ตอนที่ 12 — หมากตัวสุดท้ายของศัตรู
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทอัครเดช สร้างความโกลาหลให้แก่พนักงาน รินดาและหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยยืนมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มืดสนิทด้วยความตกตะลึง การถูกปิดระบบทั้งหมดในเวลาเดียวกันเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยบังเอิญ
“ปิดระบบทั้งหมด… มันคือการประกาศสงครามอย่างชัดเจน” คุณพงศ์เทพกล่าว น้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็แฝงความกังวล
“ใครกัน… ที่กล้าทำถึงขนาดนี้” หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยเอ่ยขึ้น
“เรายังไม่รู้” คุณพงศ์เทพตอบ “แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ… นี่ไม่ใช่ฝีมือของคนทั่วไป”
รินดารู้สึกใจหายวาบ เธอรีบนึกถึงสุริยะ “คุณพ่อคะ… รินดาว่า… เราควรจะรีบแจ้งให้สุริยะทราบเรื่องนี้ค่ะ”
คุณพงศ์เทพมองลูกสาว “ลูกแน่ใจเหรอ”
“ค่ะ” รินดาตอบอย่างหนักแน่น “ตอนนี้เราไม่สามารถเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวได้อีกต่อไปแล้วค่ะ”
คุณพงศ์เทพพยักหน้าเห็นด้วย “ได้… พ่อจะให้คนติดต่อสุริยะทันที”
ไม่นานนัก สุริยะก็เดินทางมาถึง เขามาพร้อมกับทีมงานด้านความปลอดภัยของบริษัทอัคคเดช การเผชิญหน้ากันครั้งนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความร่วมมือ
“คุณพงศ์เทพครับ” สุริยะทักทาย “ผมได้รับรายงานแล้ว”
“เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” คุณพงศ์เทพกล่าว “การปิดระบบทั้งหมดของเรา… มันไม่ใช่แค่การข่มขู่ แต่มันคือการโจมตีโดยตรง”
“ผมเห็นด้วยครับ” สุริยะตอบ “และผมเชื่อว่า… นี่คือหมากตัวสุดท้ายของศัตรู”
“ศัตรู… ที่เรากำลังพูดถึง… คือใคร” คุณพงศ์เทพถาม
สุริยะมองเข้าไปในดวงตาของคุณพงศ์เทพ “คุณพ่อของคุณ… ที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจมานาน”
“คุณหมายถึง… คุณไพศาล?” คุณพงศ์เทพถามอย่างไม่เชื่อสายตา
“ผมไม่แน่ใจ 100%” สุริยะกล่าว “แต่จากข้อมูลที่ผมรวบรวมมา… เขาคือคนที่น่าสงสัยที่สุด”
“แต่… ทำไมเขาต้องทำแบบนี้” คุณพงศ์เทพถาม “เพื่ออะไร”
“เพื่อบีบให้เรายอมแพ้” สุริยะอธิบาย “เมื่อระบบทั้งหมดหยุดชะงัก… ธุรกิจก็จะเสียหายอย่างหนัก เขาอาจจะหวังว่า… เราจะยอมลดราคา หรืออาจจะยอมยกเลิกโครงการบางอย่าง เพื่อให้เขาได้เปรียบ”
“เป็นไปได้” คุณพงศ์เทพครุ่นคิด “แต่… ถ้าเขาเป็นคนทำจริงๆ… ทำไมเขาถึงไม่โจมตีบริษัทของลูกก่อน”
“เพราะเขาอาจจะรู้ว่า… ผมไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาคิด” สุริยะตอบ “และบางที… เขาอาจจะมองว่าการโจมตีบริษัทของคุณ… คือการโจมตีที่ตรงจุดที่สุด”
“แล้ว… เราจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร” คุณพงศ์เทพถาม
“ผมได้สั่งให้ทีมงานของผมเริ่มกู้คืนระบบแล้ว” สุริยะกล่าว “แต่ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณพงศ์เทพด้วย”
“บอกมาได้เลย” คุณพงศ์เทพกล่าวอย่างหนักแน่น “เราจะทำทุกอย่างที่ทำได้”
“ผมต้องการให้คุณ… ใช้ทุกช่องทางที่มี… เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงคุณไพศาลกับการโจมตีครั้งนี้” สุริยะกล่าว “ผมต้องการให้เราเปิดโปงเขาให้ได้”
“พ่อจะทำ” คุณพงศ์เทพตอบรับ “พ่อจะไม่ยอมให้เขาทำลายทุกอย่างที่พ่อสร้างมา”
ขณะเดียวกัน รินดาก็ได้พูดคุยกับสุริยะเป็นการส่วนตัว
“คุณแน่ใจเหรอคะว่า… เป็นคุณไพศาล” รินดาถาม
“ผมมีข้อมูลบางอย่างที่ชี้ไปทางนั้น” สุริยะตอบ “แต่เรายังต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้”
“แล้ว… ถ้าเขาเป็นคนทำจริงๆ… เขาจะทำอะไรอีก” รินดาถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“ผมไม่รู้” สุริยะยอมรับ “แต่ผมสัญญาว่า… ผมจะปกป้องคุณ”
“ฉันเชื่อใจคุณ” รินดาตอบ
“ผมก็เชื่อใจคุณ” สุริยะยิ้มบางๆ “เราจะผ่านมันไปให้ได้”
การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อบริษัทอัครเดช แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหมือนชนวนที่จุดประกายความร่วมมือระหว่างสุริยะและคุณพงศ์เทพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พวกเขาทั้งสองตระหนักดีว่า ศัตรูที่แท้จริงกำลังปรากฏตัวขึ้น และพวกเขาจะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้ และเปิดโปงความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังแผนการอันชั่วร้ายนี้
ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท คุณไพศาลกำลังยืนมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลการโจมตีที่ประสบความสำเร็จ เขาแสยะยิ้มมุมปาก
“แผนการกำลังดำเนินไปตามที่คาดไว้” เขากล่าวกับบุคคลที่ยืนอยู่ข้างกาย “ตอนนี้… พวกมันก็คงกำลังวุ่นวายกันน่าดู”
“แล้ว… ขั้นต่อไปล่ะครับคุณไพศาล” บุคคลปริศนาเอ่ยถาม
“รอให้พวกมันจนมุม” คุณไพศาลตอบ “แล้วเราค่อยยื่นมือเข้าไป… คว้าทุกอย่างที่ต้องการ”
เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ มีเพียงเขาและบุคคลปริศนาเท่านั้นที่รู้ความจริงทั้งหมด รอยร้าวที่เริ่มประสาน กำลังจะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง จากคมมีดแห่งแผนการของศัตรูที่มองไม่เห็น
3,475 ตัวอักษร