เกมรักของคนรวย

ตอนที่ 25 / 40

ตอนที่ 25 — ซากปรักหักพังที่ซ่อนความจริง

"นี่มัน... ไม่เหมือนบริษัทเลย แพรวพรรณ" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฉายแววผิดหวังและสับสน เขากวาดตามองอาคารทรงสี่เหลี่ยมที่ดูเหมือนจะผุพังไปตามกาลเวลา ผนังปูนกะเทาะออก เผยให้เห็นอิฐมอญแดงด้านในบางจุด ราวกับว่ามันถูกทอดทิ้งมานานหลายสิบปี ไม่มีความวี่แววของความเป็นธุรกิจ หรือแม้แต่บริษัทที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเงินระดับสูงเลยแม้แต่น้อย แพรวพรรณพยักหน้าเห็นด้วย เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากกันต์ ความคาดหวังที่เคยมีค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายเมื่อลมพัดโชยมา "สมุดบันทึกของคุณแม่เขียนชัดเจนว่า 'อรุณรุ่งการลงทุน' ที่นี่ แต่สภาพอาคาร... เหมือนจะไม่มีใครมาเหยียบย่ำมานานมากแล้ว" เธอเดินเข้าไปใกล้ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะ ลองออกแรงผลักดูเบาๆ ประตูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุก แต่ก็ยังคงปิดสนิท "บางที... อาจจะเป็นบริษัทที่ปิดตัวไปแล้วก็เป็นได้" กันต์พูดขึ้น เขาพยายามมองหาป้ายชื่อบริษัทที่ควรจะติดอยู่เหนือประตู แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากคราบดำๆ ที่เกาะกินมานาน "หรืออาจจะเป็นแค่ที่อยู่สำหรับจดทะเบียน แต่ที่ทำการจริงๆ อยู่ที่อื่น" "แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณแม่จะบันทึกที่อยู่ตรงนี้ไว้ทำไมคะ" แพรวพรรณถามอย่างครุ่นคิด เธอมองไปยังหน้าต่างบานเกล็ดที่แตกหักบางส่วน พลางนึกถึงรายงานทางการเงินที่เธอเห็นในมือกันต์เมื่อไม่กี่วันก่อน ตัวเลขบางตัวที่ดูไม่สมเหตุสมผล ลายเซ็นของคุณพ่อที่ปรากฏอยู่... มันเป็นความเชื่อมโยงที่อันตราย และทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังอาคารที่ดูโทรมแห่งนี้ อาจจะซ่อนความลับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด "เราลองหาทางเข้าไปดูไหมคะ" แพรวพรรณเสนอ "บางทีอาจจะมีอะไรบางอย่างหลงเหลืออยู่ข้างใน" กันต์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "แต่มันดูไม่ปลอดภัยเลยนะแพรวพรรณ แล้วถ้ามีใครอยู่ข้างในล่ะ" "เราก็ระวังตัวสิคะ" แพรวพรรณตอบอย่างไม่ยี่หระ "คุณก็รู้ว่าเรามาไกลขนาดนี้แล้ว เราจะไม่ยอมให้ความผิดหวังมาหยุดยั้งเราง่ายๆ หรอก" เธอเหลือบไปมองด้านข้างของอาคาร เห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ผนัง ซึ่งน่าจะเกิดจากสภาพแวดล้อม หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างที่ชนเข้ากับตัวอาคารมานานแล้ว "ดูนั่นสิคะ รอยร้าวตรงนั้น อาจจะพอมีช่องให้เราเข้าไปได้" กันต์เดินตามสายตาของแพรวพรรณไป และเมื่อเห็นสภาพของรอยร้าว เขาก็พยักหน้าอย่างยอมจำนน "ก็ได้... แต่เราต้องระวังให้มากที่สุดนะ" ทั้งสองค่อยๆ เดินเลาะมาตามผนังด้านข้างของอาคาร ฝุ่นและเศษปูนร่วงหล่นลงมาขณะที่พวกเขาขยับตัว แพรวพรรณใช้มือปัดเศษฝุ่นและใยแมงมุมที่เกาะเกี่ยวอยู่ออกไป ก่อนจะค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปดูในช่องว่างนั้น "ข้างในมืดมากเลยค่ะ" เธอรายงาน "เหมือนเป็นโกดังเก่าๆ เก่ากว่าตัวอาคารข้างนอกอีก" "มีอะไรที่ดูน่าสงสัยไหม" กันต์ถาม เขาพยายามมองเข้าไปในความมืดเช่นกัน แต่ก็เห็นเพียงเงารางๆ "รอสักครู่นะคะ" แพรวพรรณบอก เธอยื่นมือเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ถึงพื้นผิวที่ขรุขระและเย็นชืด "เอ๊ะ... เหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนี้" เธอออกแรงขยับสิ่งของที่ขวางทางอยู่ สิ่งนั้นมีน้ำหนักพอสมควร เมื่อขยับออกไปจนพ้น แสงสลัวๆ จากภายนอกก็ลอดผ่านเข้ามาพอให้มองเห็นบางอย่างได้ "มันคือ... กล่องไม้เก่าๆ น่ะค่ะ" แพรวพรรณกล่าว "ดูเหมือนจะเป็นหีบเก็บของ" กันต์รีบเข้ามาช่วยแพรวพรรณ เมื่อทั้งสองช่วยกันยกหีบไม้นั้นออกมาได้สำเร็จ พวกเขาก็เห็นสภาพของมัน หีบไม้ทั้งใบถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ มีรอยขีดข่วนและร่องรอยของการใช้งานมาอย่างยาวนาน บานพับขึ้นสนิมจนแทบจะติดแน่น "นี่มัน... เก่าจริงๆ" กันต์พึมพำ "คุณแม่เคยพูดถึงอะไรที่เกี่ยวกับหีบพวกนี้บ้างไหม" แพรวพรรณส่ายหน้า "ไม่เลยค่ะ แต่... ลายบนหีบนี่ ดูคุ้นตาจัง" เธอใช้นิ้วลูบไปตามรอยแกะสลักบนฝาหีบอย่างช้าๆ เป็นลวดลายที่ซับซ้อนและอ่อนช้อย "เหมือนกับลายที่อยู่บนเครื่องประดับที่คุณแม่ชอบใส่เลย" ด้วยความตื่นเต้นระคนหวัง แพรวพรรณพยายามเปิดฝาหีบ แต่บานพับที่สนิมเกาะก็ทำให้การเปิดเป็นไปอย่างยากลำบาก กันต์จึงดึงเอาเครื่องมือเล็กๆ ที่พกติดตัวออกมา เขาค่อยๆ แซะและงัดอย่างระมัดระวัง จนในที่สุด เสียง "แกรก" เบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับฝาหีบที่เปิดออก แสงสลัวๆ ส่องเข้าไปในหีบ เผยให้เห็นกองเอกสารเก่าๆ ที่ถูกมัดรวมกันไว้ด้วยเชือกเปื่อยยุ่ย นอกจากนี้ยังมีสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ อย่างเทปบันทึกเสียงที่ดูเก่าแก่ เหรียญเงินโบราณบางส่วน และรูปถ่ายขาวดำที่ซีดจาง "นี่มันอะไรกัน" กันต์อุทาน เขาหยิบเทปบันทึกเสียงขึ้นมาดู "เทปพวกนี้... มันน่าจะเก่ามาก" แพรวพรรณก้มลงมองกองเอกสาร เธอค่อยๆ หยิบมัดเอกสารที่อยู่บนสุดขึ้นมาอย่างเบามือ สภาพกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา แต่เมื่อเธอแกะเชือกออกและคลี่กระดาษออกดู หัวใจของเธอก็เต้นระรัว "กันต์... ดูนี่สิ" เธอพูด เสียงสั่นเครือ "นี่มัน... สัญญากู้ยืมเงิน... และนี่... ลายเซ็นของคุณพ่อ..." กันต์รีบเข้ามาดูเอกสารในมือแพรวพรรณ เมื่อเห็นลายเซ็นบนเอกสาร เขาก็ถึงกับผงะ "จริงด้วย... ลายเซ็นท่านจริงๆ" เขามองไปที่จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญา "นี่มัน... เป็นจำนวนเงินมหาศาลเลยนะ" "แล้วดูวันที่สิคะ" แพรวพรรณชี้ไปที่มุมบนของเอกสาร "สัญญานี้ทำขึ้นเมื่อ... เกือบสามสิบปีที่แล้ว" ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความสงสัย ความสับสน และความกังวลที่เพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวที่คุณวิภาบันทึกไว้ในสมุดบันทึก ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับเอกสารเก่าแก่เหล่านี้อย่างไม่น่าเชื่อ "บางที... บริษัท อรุณรุ่งการลงทุน ที่ว่านี้ อาจจะเป็นที่ซ่อนเอกสารสำคัญก็ได้" กันต์คาดเดา "ไม่ใช่บริษัทที่ใช้ฟอกเงินอย่างที่เราคิดในตอนแรก" "แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงต้องซ่อนไว้ในที่แบบนี้" แพรวพรรณถาม "แล้วเอกสารพวกนี้... มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา" เธอหยิบรูปถ่ายขาวดำขึ้นมาดู เป็นรูปของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าอาคารลักษณะคล้ายกับที่พวกเขาอยู่ตอนนี้ หญิงสาวในรูปดูอ่อนวัย แต่งกายด้วยชุดที่ทันสมัย ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มที่ดูสดใส แต่แววตา... แววตาของเธอดูเศร้าสร้อยอย่างประหลาด "นี่มัน... คุณแม่ของฉันนี่คะ" แพรวพรรณอุทานเบาๆ "ตอนที่ท่านยังสาว" กันต์มองรูปนั้นแล้วก็พยักหน้า "เหมือนคุณวิภาจริงๆ ด้วย" แพรวพรรณค่อยๆ พิจารณารูปถ่ายอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ในมุมหนึ่งของรูป ปรากฏเงาตะคุ่มของชายคนหนึ่งกำลังยืนแอบมองอยู่ ห่างออกไปไม่ไกลจากคุณวิภา "มีใครบางคนกำลังแอบมองคุณแม่อยู่ค่ะ" แพรวพรรณชี้ให้กันต์ดู "แต่เรามองไม่เห็นหน้าเขาเลย" ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วสันหลังของแพรวพรรณ ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ตลอดเวลา แม้ในสถานที่ที่ดูร้างไร้ผู้คนแห่งนี้ก็ตาม "เราควรจะลองฟังเทปบันทึกเสียงพวกนั้นดูไหม" กันต์ถาม พลางหยิบเทปบันทึกเสียงอีกอันขึ้นมา "บางที... อาจจะมีความจริงบางอย่างอยู่ในนั้น" แพรวพรรณพยักหน้าเห็นด้วย "ค่ะ เราต้องหาคำตอบให้ได้" เธอเก็บเอกสารและรูปถ่ายไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง "ที่นี่... อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งก็ได้" ทั้งสองเริ่มสำรวจภายในอาคารส่วนที่เหลือ สภาพภายในยิ่งดูทรุดโทรมกว่าภายนอก ราวกับถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ แต่ท่ามกลางซากปรักหักพังและความมืดมิด แพรวพรรณกลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น พลังงานของความลับที่รอการเปิดเผย

5,790 ตัวอักษร