ตอนที่ 1 — ค่ำคืนที่เปลี่ยนชีวิต
สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกปีบที่กำลังบานสะพรั่งในสวนหลังบ้านของตระกูลอัครเดชะ ลอยมาแตะปลายจมูกของ รินลดา หญิงสาววัยยี่สิบสามปี ดวงตาของเธอทอดมองออกไปยังผืนฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวระยิบระยับนับล้านดวง เสียงดนตรีแจ๊สนุ่มๆ คลอเบาๆ มาจากห้องนั่งเล่นด้านใน บ่งบอกถึงบรรยากาศผ่อนคลายและหรูหราตามแบบฉบับของบ้านหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน
วันนี้เป็นวันฉลองครบรอบแต่งงานปีที่สามสิบของบิดามารดา รินลดา ในฐานะลูกสาวคนเดียวจึงได้รับหน้าที่เป็นแม่งานหลักในการจัดงาน แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้านและผู้ช่วย แต่การได้มีส่วนร่วมในการเตรียมงานเช่นนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดี เธอพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อตรวจทานรายการแขกอีกครั้ง แต่ความคิดของเธอกลับล่องลอยไป ภาพของเขา… ภาพของผู้ชายคนนั้น… กลับเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่ได้
เมื่อสัปดาห์ก่อน เธอได้พบกับเขาโดยบังเอิญที่งานแสดงศิลปะแห่งหนึ่งในตัวเมือง เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้ม ดวงตาคมกล้าสีนิลฉายแววอันตรายแต่ก็ชวนให้หลงใหล รอยยิ้มมุมปากของเขาดูเย้ยหยันแต่ก็มีเสน่ห์อย่างประหลาด เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ “ธาดา” โดยไม่ได้บอกนามสกุลที่แท้จริงให้เธอทราบ บทสนทนาของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างง่ายดาย ราวกับรู้จักกันมานานหลายปี ความคิดเห็นเกี่ยวกับศิลปะที่ตรงกัน มุมมองชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ทำให้รินลดาตกหลุมเสน่ห์ของเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณรินลดาคะ คุณแม่เรียกค่ะ” เสียงหวานของแม่บ้านดังขึ้น ดึงเธอออกจากภวังค์
“ค่ะ ป้าเล็ก เดี๋ยวรินไปค่ะ” เธอตอบรับ พลางลุกขึ้นยืน ปัดชายกระโปรงเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ภายในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่า บิดามารดาของเธอนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ใบหน้าเปื้อนยิ้มขณะสนทนากับแขกผู้ใหญ่บางส่วนที่มาถึงก่อนเวลา “ลูกมารดา มานี่สิลูก แขกท่านนี้ท่านรู้จักคุณดีเลยนะ” คุณหญิงลลนา มารดาของเธอเอ่ยเรียก
รินลดาเดินเข้าไปหา พลางยกมือไหว้ทักทาย “สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะหนูรินลดา โตเป็นสาวสวยขึ้นเยอะเลยนะ” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มกล่าวอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”
“นี่หนูรินลดา เขามีเรื่องจะคุยกับหนูด้วยนะ” คุณหญิงลลนาเสริม
“เรื่องอะไรเหรอคะคุณแม่” รินลดาถามด้วยความสงสัย
“คืออย่างนี้ครับคุณหนูรินลดา” ชายคนนั้นเริ่มขึ้น “ผมเป็นตัวแทนของบริษัท ‘อินเตอร์คอนเน็คชั่น’ ครับ ทางเราได้รับมอบหมายจากคุณ…” เขาชะงักเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดว่าจะกล่าวถึงบุคคลนั้นอย่างไร “จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ให้มาเรียนเชิญคุณหนูรินลดาไปร่วมงานเลี้ยงสำคัญของทางบริษัทครับ”
