ตอนที่ 11 — ปฏิบัติการลับใต้เงา
หลังจากกลับจากบริษัท H&H Entertainment แพรวพรรณก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก คำเตือนของมินตรายังคงก้องอยู่ในหัว “อย่าเพิ่งไว้ใจใครมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือคุณ” เธอพยายามคิดทบทวนว่าใครคือคนที่มินตรากำลังพูดถึง
เธอเริ่มสังเกตคนรอบข้างมากขึ้น โดยเฉพาะกันต์ เธอจำได้ว่ากันต์เป็นคนแรกที่เข้ามาช่วยเธอเรื่องบท และยังเสนอตัวที่จะซ้อมบทด้วยกัน ความสัมพันธ์ของเธอกับกันต์กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี แต่คำพูดของมินตราก็ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้
“กันต์… เขามีเจตนาอะไรกันแน่” แพรวพรรณถามตัวเอง “เขาเข้ามาช่วยเพราะอยากให้การถ่ายทำราบรื่นจริงๆ หรือมีแผนการอื่นซ่อนอยู่”
ความขัดแย้งในใจเริ่มก่อตัวขึ้น แพรวพรรณไม่อยากจะเชื่อว่ากันต์จะคิดร้ายกับเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่อาจมองข้ามคำเตือนของมินตราได้
เพื่อหาคำตอบ แพรวพรรณตัดสินใจที่จะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกันต์ เธอเริ่มจากการค้นหาข้อมูลทั่วไปทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับบริษัทของเขา ‘กันต์กฤษฎิ์ กรุ๊ป’ บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก ยกย่องเขาในฐานะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จ
แต่แพรวพรรณรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ เธอต้องการข้อมูลที่ลึกกว่านั้น
“ถ้าจะสืบเรื่องกันต์จริงๆ ฉันต้องมีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้” เธอคิด
ในที่สุด เธอก็นึกถึง ‘มุก’ เลขาของทิม มุกดูเป็นคนตรงไปตรงมา และทำงานกับทิมมานาน เธออาจจะพอรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกันต์ หรืออย่างน้อยก็เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง H&H Entertainment กับกันต์กฤษฎิ์ กรุ๊ป
แพรวพรรณตัดสินใจติดต่อมุก เธอส่งข้อความไปหา “สวัสดีค่ะคุณมุก รบกวนหน่อยนะคะ พอดีหนูอยากจะถามเรื่อง H&H Entertainment กับบริษัทของคุณกันต์น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมุกพอจะให้ข้อมูลอะไรได้บ้างไหมคะ”
ไม่นานนัก มุกก็ตอบกลับมา “สวัสดีค่ะคุณแพรวพรรณ เรื่องนั้น… เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะคะ”
“หนูเข้าใจค่ะ” แพรวพรรณตอบ “แต่หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับบางเรื่อง เลยอยากจะลองหาข้อมูลดูค่ะ”
หลังจากนั้นไม่นาน มุกก็โทรศัพท์กลับมาหาแพรวพรรณ
“คุณแพรวพรรณคะ” มุกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูลังเล “คือ… เรื่องของคุณกันต์เนี่ย เป็นที่รู้กันในบริษัทว่า H&H Entertainment กำลังทำโปรเจกต์ร่วมกับบริษัทของเขานะคะ โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง ‘เงารัก’ นี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนของทางนั้นด้วย”
“แล้ว… นอกจากเรื่องโปรเจกต์แล้ว คุณมุกพอจะทราบอะไรเกี่ยวกับตัวคุณกันต์อีกไหมคะ” แพรวพรรณถามเจาะจง
มุกเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดอะไรดี
“คือ… เท่าที่หนูทราบนะคะ คุณกันต์เป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลค่ะ” มุกกล่าว “แต่ก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ทางธุรกิจของเขากับบริษัทบางแห่งที่… ค่อนข้างจะเทาๆ น่ะค่ะ”
“เทาๆ?” แพรวพรรณทวนคำ “หมายถึงยังไงคะ”
“ก็… มีการพูดกันว่าเขาชอบทำธุรกิจแบบ ‘ได้ทั้งขึ้นและล่อง’ น่ะค่ะ” มุกอธิบาย “คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะได้ผลประโยชน์อยู่ดี”
คำพูดของมุกยิ่งทำให้แพรวพรรณสับสน เธอจำได้ว่ากันต์เข้ามาช่วยเหลือเธออย่างดี แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่า
“ขอบคุณมากนะคะคุณมุก” แพรวพรรณกล่าว “ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ”
“ยินดีค่ะคุณแพรวพรรณ” มุกตอบ “ถ้ามีอะไรอีก ถามหนูได้เสมอนะคะ”
หลังจากวางสายจากมุก แพรวพรรณก็รู้สึกหนักใจมากขึ้น เธอเริ่มรู้สึกว่าโลกของคนรวยและคนในวงการบันเทิงนั้นซับซ้อนกว่าที่เธอเคยคิดไว้มาก
