ตอนที่ 10 — คำเตือนอันตรายจากมิตร
เงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทำให้แพรวพรรณชะงักความคิดไปชั่วขณะ ภาพของมินตราที่ปรากฏขึ้นในความทรงจำยังคงชัดเจน เสียงของเธอที่เตือนไว้เมื่อวันก่อนดังก้องอยู่ในหู “วงการนี้มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดนะ แพรวพรรณ ระวังตัวให้ดี” แพรวพรรณถอนหายใจยาว เธอพยายามปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านออกไป มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของตัวเองคือการทำให้สำเร็จในบทบาท ‘นลิน’ ให้ดีที่สุด
“อย่าคิดมากไปเลยแพรว” เธอพึมพำกับตัวเอง “มินตราอาจจะแค่เตือนตามมารยาท หรือไม่ก็… อาจจะเห็นอะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป” แต่กระนั้น เธอก็ยังอดรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติไม่ได้ มันเหมือนมีบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่ตลอดเวลา
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้แพรวพรรณหลุดจากภวังค์ เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเห็นว่ามาจากเบอร์ของบริษัท H&H Entertainment เธอก็รับสายทันที
“สวัสดีค่ะ แพรวพรรณพูดค่ะ”
“สวัสดีครับคุณแพรวพรรณ ผมทิมนะครับ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น “โทรมาแจ้งเรื่องการเตรียมงานครับ คิวถ่ายทำของเราจะเริ่มอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าแล้วนะครับ”
“จริงเหรอคะ” แพรวพรรณอุทานด้วยความตื่นเต้น “เร็วมากเลยค่ะ”
“ครับ เราต้องรีบหน่อย” ทิมตอบ “ผมอยากจะนัดคุณมาคุยรายละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย เพื่อชี้แจงเรื่องตารางงาน การเดินทาง และเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นครับ คุณสะดวกที่ออฟฟิศของเราไหมครับ”
“สะดวกค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณตอบรับทันที “กี่โมงคะ”
“บ่ายสองโมงนะครับ” ทิมกล่าว “แล้วก็… ผมอยากจะฝากอะไรเล็กๆ น้อยๆ ถึงคุณด้วย”
“คะ?”
“ผมได้เห็นผลทดสอบหน้ากล้องของคุณแล้ว” ทิมเว้นจังหวะ “คุณทำได้ดีมากครับ มีความเป็นธรรมชาติ และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ผมเชื่อว่าคุณจะทำให้ ‘นลิน’ มีชีวิตขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”
คำชมจากทิมทำให้หัวใจของแพรวพรรณพองโต มันเป็นกำลังใจสำคัญที่เธอต้องการในตอนนี้
“ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”
“ผมเชื่อเช่นนั้น” ทิมกล่าว “แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
หลังจากวางสายจากทิม แพรวพรรณก็รู้สึกมีพลังมากขึ้น เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน โอกาสที่ได้รับนี้ มันคือโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เธอจะไม่ยอมให้มันหลุดลอยไปเด็ดขาด
“ฉันต้องทำให้ได้” เธอประกาศกับตัวเองอย่างหนักแน่น
คืนนั้น แพรวพรรณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทบทวนบทภาพยนตร์ ‘เงารัก’ และบทบาทของ ‘นลิน’ เธอพยายามทำความเข้าใจแรงผลักดัน เบื้องหลังการตัดสินใจที่ดูเหมือนสิ้นหวังของตัวละคร เธอจินตนาการถึงความกดดัน การสูญเสีย และทางเลือกที่จำกัด ที่อาจจะผลักดันให้คนๆ หนึ่งต้องยอมทำในสิ่งที่ขัดต่อจิตใจ
“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำยังไง” เธอถามตัวเองซ้ำๆ “ฉันจะยอมขายทุกอย่างเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าไหม” คำตอบที่ได้ในใจมันซับซ้อน มันมีทั้งความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจในสถานการณ์ที่บีบคั้น
ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับบท แพรวพรรณก็ได้รับข้อความจาก ‘กันต์’
‘พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศ H&H บ่ายสองนะครับคุณแพรวพรรณ ถ้ามีคำถามอะไรเกี่ยวกับบท ถามผมได้เลย’
เธออมยิ้มเล็กน้อย การที่กันต์ให้ความใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ เขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เหมือนเป็นคนที่เข้าใจและพร้อมจะสนับสนุนเธอ
“ดีเลยค่ะคุณกันต์” แพรวพรรณพิมพ์ตอบ “พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวพรรณเตรียมตัวอย่างดีสำหรับการเข้าพบทิมที่บริษัท H&H Entertainment เธอเลือกชุดที่ดูสุภาพและเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเดินทางออกจากคอนโด เธอมองไปที่รูปของพ่อแม่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตัวเล็กๆ
“พ่อคะแม่คะ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” เธอพึมพำ ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญกับวันใหม่
เมื่อไปถึงบริษัท H&H Entertainment แพรวพรรณก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเลขาของทิม เธอถูกพาไปยังห้องประชุมที่จัดเตรียมไว้
“คุณทิมรอคุณอยู่ครับ” เลขาบอก พร้อมผายมือไปยังประตูบานหนึ่ง
แพรวพรรณสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” เธอกล่าว
ทิมยิ้มกว้าง “สวัสดีครับคุณแพรวพรรณ เชิญนั่งก่อนครับ”
ทันทีที่แพรวพรรณก้าวเข้าไปในห้องประชุม เธอก็เห็นว่าไม่ได้มีเพียงทิมเท่านั้นที่รออยู่ แต่กันต์ก็อยู่ที่นั่นด้วย เขายิ้มให้เธอเล็กน้อย
“ยินดีที่ได้เจออีกครั้งครับคุณแพรวพรรณ” กันต์กล่าว
“ยินดีที่ได้เจอเช่นกันค่ะคุณกันต์” แพรวพรรณตอบ
“เรามาเริ่มคุยกันเลยนะครับ” ทิมกล่าว “อย่างที่ผมแจ้งไป คิวถ่ายทำจริงจะเริ่มสัปดาห์หน้า ผมอยากจะให้คุณเข้าใจตารางงานทั้งหมด รวมถึงเรื่องการเดินทาง การเตรียมตัวสำหรับแต่ละฉากนะครับ”
ทิมเริ่มอธิบายรายละเอียดต่างๆ แพรวพรรณตั้งใจฟังอย่างถี่ถ้วน เธอจดบันทึกข้อมูลสำคัญลงในสมุดเล่มเล็กที่เตรียมมา
“เรื่องเสื้อผ้า หน้าผม ก็จะมีการประชุมกับทีมงานอีกครั้งนะครับ” ทิมกล่าวต่อ “แต่โดยรวมแล้ว เราอยากให้ ‘นลิน’ มีภาพลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายในตอนแรก แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่พร้อมจะต่อสู้”
“ส่วนเรื่องการแสดง” ทิมหันมามองแพรวพรรณ “ผมอยากให้คุณเน้นที่การแสดงออกทางสายตา และการใช้ภาษากายนะครับ เพราะบทของ ‘นลิน’ จะมีบทพูดไม่มากนักในบางฉาก แต่ทุกอย่างจะต้องสื่อสารออกมาได้อย่างทรงพลัง”
“เข้าใจค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณตอบ
“มีอะไรอยากจะถามไหมครับ” ทิมถาม
แพรวพรรณนึกถึงคำพูดของมินตรา และคำพูดของช่างแต่งหน้า นัท เธอรู้สึกว่ายังมีบางสิ่งที่เธออยากจะรู้เพิ่มเติม
“คือ… หนูอยากจะถามเกี่ยวกับตัวละคร ‘มินตรา’ ค่ะ” แพรวพรรณเอ่ยขึ้น “ในบท ภาพของเธอคือผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ดูมีเบื้องหลังที่ซับซ้อน หนูอยากจะเข้าใจตัวละครนี้ให้มากขึ้นค่ะ”
ทิมเลิกคิ้วเล็กน้อย “คุณมินตราเหรอครับ” เขากล่าว “เธอก็เป็นตัวละครที่สำคัญมากในเรื่อง เธอคือคนที่ ‘นลิน’ ต้องเผชิญหน้าด้วยบ่อยครั้ง เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความทะเยอทะยาน และความโหดร้ายของวงการ”
“ในแง่ของการแสดง” ทิมกล่าวต่อ “เราได้นักแสดงมืออาชีพมารับบทนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำให้คุณเห็นภาพของ ‘มินตรา’ ได้ชัดเจนขึ้นครับ”
