ตอนที่ 7 — การเผชิญหน้ากับอดีต
มินตราก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ดวงตาของเธอสบเข้ากับแพรวพรรณทันที ราวกับว่าคนอื่นๆ ในห้องไม่มีตัวตน แววตาของมินตราฉายแววบางอย่างที่แพรวพรรณอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความเป็นมิตร และก็ไม่ใช่ความเป็นศัตรูอย่างชัดเจน เป็นเพียงความนิ่งเฉยที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกลับ
“คุณมินตรา” แพรวพรรณเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามควบคุมความรู้สึกประหม่าที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ “มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ”
มินตราเม้มปากเล็กน้อย ดวงตาของเธอค่อยๆ ไล่สำรวจแพรวพรรณตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่ดวงตาของแพรวพรรณอีกครั้ง “ฉันแค่อยากจะมาทำความรู้จักคุณเป็นการส่วนตัว” มินตรากล่าวเสียงเย็น “คุณแพรวพรรณ ศิลปินหน้าใหม่ของ H&H”
ทิมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ แพรวพรรณ เหลือบมองมินตราอย่างพิจารณา เขาไม่แน่ใจว่าการมาของมินตราในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่ “คุณมินตราครับ” ทิมกล่าวขึ้น “ผมคิดว่าตอนนี้คุณแพรวพรรณกำลังประชุมเรื่องโปรเจกต์สำคัญอยู่”
“ฉันทราบค่ะท่านประธาน” มินตรายิ้มบางๆ “แต่เรื่องนี้มันสำคัญกับฉันมากกว่าการประชุมสักเล็กน้อยค่ะ” เธอหันกลับมามองแพรวพรรณ “ฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณแพรวพรรณมานานแล้วค่ะ ในแวดวงการแสดงอิสระ”
แพรวพรรณรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เธอพยายามรักษาท่าทีให้เป็นปกติ “ดิฉันก็เป็นเพียงนักแสดงคนหนึ่งที่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ”
“เป็นนักแสดงที่ดี… หรือเป็นนักแสดงที่เก่งกาจจนสามารถก้าวเข้ามาในวงการนี้ได้ด้วยวิธีการที่… ไม่ธรรมดา” มินตราเน้นคำว่า ‘ไม่ธรรมดา’ อย่างชัดเจน ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแพรวพรรณ ราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ
กันต์ซึ่งนั่งอยู่เงียบๆ ตลอดมา เริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขาหันไปมองทิม ซึ่งก็ดูเหมือนจะกำลังใช้ความคิดเช่นกัน
“คุณมินตรากำลังหมายถึงอะไรคะ” แพรวพรรณถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงความท้าทายเล็กน้อย เธอไม่ชอบวิธีการพูดจาของมินตราเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความหมายแฝง และการดูถูก
“ก็คงเป็นเรื่องของ… โอกาส” มินตราตอบ ลากเสียงยาว “โอกาสในวงการนี้ไม่ได้มาง่ายๆ หรอกค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่… มีเส้นสาย”
แพรวพรรณสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ว่ามินตรากำลังพยายามสื่อถึงอะไร และเธอก็ไม่ต้องการให้การมาของมินตราทำให้เธอเสียความมั่นใจไป “ดิฉันเชื่อว่าความสามารถและผลงานต่างหากที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ”
“แน่นอนค่ะ” มินตรายิ้มเยาะ “แต่บางครั้ง… ความสามารถอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ” เธอเหลือบมองทิม “บางที… การรู้จักคนที่มีอิทธิพล ก็อาจจะเป็นทางลัดที่ดีกว่า”
ทิมรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังบานปลาย เขาจึงตัดสินใจเข้ามาแทรก “คุณมินตราครับ ผมคิดว่าคุณแพรวพรรณไม่สะดวกที่จะคุยเรื่องนี้ในเวลานี้”
“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน” มินตรากล่าว “ฉันแค่อยากจะฝากอะไรถึงคุณแพรวพรรณไว้สักหน่อย” เธอหันกลับมาทางแพรวพรรณอีกครั้ง “วงการนี้มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดนะคะ อะไรที่คุณเห็น อาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป”
คำพูดของมินตราเหมือนดาบที่กรีดแทงเข้ามาในใจของแพรวพรรณ เธอเข้าใจดีว่าสิ่งที่มินตราพูดนั้นหมายถึงอะไร มันคือการเตือนสติ หรืออาจจะเป็นการข่มขู่ทางอ้อม
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ” แพรวพรรณตอบเสียงเรียบ “ดิฉันจะจำไว้ค่ะ”
