ตอนที่ 2 — การกลับมาสู่โลกใบเดิม
ถนนที่ทอดยาวไปกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยรถราที่เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า แพรวากำมือแน่น จ้องมองพื้นถนนเบื้องหน้าโดยไม่กระพริบตา หัวใจเต้นแรงไม่หยุด เธอพยายามรวบรวมสติทุกอย่างที่มีเพื่อตั้งสติ แต่ภาพของธามในอดีต ความเจ็บปวดที่เคยมี และความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ ก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
“แพรวา... เธอต้องเข้มแข็งนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอขับรถมาเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง เธอก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
แพรวาจอดรถไว้ในที่จอดรถใต้ดิน ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ยังคงสั่นเทา เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามเตรียมใจก่อนจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
เมื่อเดินเข้าไปในโรงพยาบาล บรรยากาศที่คุ้นเคยแต่ก็แฝงไปด้วยความตึงเครียดทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เธอตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“ฉัน... ฉันมาเยี่ยมคุณธามครับ” เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก
พยาบาลสาวมองเธอด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะกดยืนยันข้อมูลลงบนคอมพิวเตอร์
“คุณธาม... อยู่ที่ห้องไอซียูค่ะ” พยาบาลสาวตอบ “ญาติรออยู่ข้างนอกนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
แพรวาเดินตามป้ายบอกทางไปยังห้องไอซียู หัวใจของเธอเต้นระรัว ยิ่งใกล้เข้าไปเท่าไหร่ ความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ
เมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียู เธอก็เห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยเงา ใบหน้าที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับธามอย่างน่าประหลาด
“คุณ...” แพรวาเอ่ยเรียกเสียงเบา
ชายคนนั้นหันมา ดวงตาสีเข้มจ้องมองมาที่เธออย่างเย็นชา
“เธอมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เป็นเสียงที่คุ้นเคย แต่กลับเย็นชาจนน่าใจหาย
“คุณ... คุณธาม?” แพรวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ชายตรงหน้าไม่ใช่ธาม แต่เป็นพี่ชายฝาแฝดของเขา ธามิน หรือที่ทุกคนเรียกเขาว่า “คุณธาม” เขาคือคนที่แพรวาพยายามหนีมาตลอดสิบปี
“คิดว่าจะได้เจอธามเลยเหรอ” ธามินพูดพลางหัวเราะในลำคอ “น่าเสียดายนะ เขาอยู่ที่นั่น”
เขาผายมือไปยังห้องไอซียูเบื้องหลัง
“แต่เธอก็ได้เจอฉัน ซึ่งเป็นคนที่เธอพยายามหนีมาตลอดเหมือนกัน”
แพรวาตัวแข็งทื่อ หายใจติดขัด เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอธามินอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้
“คุณ... คุณมาทำอะไรที่นี่” เธอถามเสียงสั่น
“ฉันก็มาดูน้องชายของฉันนี่แหละ” ธามินตอบ “แล้วเธอล่ะ มาทำอะไรที่นี่ หลังจากที่ทิ้งเขาไปสิบปี”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความประชดประชัน แพรวารู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำความผิดที่เธอแบกรับมาตลอด
“ฉัน... ฉันแค่เป็นห่วง” เธอตอบเสียงแผ่วเบา
“เป็นห่วงเหรอ” ธามินเดินเข้ามาใกล้ แววตาเย็นชาจ้องมองเธอเขม็ง “ตอนที่เขาเกือบจะเสียสติเพราะเธอ เธอไปอยู่ที่ไหน? ตอนที่เขาพยายามตามหาเธอทั่วบ้านทั่วเมือง เธอไปอยู่ที่ไหน?”
“ฉัน... ฉันไม่มีทางเลือก” แพรวาตอบ เสียงของเธอสั่นเครือ
“ไม่มีทางเลือก?” ธามินหัวเราะเบาๆ “คำแก้ตัวเดิมๆ ที่เธอเคยใช้สินะ”
“คุณ... คุณไม่เข้าใจ” แพรวาพูด
“ฉันเข้าใจดี” ธามินพูดแทรก “ฉันเข้าใจดีว่าเธอเป็นคนยังไง”
ทันใดนั้น ประตูห้องไอซียูก็เปิดออก พยาบาลคนหนึ่งเดินออกมา
“ญาติรออยู่ข้างนอกได้เลยค่ะ” พยาบาลแจ้ง
ธามินหันไปมองพยาบาล ก่อนจะหันกลับมามองแพรวา
“ตามมาสิ” เขากล่าว “อย่าทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
แพรวาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเดินตามธามินเข้าไปในห้อง
เมื่อเข้าไปในห้อง เธอก็เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ธามที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่อ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียว เส้นผมสีดำสนิทที่เคยเงางาม บัดนี้กลับดูยุ่งเหยิง มีเลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ศีรษะ
“ธาม...” แพรวาเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม
ธามที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนจะรับรู้ถึงการมาถึงของเธอ ดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นมาช้าๆ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนแรงและความเจ็บปวด
“แพรวา...” เสียงแหบแห้งของเขาดังขึ้นมาเบาๆ
แพรวารีบเดินเข้าไปหาธาม มือของเธอสั่นเทาขณะจะเอื้อมไปจับมือเขา
“คุณหมอขอคุยกับญาติค่ะ” พยาบาลพูดขึ้น
ธามินเดินไปคุยกับหมออย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพรวาอยู่กับธามเพียงลำพัง
“ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้” แพรวาถามน้ำเสียงสะอื้น
ธามพยายามยิ้มให้เธอ แม้จะดูฝืนเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรนะ... ฉันไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงเบา “แค่... แค่คิดถึงเธอ”
คำพูดนั้นทำเอาแพรวาแทบจะทนไม่ไหว เธอทรุดตัวลงข้างเตียง เอามือมากุมมือของธามไว้แน่น
“ฉัน... ฉันขอโทษนะธาม” เธอพูดเสียงสั่น “ฉันขอโทษที่ทิ้งเธอไป”
“ไม่เป็นไร... ฉันเข้าใจ” ธามพูด “เธอ... เธอหนีฉันมาตลอด”
“ฉัน... ฉันไม่ได้อยากหนี” แพรวาพูด “แต่... แต่ฉันทำไม่ได้”
“รู้แล้ว... รู้แล้ว” ธามพูดพลางบีบมือเธอเบาๆ
ธามินเดินกลับมาพร้อมกับหมอ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด
“หมอครับ” ธามินพูดกับหมอ “ญาติคนนี้... เธอเป็นคนสำคัญที่สุดของคุณธาม”
หมอพยักหน้า “ผมเข้าใจครับ”
“ตอนนี้... คุณธามต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนครับ” หมอพูดกับทั้งคู่ “แต่เราต้องการลายเซ็นยินยอมจากญาติที่ใกล้ชิดที่สุด”
แพรวาเงยหน้ามองหมออย่างตกใจ
“ฉัน... ฉันจะเป็นคนเซ็นเองค่ะ” เธอพูดเสียงหนักแน่น
ธามินมองแพรวาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“แน่ใจเหรอ?” เขาถาม
“แน่ใจค่ะ” แพรวาตอบ
แพรวาได้แต่หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะไม่นำพาหายนะมาสู่ชีวิตของเธออีกครั้ง
4,176 ตัวอักษร