“งานเลี้ยงเหรอคะ” รินลดาเลิกคิ้ว “แล้วทำไมต้องเป็นรินลดาคะ”
“คือผู้ใหญ่ท่านนั้น… เขาอยากจะทำความรู้จักกับคุณหนูเป็นการส่วนตัวครับ เห็นว่าคุณหนูมีความสามารถด้านการออกแบบตกแต่งภายใน ทางบริษัทของเรากำลังจะเปิดโครงการใหม่ และอยากจะขอคำปรึกษาจากคุณหนูครับ” ชายคนนั้นอธิบายอย่างสุภาพ
รินลดาหันไปมองมารดา บิดาพยักหน้าเล็กน้อย “แม่ว่าดีนะลูก ไหนๆ ก็ว่างๆ ช่วงนี้ ได้ลองไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ก็น่าจะดี”
“แต่ว่า… ไปที่ไหนคะ แล้วงานเป็นแบบไหน” รินลดาถามต่อ
“เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ครับ จัดที่โรงแรมหรูในเมืองช่วงสุดสัปดาห์นี้ครับ ถ้าคุณหนูสะดวก ทางเราจะมีรถไปรับไปส่งถึงที่ครับ”
“สุดสัปดาห์นี้… แต่ว่า…” รินลดาอึกอัก นึกถึงธาดาขึ้นมาทันที เธอรับปากเขาไว้ว่าจะไปดูนิทรรศการศิลปะด้วยกันอีกครั้ง
“มีอะไรเหรอจ๊ะลูก” คุณหญิงลลนาถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ คือรินแค่… มีนัดไว้แล้วน่ะค่ะ”
“นัดกับใครจ๊ะ”
“เอ่อ… เพื่อนสนิทค่ะ” เธอโกหกไปอย่างไม่เต็มใจนัก
“เพื่อนสนิท… หรือว่าใครพิเศษจ๊ะ” คุณหญิงลลนาแซว
รินลดารู้สึกหน้าแดง “คุณแม่คะ!”
“ถ้าอย่างนั้น… ลองบอกเขาไปก่อนก็ได้ครับคุณหนู ถ้าเขาอยากเจอจริงๆ เขาอาจจะเข้าใจ” ตัวแทนบริษัทพูดขึ้น “แต่ถ้าเป็นการสนทนาเรื่องงานออกแบบ ผมว่าการพบปะพูดคุยกันแบบเป็นส่วนตัวจะทำให้เข้าใจกันได้ดียิ่งขึ้นนะครับ”
รินลดาถอนหายใจเบาๆ “ก็ได้ค่ะ งั้นรินขอให้คุณ… เอ่อ คุณ…?”
“ผมชื่อ ชาญวิทย์ ครับ”
“ขอให้คุณชาญวิทย์ช่วยส่งรายละเอียดงานมาให้รินทางอีเมลก่อนนะคะ เดี๋ยวรินจะพิจารณาดูอีกที แล้วจะแจ้งกลับไปค่ะ”
“แน่นอนครับคุณหนูรินลดา” คุณชาญวิทย์กล่าวพลางส่งนามบัตรให้เธอ “ถ้ามีอะไรติดขัดหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ”
รินลดาพยักหน้ารับนามบัตรมาเก็บไว้ ก่อนจะขอบคุณและขอตัวกลับไปเตรียมงานต่อ ความรู้สึกกังวลก่อตัวขึ้นในใจ การพบปะกับคนแปลกหน้าที่ถูกส่งมาโดยใครบางคนที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวตนนั้นช่างประหลาด และยิ่งไปกว่านั้นคือความรู้สึกผิดที่ต้องโกหกเรื่องธาดา
คืนนั้น รินลดาแทบจะนอนไม่หลับ เธอพยายามจะลืมเรื่องธาดา แต่ภาพใบหน้า รอยยิ้ม และน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขา กลับวนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลา เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน เขาทำให้เธอรู้สึกพิเศษ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่
เช้าวันรุ่งขึ้น รินลดาเปิดอีเมลอย่างมีความหวัง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับทำให้เธอแทบหยุดหายใจ รายละเอียดของงานเลี้ยงที่บริษัทอินเตอร์คอนเน็คชั่นจัดขึ้นนั้น ช่างเป็นงานเลี้ยงที่หรูหราและยิ่งใหญ่ แต่ที่ทำให้เธอตกใจจนแทบจะปาสมาร์ทโฟนทิ้ง คือรายชื่อแขกวีไอพีที่ถูกส่งมาด้วย
“ประธานบริษัท อินเตอร์คอนเน็คชั่น… คุณ… อัคคเดช”
