หัวใจที่โดนขโมย

ตอนที่ 10 / 35

ตอนที่ 10 — การเดินทางสู่แดนเหนือ

ลลิลเก็บสัมภาระลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางไปเชียงใหม่ทันทีหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล เธอคิดว่าควรจะไปเยี่ยมคิรากรอีกสักครั้งก่อนออกเดินทาง แม้ว่าเขาจะยังพักฟื้นอยู่ แต่เธอก็อยากจะบอกเขาด้วยตัวเองว่าเธอจะไปตามหาคุณธนา "คุณคิรากรคะ" ลลิลเอ่ยเรียกเมื่อเปิดประตูห้องพักฟื้นเบาๆ "สบายดีไหมคะ" คิรากรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เงยหน้าขึ้นมามอง "ลลิล! มาแล้วเหรอ ไม่ได้บอกล่วงหน้าเลยนะ" "พอดีฉันแวะมาดูคุณก่อนจะเดินทางค่ะ" ลลิลตอบ ยิ้มให้เขา "ฉันจะไปเชียงใหม่พรุ่งนี้นะคะ" "เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ" คิรากรวางหนังสือลง "คุณแน่ใจนะว่าอยากจะไปคนเดียว" "ฉันแน่ใจค่ะ" ลลิลเดินเข้าไปใกล้ "ฉันเตรียมตัวมาดีแล้ว และคุณก็บอกเองว่าต้องไปหาคุณธนาให้เร็วที่สุด" "ผมรู้ แต่ผมก็ยังเป็นห่วงคุณอยู่ดี" คิรากรถอนหายใจ "ที่นั่นมันไม่ใช่กรุงเทพฯ นะ การตามหาคนบางคนอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด" "ไม่ต้องห่วงค่ะ" ลลิลนั่งลงข้างเตียง "ฉันจะระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุด และฉันจะติดต่อคุณตลอดเวลา" "ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหาผมทันทีนะ" คิรากรพูดเสียงหนักแน่น "อย่าคิดเองทำเองเด็ดขาด" "ค่ะ" ลลิลพยักหน้า "แล้ว... คุณพอจะบอกอะไรเกี่ยวกับคุณธนาได้มากกว่านี้ไหมคะ" "ผมเคยได้ยินเขาพูดถึงเรื่องงานวิจัยบางอย่างที่เขาทำเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมเกษตร" คิรากรครุ่นคิด "เขาดูจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก คิดว่าเป็นแค่โครงการของแผนกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิต" "งานวิจัยเกี่ยวกับสารเคมีเหรอคะ" ลลิลทวนคำ "มันอาจจะเกี่ยวข้องกับโครงการ 'อัญมณี' ก็ได้นะคะ" "อาจจะเป็นไปได้" คิรากรพยักหน้า "โครงการนั้นมันมีหลายแง่มุมที่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด" "ขอบคุณค่ะ" ลลิลกล่าว "ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก" "แล้วถ้าคุณเจอเขาแล้ว จะทำยังไงต่อ" คิรากรถาม "ฉันจะพยายามให้เขาเล่าเรื่องที่เขารู้ทั้งหมดค่ะ" ลลิลตอบ "ถ้าเรามีคำให้การจากเขา ยืนยันว่าการดำเนินการของบริษัทนั้นมันมีอันตรายแอบแฝงอยู่ มันจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเปิดโปงความจริงได้" "คุณคิดว่าเขาจะยอมให้การง่ายๆ เหรอ" คิรากรถาม "ฉันไม่รู้ค่ะ" ลลิลถอนหายใจ "แต่ฉันก็ต้องลองดู" "ถ้าเขาไม่ยอม อย่าฝืนนะ" คิรากรเน้นย้ำ "บางทีเราอาจจะต้องใช้วิธีอื่น" "เช่นวิธีไหนคะ" ลลิลถาม "ผมกำลังคิดอยู่" คิรากรตอบ "แต่ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ ถ้าคุณบอกว่าต้องทำ ก็ต้องมีเหตุผลของมัน" "ฉันจะพยายามค่ะ" ลลิลลุกขึ้นยืน "ฉันขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะเย็นเกินไป" "เดินทางปลอดภัยนะ" คิรากรกล่าว มองตามหลังเธอไปจนลับตา ลลิลเดินออกจากโรงพยาบาลสูดอากาศบริสุทธิ์ เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้มีความเสี่ยง แต่เธอก็ต้องทำเพื่อพิสูจน์ความจริง และเพื่อยุติธรรมให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้รับข้อความจากชนิกานต์ "เจอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณธนาแล้วค่ะ เขาเคยโพสต์เกี่ยวกับร้านอาหารของเขาในโซเชียลมีเดีย แต่ตอนนี้เหมือนจะปิดไปแล้วค่ะ" ลลิลยิ้ม เธอรู้สึกดีที่ชนิกานต์คอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ "ขอบคุณค่ะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม แจ้งฉันได้ตลอดนะคะ" เธอกลับมาที่บ้าน จัดเตรียมเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินทาง เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาดู เป็นรูปของพ่อแม่ของเธอ รอยยิ้มของพวกเขากำลังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอเดินหน้าต่อไป เธอต้องทำให้สำเร็จ เช้าวันต่อมา ลลิลเดินทางมาถึงสนามบินเชียงใหม่ อากาศเย็นสบายต่างจากกรุงเทพฯ ลิบลับ เธอเช่ารถยนต์และมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ที่ชนิกานต์หามาให้ คือร้านอาหารเล็กๆ ที่ชื่อว่า "บ้านธารา" เมื่อไปถึงร้าน ลลิลพบว่าร้านปิดอยู่จริงๆ ป้ายที่ติดไว้เป็นภาษาไทย อ่านได้ว่า "ปิดปรับปรุงชั่วคราว" เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอเดินเข้าไปสอบถามคนแถวนั้น "ขอโทษนะคะ" ลลิลถามคุณป้าคนหนึ่งที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านถัดไป "พอจะทราบไหมคะว่าร้านบ้านธาราของใครเขาปิดปรับปรุงเมื่อไหร่" คุณป้าชะงักมือ หันมามองลลิลด้วยใบหน้าที่คุ้นเคย "อ้อ ร้านคุณธนาเหรอจ๊ะ เขาปิดไปนานแล้วล่ะหนู" "ปิดไปนานแล้วเหรอคะ" ลลิลถามอย่างใจหาย "แล้วพอจะทราบไหมคะว่าเขาไปอยู่ที่ไหน" "คุณธนาเขาไปทำงานที่อื่นแล้วล่ะ" คุณป้าตอบ "ได้ข่าวว่าเขาไปทำงานกับญาติที่ต่างจังหวัด" "ต่างจังหวัดไหนคะ" ลลิลถามอย่างมีความหวัง "ไม่รู้สิ" คุณป้าส่ายหน้า "เขาไม่ค่อยได้กลับมาที่นี่เลย ตั้งแต่ร้านปิดไป" ลลิลรู้สึกท้อแท้ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอตัดสินใจว่าจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น เธอถามชื่อหมู่บ้าน หรือตำบลที่คุณป้าพอจะจำได้ และเริ่มออกเดินทางตามหา

3,726 ตัวอักษร