดอัดราวกับอากาศจะถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ภาวินีที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตักอย่างไม่วางตา เธอพยายามควบคุมน้ำตาที่ยังคงเอ่อคลออยู่ แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
“ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันกำลังหลอกเธอ” กวินท์ถาม น้ำเสียงของเขาเบาลงกว่าปกติ แต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความแข็งกระด้าง
ภาวินีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ฉันได้ยินคุณกับคุณแซลลี่คุยกันค่ะ”
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย “เธอได้ยินอะไรบ้าง”
“ได้ยินว่าคุณกำลังวางแผนแก้แค้นใครบางคน และฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนั้น” ภาวินีตอบเสียงสั่น
กวินท์ถอนหายใจยาว “มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ภาวินี”
“ซับซ้อนสำหรับคุณ แต่สำหรับฉัน มันคือการถูกหลอกลวง” ภาวินีพูด “ฉันยอมแต่งงานกับคุณเพราะคิดว่ามันคือทางเดียวที่จะช่วยครอบครัวของฉันได้ แต่ถ้าฉันรู้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการแก้แค้นของคุณ ฉันคงไม่ยอมทำเด็ดขาด”
“ฉันรู้” กวินท์ตอบ “ฉันขอโทษ”
คำขอโทษจากปากของกวินท์ ทำให้ภาวินีประหลาดใจ “คุณ… คุณขอโทษ?”
“ใช่” กวินท์ตอบ “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องของฉัน”
“แล้วแผนการแก้แค้นของคุณล่ะคะ” ภาวินีถาม “คุณกำลังจะแก้แค้นใคร”
กวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “คนที่ทำลายธุรกิจของพ่อฉัน”
“พ่อของคุณ?” ภาวินีทวนคำ “แต่… ฉันคิดว่าคุณไม่มีครอบครัวแล้ว”
“ฉันมี” กวินท์ตอบ “แต่เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว”
ภาวินีไม่รู้จะพูดอะไร เธอรู้สึกสับสนไปหมด เรื่องราวของกวินท์นั้นซับซ้อนกว่าที่เธอคิดไว้มาก
“คุณ… คุณต้องการให้ฉันทำอะไรต่อไปคะ” ภาวินีถาม
“ฉันต้องการให้เธออยู่เคียงข้างฉัน” กวินท์ตอบ “ในฐานะภรรยาของฉัน”
“แต่ฉันจะทำได้อย่างไรคะ ในเมื่อคุณยังโกหกฉันอยู่” ภาวินีถาม “ฉันไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ฉันไม่ไว้ใจได้”
“ฉันจะพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็น” กวินท์พูด “ฉันจะบอกความจริงทุกอย่างกับเธอ เมื่อถึงเวลาอันสมควร”
“เมื่อไหร่คือเวลาอันสมควรคะ” ภาวินีถาม
“เมื่อแผนของฉันสำเร็จ” กวินท์ตอบ “และเมื่อเธอพร้อมที่จะรับฟัง”
ภาวินีหลับตาลง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ความรู้สึกที่เธอมีต่อกวินท์นั้นซับซ้อนเหลือเกิน ในตอนแรก เธอเกลียดเขา เกลียดที่เขาบังคับเธอ เกลียดที่เขาเย็นชา แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างดึงดูดเธอเข้าหาเขา
“ฉัน… ฉันขอเวลาคิดนะคะ” ภาวินีกล่าว
กวินท์พยักหน้ารับ “ได้” เขาตอบ “ฉันจะรอ”
รถสปอร์ตแล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ ภาวินีลงจากรถอย่างเงียบๆ เธอเดินตรงไปยังห้องนอนของเธอทันที โดยไม่หันกลับไปมองกวินท์
เมื่อเข้ามาในห้อง ภาวินีก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เธอเอามือกุมหน้าผากตัวเอง รู้สึกปวดหัวไปหมด
“ทำไมเรื่องมันถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้นะ” เธอพร่ำพรรณนาออกมา “ฉันควรจะเชื่อใจเขา หรือควรจะหนีไปดี”
เธอจำได้ถึงตอนที่กวินท์ปกป้องเธอจากธวัชชัยในงานเลี้ยง เขาแสดงความเป็นเจ้าของเธออย่างชัดเจน และนั่นทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาด
“ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้” ภาวินีบอกตัวเอง “เขาคือคนที่ฉันแต่งงานด้วยเพราะความจำเป็น เขาคือคนที่กำลังวางแผนแก้แค้น”
แต่ถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองอย่างไร ความรู้สึกบางอย่างก็ยังคงก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เป็นความรู้สึกที่ยากจะปฏิเสธ
เช้าวันต่อมา ภาวินีตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังคงสับสน เธอเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้า แต่เมื่อเปิดตู้เย็น เธอก็พบว่ามีอาหารที่เตรียมไว้สำหรับเธออยู่เต็มไปหมด
“นี่มันอะไรกัน” ภาวินีพึมพำ
ทันใดนั้น เสียงของกวินท์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ฉันสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้เธอ”
ภาวินีหันไปมอง กวินท์ยืนพิงกรอบประตู มองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าปกติ “ฉันรู้ว่าเธอคงจะยังไม่หายดี”
“คุณ… ทำเพื่อฉันเหรอคะ” ภาวินีถาม
“แน่นอน” กวินท์ตอบ “เธอคือภรรยาของฉัน”
ภาวินีรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ เธอไม่เคยคาดคิดว่ากวินท์จะทำอะไรแบบนี้ให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ” ภาวินีกล่าว “ฉัน… ฉันจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นะคะ”
“ดี” กวินท์ยิ้ม “ฉันดีใจที่เธอคิดแบบนั้น”
เขาเดินเข้ามาหาเธอ แล้วยื่นมือมาลูบแก้มของเธอเบาๆ “เธอไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ภาวินี”
ภาวินีหลับตาลงรับสัมผัสของเขา รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างกาย
“ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ” กวินท์กระซิบ
ในตอนนั้น ภาวินีเริ่มรู้สึกว่าเธออาจจะกำลังตกหลุมรักผู้ชายที่เธอไม่ควรจะรัก
3,415 ตัวอักษร