“ดีค่ะ” มินตรายิ้มมุมปาก “ฉันหวังว่าคุณจะจำได้จริงๆ” เธอหันไปทางทิม “ถ้าท่านประธานไม่ต้องการอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ทิมพยักหน้า “ครับ”
มินตราเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งไว้เพียงความอึดอัดและคำถามมากมายในใจของทุกคน
เมื่อมินตราออกไปแล้ว บรรยากาศในห้องก็ค่อยๆ คลี่คลายลงเล็กน้อย
“คุณมินตรา… เป็นอะไรกับคุณทิมเหรอคะ” แพรวพรรณถามทิมด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
ทิมถอนหายใจ “มินตราเป็น… คนรู้จักเก่าครับ เป็นเพื่อนร่วมวงการธุรกิจ” เขาเลือกที่จะไม่ลงรายละเอียดมากนัก “อย่าไปใส่ใจคำพูดของเธอมากนักเลยครับ คุณแพรวพรรณ”
“แต่เธอพูดเหมือนกับว่า… รู้เรื่องของดิฉันดี” แพรวพรรณกล่าว “และเหมือนจะ… ไม่พอใจ”
“ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกไม่พอใจกับอะไรบางอย่างได้เสมอครับ” ทิมกล่าว “แต่ที่สำคัญคือ คุณรู้ว่าคุณมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร และคุณจะทำอย่างไรต่อไป”
กันต์มองแพรวพรรณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง “คุณแพรวพรรณ… ไม่เป็นไรนะครับ”
แพรวพรรณพยักหน้า “ค่ะ ฉันไม่เป็นไร” เธอพยายามส่งยิ้มให้กันต์ “ขอบคุณค่ะคุณกันต์”
“เอาล่ะครับ” ทิมตบมือเรียกสติทุกคน “เรามาต่อกันเรื่องบทภาพยนตร์ดีกว่านะครับ”
การพูดคุยเรื่องบทภาพยนตร์กลับมาดำเนินต่อ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงค้างอยู่ในใจของแพรวพรรณ เธอพยายามรวบรวมสมาธิ และกลับไปอินกับบทบาทของ ‘นลิน’ อีกครั้ง แต่ภาพแววตาของมินตรา และคำพูดที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ
เธอรู้ดีว่าการเข้ามาในวงการนี้ ไม่ง่ายอย่างที่คิด และการที่เธอได้รับโอกาสครั้งใหญ่นี้ อาจจะทำให้มีคนไม่พอใจอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะคนที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของวงการนี้ และอาจจะมองว่าเธอเป็นภัยคุกคาม
“คุณแพรวพรรณครับ” ทิมเรียกเธอ “คุณกำลังคิดอะไรอยู่ครับ”
แพรวพรรณสะดุ้งเล็กน้อย “เปล่าค่ะ” เธอตอบ “แค่นึกถึงบทบาทของนลินค่ะ”
“ผมเข้าใจว่าเรื่องเมื่อครู่ อาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ” ทิมกล่าว “แต่ผมอยากให้คุณจำไว้ว่า H&H Entertainment เชื่อมั่นในตัวคุณ และเราจะสนับสนุนคุณเต็มที่”
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณกล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
“และคุณกันต์” ทิมหันไปทางนักแสดงหนุ่ม “ผมก็หวังว่าคุณจะช่วยดูแลคุณแพรวพรรณในกองถ่ายด้วยนะครับ”
“แน่นอนครับท่านประธาน” กันต์รับคำทันที “ผมยินดีเสมอครับ”
การสนทนาเกี่ยวกับภาพยนตร์ดำเนินต่อไปจนจบโปรแกรม แพรวพรรณพยายามตั้งใจฟัง และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แต่ในใจของเธอยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับมินตรา และความหมายเบื้องหลังคำพูดของเธอ
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง แพรวพรรณกล่าวลาทิมและกันต์ ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับมุก
“คุณมินตรา… ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบคุณแพรวนะคะ” มุกเอ่ยขึ้นขณะเดินไปส่งแพรวพรรณที่รถ
แพรวพรรณยิ้มบางๆ “ดิฉันก็รู้สึกอย่างนั้นค่ะ”
“คุณมินตราเป็นคนที่… มีอิทธิพลมากในวงการนี้ค่ะ” มุกอธิบาย “เธอเคยเป็นนักแสดงตัวท็อปมาก่อน แล้วก็ผันตัวมาเป็นผู้บริหาร และนักลงทุนในวงการบันเทิง”
“เข้าใจแล้วค่ะ” แพรวพรรณพยักหน้า “งั้นก็คงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึก… ไม่พอใจ”
“คุณแพรวพรรณไม่ต้องกังวลนะคะ” มุกให้กำลังใจ “คุณมีคุณทิมคอยสนับสนุนอยู่ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณมุก” แพรวพรรณกล่าว “แต่บางที… การเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยตัวเอง ก็อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุด”
เธอเดินขึ้นรถ และปล่อยให้รถเคลื่อนตัวออกไปจากบริษัท H&H Entertainment เธอรู้ว่าการเดินทางบนเส้นทางสายบันเทิงครั้งนี้ จะต้องเต็มไปด้วยอุปสรรค และการทดสอบมากมาย แต่เธอพร้อมแล้วที่จะก้าวผ่านมันไป
5,414 ตัวอักษร