ในวันรุ่งขึ้น แพรวพรรณนัดกับกันต์เพื่อซ้อมบทตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งสองคนมาเจอกันที่สตูดิโอร้างแห่งหนึ่งซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับการซ้อม
“วันนี้ผมว่าเราลองมาซ้อมฉากที่นลินต้องตัดสินใจครั้งใหญ่นะครับ” กันต์กล่าว “ฉากที่เธอต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ”
แพรวพรรณพยักหน้า เธอจดจ่ออยู่กับบทบาท แต่ในขณะเดียวกัน สมาธิของเธอก็ถูกแบ่งไปกับการสังเกตการณ์กระทำของกันต์
“ตอนที่นลินพูดว่า ‘ฉันยอมแลกทุกอย่าง’ ” แพรวพรรณลองแสดงบทบาท “ฉันรู้สึกว่ามันควรจะมีน้ำตาคลอเบ้า หรือเสียงสะอื้นที่แผ่วเบา”
“ใช่ครับ” กันต์เห็นด้วย “ผมว่ามันควรจะแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด ความเสียสละ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมุ่งมั่นนั้น”
ทั้งสองคนซ้อมบทกันไปเรื่อยๆ พยายามทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวละครให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในระหว่างการซ้อม กันต์ก็เข้ามาช่วยปรับท่าทาง และการแสดงออกของแพรวพรรณ เขาให้คำแนะนำอย่างใจเย็น และดูเหมือนจะเข้าใจตัวละคร ‘ธีรภัทร’ ได้เป็นอย่างดี
“คุณแสดงได้ดีมากครับแพรวพรรณ” กันต์กล่าวชมหลังจากที่ซ้อมฉากนั้นจบ “คุณถ่ายทอดความขัดแย้งในใจของนลินออกมาได้ดีจริงๆ”
“ขอบคุณค่ะคุณกันต์” แพรวพรรณตอบ “คุณเองก็แสดงได้ยอดเยี่ยมค่ะ ธีรภัทรดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของนลินจริงๆ”
กันต์ยิ้ม “ผมพยายามครับ” เขาตอบ “เพราะในบางครั้ง… ความเห็นอกเห็นใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
คำพูดของกันต์ทำให้แพรวพรรณรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
“คุณกันต์คะ” แพรวพรรณตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจ “คุณมินตราบอกฉันว่า… ไม่ให้ไว้ใจคนที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือมากเกินไป”
กันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย “คุณมินตราเหรอครับ” เขาถาม “เธอเป็นคนที่มีประสบการณ์ในวงการนี้มาก คงมีอะไรที่เธอเห็นแล้วอยากจะเตือนคุณ”
“แล้วคุณคิดว่า… คนที่เสนอตัวช่วยเหลือฉัน คือใครคะ” แพรวพรรณถามตรงๆ
กันต์มองหน้าแพรวพรรณนิ่งๆ “ผมไม่แน่ใจว่าคุณมินตราหมายถึงใคร” เขากล่าว “แต่สำหรับผม… ผมแค่ต้องการเห็นคุณประสบความสำเร็จในบทบาทนี้ครับ ผมเชื่อว่าคุณมีความสามารถ และผมก็แค่อยากจะช่วยเท่าที่ผมจะช่วยได้”
“คุณคิดว่าผมมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ใช่ไหมครับ” กันต์ถามต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง
แพรวพรรณลังเล “คือ… หนูแค่อยากจะแน่ใจค่ะ”
กันต์ถอนหายใจเบาๆ “ผมเข้าใจครับ” เขากล่าว “โลกใบนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ มีทั้งคนที่หวังดี และคนที่หวังร้าย”
เขาเดินเข้ามาใกล้แพรวพรรณเล็กน้อย “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า… สำหรับผม การได้ร่วมงานกับคุณครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีครับ ผมไม่ได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากอยากจะทำให้โปรเจกต์นี้ออกมาดีที่สุด”
แพรวพรรณมองเข้าไปในดวงตาของกันต์ เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา แต่ก็ยังมีความรู้สึกสงสัยเล็กๆ อยู่
“ถ้าคุณมินตราเข้ามาเตือนคุณ” กันต์กล่าวต่อ “ผมว่าคุณควรจะลองพิจารณาดูว่า มีใครอีกบ้างในโปรเจกต์นี้ที่อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีเรื่องราวที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณในอนาคต”
คำพูดของกันต์ทำให้แพรวพรรณยิ่งคิดหนัก
“ใครกันแน่ที่กำลังเล่นเกมนี้อยู่” เธอถามตัวเอง
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังสนทนาอยู่นั้น ประตูสตูดิโอที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ทั้งแพรวพรรณและกันต์หันไปมองพร้อมกัน
ร่างของมินตราปรากฏขึ้นที่หน้าประตู สวมรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึง
“ขอโทษทีนะคะที่มารบกวน” มินตรากล่าว “แค่ผ่านมาเห็นว่าซ้อมกันอยู่ เลยอยากจะเข้ามาดูให้กำลังใจนิดหน่อย”
บรรยากาศในสตูดิโอเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
5,504 ตัวอักษร