ชื่อนี้… ชื่อนี้มันคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก อัคคเดช… ตระกูลอัคคเดช… นี่มันตระกูลที่ครอบครัวของเธอเป็นปฏิปักษ์กันมาตลอดหลายปีนี่นา! ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจที่บานปลายจนกลายเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างสองตระกูลใหญ่ อัคคเดช และ อัครเดชะ มันเป็นเรื่องที่เธอรู้ดี แต่ไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงขนาดนี้
เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ธาดา… ชายหนุ่มที่เธอเจอที่งานศิลปะ เขามีท่าทีลึกลับบางอย่าง เขาไม่เคยบอกนามสกุลของเขาเลย… แล้วถ้า… ถ้าธาดาคนนั้น… คือ อัคคเดช คนเดียวกันล่ะ? เป็นไปได้ไหม? เขาจะมาหลอกลวงเธอเพื่ออะไร? หรือว่านี่เป็นแผนการบางอย่างของตระกูลอัคคเดช?
รินลดาเริ่มรู้สึกหนาวสั่น ความตื่นเต้นและความสุขที่เคยมีเมื่อคิดถึงธาดา กลับกลายเป็นความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจ เธอตัดสินใจโทรหาธาดาทันที
“ฮัลโหล รินลดาเองค่ะ” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“รินลดา… คิดถึงผมเหรอครับ” เสียงทุ้มแหบพร่าดังมาจากปลายสาย
“คุณ… คุณชื่อจริงคืออะไรคะ” เธอถามตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “ทำไมถามแบบนี้ครับ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”
“เมื่อวานมีคนจากบริษัทอินเตอร์คอนเน็คชั่นมาหาที่บ้านค่ะ เขาชวนรินไปงานเลี้ยงสุดสัปดาห์นี้ แล้วก็… เขาก็บอกชื่อประธานบริษัทมาค่ะ” เธอสูดลมหายใจลึก “ประธานบริษัทอินเตอร์คอนเน็คชั่น… คือคุณอัคคเดช ใช่ไหมคะ”
เสียงของธาดาเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้ยาวนานกว่าเดิม จนรินลดาแทบจะวางสายไป “ผม… ใช่ครับ” เขาตอบเสียงเบา “ขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ”
“ทำไมคะ! ทำไมคุณไม่บอกฉัน! คุณรู้ไหมว่าครอบครัวฉันกับครอบครัวของคุณเป็นศัตรูกัน!” เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอ
“ผมรู้ครับ… ผมถึงไม่ได้บอก”
“แล้วที่คุณเข้ามาหาฉัน… ทั้งหมดนี่มันคืออะไร! คุณเข้ามาหลอกลวงฉันใช่ไหม! คุณมีแผนอะไร!” รินลดาถามเสียงดัง กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“รินลดา… อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ” เสียงของธาดาฟังดูเจ็บปวด “ผมไม่ได้หลอกลวงคุณ ผม… ผมชอบคุณจริงๆ”
“ชอบฉัน! แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้! คุณกำลังจะทำลายครอบครัวฉันใช่ไหม! คุณใช้ฉันเป็นเครื่องมือ! ฉันไม่เชื่อคุณอีกแล้ว!” เธอตะคอกกลับไป แล้วตัดสายไปทันที
รินลดานั่งทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาไปหมด เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องพังทลายลงก่อนที่จะได้เริ่มอย่างแท้จริง เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างรุนแรง หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เธอไม่รู้ว่าผู้ชายที่ชื่อธาดา หรือ อัคคเดช คนนั้น เป็นคนดีหรือคนร้ายกันแน่ แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ ผู้ชายคนนี้กำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ
6,309 ตัวอักษร