กันต์ที่นั่งเงียบมาสักพักก็เสริมขึ้น “คุณมินตราเป็นตัวละครที่น่าสนใจนะครับ” เขากล่าว “เธอเหมือนเป็นตัวแทนของคนที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและความสำเร็จ เธอเป็นคนที่ฉลาด แก่เกม และพร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนที่ขวางทาง”
“เหมือน… สัญลักษณ์ของความอันตรายในโลกใบนี้” แพรวพรรณพึมพำ
“ถูกต้องครับ” กันต์เห็นด้วย “และ ‘นลิน’ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับ ‘มินตรา’ ให้ได้”
แพรวพรรณพยักหน้า เธอเริ่มเห็นภาพของตัวละคร ‘มินตรา’ ชัดเจนขึ้น แต่ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
“เอาล่ะครับ” ทิมกล่าว “เรื่องอื่นๆ เราจะทยอยแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ ตอนนี้อยากให้คุณกลับไปทบทวนบท และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด”
“ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณกล่าว “ขอบคุณค่ะคุณกันต์”
“ยินดีครับ” กันต์ตอบพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อแพรวพรรณกลับออกมาจากห้องประชุม เธอก็เดินไปตามทางเดินของตึก H&H Entertainment เธอรู้สึกว่าบรรยากาศที่นี่มันแตกต่างออกไป มันเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน และการแข่งขันที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูหรูหรา
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไป ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณแพรวพรรณคะ”
แพรวพรรณหันไปมอง ก็พบกับมินตราที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอสวมชุดสูทสีเข้มที่ดูสง่างาม และมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
“คุณมินตรา” แพรวพรรณทักทายอย่างประหลาดใจ
“เพิ่งคุยกับท่านประธานมาเหรอคะ” มินตราถาม
“ค่ะ” แพรวพรรณตอบ “พอดีมาคุยเรื่องตารางงาน และรายละเอียดการถ่ายทำค่ะ”
มินตราเดินเข้ามาใกล้ แววตาของเธอดูเหมือนจะมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
“ยินดีด้วยนะคะที่ได้รับบท ‘นลิน’” มินตรากล่าว “เป็นบทที่ท้าทายมาก แต่ก็คุ้มค่า”
“ขอบคุณค่ะ” แพรวพรรณตอบ “หนูจะพยายามทำให้เต็มที่ค่ะ”
“ฉันรู้ว่าคุณจะทำได้” มินตรากล่าว “แต่… ฉันอยากจะเตือนอะไรคุณอีกอย่าง”
แพรวพรรณเงี่ยหูฟัง
“ในวงการนี้ การแข่งขันมันสูงมาก” มินตรากล่าว “บางครั้ง คนที่เราคิดว่าไว้ใจได้ที่สุด อาจจะเป็นคนที่หักหลังเราได้เร็วที่สุดก็ได้”
คำพูดของมินตราทำให้แพรวพรรณนึกถึงคำเตือนของเธอเมื่อวานนี้ และคำพูดของช่างแต่งหน้า นัท มันเหมือนมีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ
“หมายถึง…?” แพรวพรรณถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็แค่… ระวังตัวไว้ให้ดีนะคะ” มินตรากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเย็นชา “อย่าเพิ่งไว้ใจใครมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือคุณ”
พูดจบ มินตราก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้แพรวพรรณยืนงงอยู่กับคำพูดที่คลุมเครือของเธอ
แพรวพรรณยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เธอพยายามตีความคำพูดของมินตรา และย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
“คนที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ” ใครกัน? กันต์? ทิม? หรือใครอื่น?
ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของแพรวพรรณ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกลากเข้าไปในเกมที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจกฎกติกาทั้งหมด
“ฉันต้องหาคำตอบให้ได้” แพรวพรรณตัดสินใจ “ฉันต้องรู้ว่าเกมนี้มันมีอะไรมากกว่าที่เห็น”
7,090 ตัวอักษร