คนที่ฉันหนีไม่พ้น

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — รอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย

แพรวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นฉายซ้ำไปมาในหัวจนแทบจะบ้าคลั่ง เสียงร้องไห้ เสียงตะโกนของผู้คน เสียงของเขา… ธามิน รอยแผลเป็นรูปกากบาทบนฝ่ามือซ้ายที่เกิดจากเศษแก้วแตกเมื่อหลายปีก่อน มันเหมือนจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง แม้จะผ่านไปหลายปี แต่ภาพอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง “คุณเป็นอะไรไป” เสียงของธามินดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้แพรวาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกุมฝ่ามือซ้ายไว้แนบอก หวังว่าเขาคงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ “เปล่าค่ะ… แค่รู้สึกไม่ค่อยสบาย” เธอตอบเสียงเบา พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด ธามินเดินเข้ามาใกล้ เขาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเหมือนจะมีความเป็นห่วงเจือปนอยู่ “คุณแน่ใจนะ ดูคุณซีดมาก” “ฉัน… ฉันอาจจะยังไม่ชินกับที่นี่” เธออ้างไปเรื่อย พยายามหลีกเลี่ยงการสบตาเขา “ที่นี่ใหญ่โตมาก มันทำให้ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย” “ไม่เป็นไรนะ” เขาว่า เสียงนุ่มนวล “ถ้าไม่สบายตรงไหน บอกได้เลยนะ” แพรวารู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ การอยู่ใกล้เขาแบบนี้มันทรมานเหลือเกิน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเขา สัมผัสลมหายใจของเขา หรือแม้แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ติดตัวเขามา มันเหมือนมีบางอย่างในตัวเธอที่กำลังถูกปลุกขึ้นมา และมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เธอพยายามจะฝังกลบมันมาตลอด “คุณ… คุณเคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ๆ ไหมคะ” เธอถามออกไปโดยไม่ทันคิด ความสงสัยมันถาโถมเข้ามาจนเธอทนไม่ไหว ธามินชะงักไปเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบผิดปกติ “ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ” “ก็… เมื่อกี้ฉันเห็นรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของคุณ” เธอแกล้งทำเป็นมองไปที่มือเขา “มันดูเหมือน… เหมือนเคยโดนของมีคมบาด” ธามินมองฝ่ามือตัวเองที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้ รอยแผลเป็นที่เธอพูดถึงนั้นเป็นรอยแผลเป็นเก่าที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน เขายิ้มบางๆ “นิดหน่อยน่ะ ไม่ได้มีอะไรสำคัญ” “แต่… มันดูเหมือนจะลึกนะคะ” แพรวายังคงถามเซ้าซี้ “คุณจำวันนั้นได้ไหม เกิดอะไรขึ้น” ธามินถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกสวน “มันเป็นอดีตที่ฉันไม่อยากจะนึกถึงเท่าไหร่” “ฉันเข้าใจค่ะ” เธอพูด “บางทีอดีตก็เหมือนเงา ที่ตามเราไปทุกที่” “แล้วเงาของคุณล่ะ ตามคุณไปถึงไหน” จู่ๆ ธามินก็หันมาถาม ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอ ราวกับจะอ่านใจเธอได้ แพรวารู้สึกเหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขา เธอเบือนหน้าหนี “ฉัน… ฉันหนีเงาของฉันมาตลอดชีวิตค่ะ” “แล้วตอนนี้ล่ะ” เขาเดินเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา “คุณยังจะหนีอยู่หรือเปล่า” หัวใจของแพรวาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแพ้ เขาเข้ามาใกล้เกินไป เกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว “คุณ… คุณหมายความว่ายังไง” “ผมหมายความว่า” ธามินก้มลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าของเธอมากจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดใบหน้า “คุณหนีผมมาตลอดชีวิต แต่สุดท้าย คุณก็ต้องกลับมาอยู่ตรงนี้ กับผม” คำพูดของเขาทำให้แพรวารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบคั้นอยู่ในลำคอ เธอไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไรดี ทุกอย่างมันซับซ้อนเกินไป เธอหนีเขามาเพราะอะไร เธอกลัวอะไร และตอนนี้ที่เธอกลับมาอยู่ตรงนี้ มันหมายความว่าอะไร “ฉัน… ฉันไม่ได้หนีคุณ” เธอพยายามพูดเสียงให้มั่นคงที่สุด “ฉันแค่… ต้องการชีวิตของฉันเอง” “ชีวิตของคุณ” ธามินยิ้มมุมปาก “ชีวิตของคุณก็คือชีวิตของผมอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” “ไม่ค่ะ!” แพรวาปฏิเสธเสียงแข็ง “ฉันไม่ใช่ของคุณ” “คุณแน่ใจเหรอ” เขาหัวเราะเบาๆ “ดูเหมือนว่าคุณจะลืมอะไรไปบางอย่างนะ” “ฉันไม่ได้ลืมอะไรทั้งนั้น” เธอสวนกลับไปทันควัน “ฉันรู้ดีว่าฉันเป็นใคร และฉันต้องการอะไร” “คุณต้องการอิสรภาพ” ธามินพูดต่อ “แต่คุณรู้ไหม อิสรภาพที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหน” “อยู่ที่ตัวเราเอง” แพรวาตอบทันที “ไม่ใช่” เขาพูด “อิสรภาพที่แท้จริง มันคือการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และก้าวต่อไปข้างหน้า” แพรวาเงียบไป เธอไม่รู้จะโต้เถียงเขาอย่างไรดี ทุกคำพูดของเขามันเหมือนมีคมที่คอยกรีดแทงเข้ามาในจิตใจของเธอ “ฉัน… ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ธามินยืนมองตามหลังเธอไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แพรวาเดินไปที่ห้องนอนของเธอ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม ภาพของอุบัติเหตุครั้งนั้นมันกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกผิด ความรู้สึกเสียใจ และความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ รอยแผลเป็นบนฝ่ามือของธามิน มันทำให้เธอคิดถึงวันนั้น วันที่ทุกอย่างพังทลาย วันที่ครอบครัวของเธอต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง วันนั้นเธอเป็นคนขับรถ และความประมาทเพียงเสี้ยววินาที ก็พรากทุกอย่างไปจากเธอ เธอจำได้ดี ว่าเธอเคยเจอธามินมาก่อนหน้านี้แล้ว ในวันงานศพของพ่อ พ่อของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้น และแม่ของเธอก็เสียชีวิตในอุบัติเหตุอีกครั้งที่เกิดจากความเครียดหลังจากนั้นไม่นาน เธอจำได้ว่าธามินเป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานศพ เขาดูเศร้าโศกเสียใจมาก และเธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า เขาคือคนที่เธอเคยเจอในเหตุการณ์นั้น “คุณ… คุณคือคนที่อยู่ในรถคันนั้นใช่ไหมคะ” เธอเคยถามเขาในวันนั้น ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ธามินมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ใช่… ผมเป็นคนในรถคันนั้น” คำตอบของเขาทำให้โลกทั้งใบของแพรวาพังทลายลง เธอเพิ่งจะรู้ว่าคนที่เธอหนีมาตลอดชีวิต คนที่เธอคิดว่าเป็นต้นเหตุของความสูญเสียทั้งหมด แท้จริงแล้ว เขาก็เป็นเหยื่อของโศกนาฏกรรมครั้งนั้นเช่นกัน แต่เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าเธอรู้เรื่องนี้แล้ว เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าเธอเป็นลูกสาวของคนที่เขา… เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เธอรู้ดี ว่าความจริงทั้งหมดมันซับซ้อนกว่าที่เธอคิด และเธอไม่แน่ใจว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันหรือยัง

4,604 ตัวอักษร