เจ้าสาวในเงา

ตอนที่ 1 / 42

ตอนที่ 1 — เงารักในงานเลี้ยงน้ำชา

สายลมยามบ่ายคล้อยพัดพาเอาไอเย็นบางเบาของฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ท้องฟ้าสีครามสดใสปราศจากเมฆหมอก ทอแสงอาทิตย์สีทองอ่อนละมุนลงมาอาบไล้เรือนไม้สักโบราณหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสีสัน กลิ่นหอมหวานของกุหลาบมอญและมะลิซ้อนลอยอวลปะปนกับกลิ่นกรุ่นของชาชั้นดีที่ถูกรินใส่ถ้วยเซรามิกเนื้อบาง เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของผู้คนหลากหลายวัยดังเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงควอเต็ตที่กำลังบรรเลงเพลงคลาสสิกอย่างอ่อนหวาน บรรยากาศภายในสวนกุหลาบของคฤหาสน์พงศ์พิพัฒน์เต็มไปด้วยความครึกครื้นและหรูหรา สมกับเป็นงานเลี้ยงน้ำชาประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อการกุศล ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากท่านหญิงมณฑารัตน์ พงศ์พิพัฒน์ ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์และเป็นที่รู้จักในวงสังคมชั้นสูงว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและมีรสนิยมในการจัดงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มากันอย่างคับคั่ง มีหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพังใต้ร่มเงาของต้นซากุระที่กำลังผลิดอกสีชมพูอ่อน เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ทรงเอ็มไพร์ที่ขับเน้นให้ผิวขาวผ่องของเธอเด่นชัดขึ้น เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหมดจด ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มทอประกายเศร้าสร้อย ขณะที่ริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่น ราวกับกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้า เธอคือ "น้ำหนึ่ง" หญิงสาวกำพร้าที่เติบโตมาในสถานสงเคราะห์ และได้รับความช่วยเหลือจากท่านหญิงมณฑารัตน์มาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งวันนี้ที่เธอได้รับเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาในฐานะแขกคนพิเศษ "น้องน้ำหนึ่งคะ ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวคะ" เสียงทุ้มนุ่มของ "คุณชายภาคย์" ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า น้ำหนึ่งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาอย่างเกรงใจ "สวัสดีค่ะคุณชายภาคย์ หนูแค่ออกมาสูดอากาศข้างนอกสักครู่ค่ะ อากาศข้างในร้อนอบอ้าวไปหน่อย" น้ำหนึ่งตอบ พยายามซ่อนความประหม่าเอาไว้ คุณชายภาคย์ หรือ ภาคย์ภูมิ พงศ์พิพัฒน์ ทายาทคนเดียวของท่านหญิงมณฑารัตน์ ชายหนุ่มวัยสามสิบปีผู้มีใบหน้าคมคายดุจเทพบุตร เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วทั้งวงสังคม แต่เขากลับไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ เขามีบุคลิกที่ดูเข้าถึงยาก เย็นชา และมักจะเก็บตัวอยู่กับงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เขาบริหารอยู่ น้ำหนึ่งเคยพบเขาเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่พบ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แฝงอยู่ในสายตาคมกริบของเขา "อากาศข้างนอกก็ไม่ได้เย็นสบายไปกว่าข้างในนักหรอกครับ คุณหญิงท่านกำลังมองหาคุณอยู่" ภาคย์พูดพลางยื่นมือมาหาเธอ "มาเถอะครับ ผมจะพาไปหาคุณหญิง" น้ำหนึ่งมองมือที่ยื่นมาของเขาอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือของเธอไปวางไว้ในอุ้งมือใหญ่ที่อบอุ่นของเขา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่างเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะโดนผิวของเธอ เขากระชับมือเธอเบาๆ แล้วจูงมือเธอเดินกลับเข้าไปในงาน "คุณภาคย์คะ ถ้าคุณภาคย์ไม่ชอบงานพวกนี้ หนูว่าคุณภาคย์ไม่ควรต้องมานั่งฝืนใจนะคะ" น้ำหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ภาคย์หันมามองเธอด้วยแววตาที่อ่านยาก "ผมก็แค่มาเป็นเพื่อนคุณหญิงเท่านั้นเองครับ" เขาตอบเสียงเรียบ "แล้วคุณล่ะ ไม่ได้ชอบงานแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม" น้ำหนึ่งชะงักไปเล็กน้อย "หนู... หนูไม่รู้จะตอบคุณภาคย์ยังไงดีค่ะ" "ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ" ภาคย์พูดเบาๆ "ผมเห็นคุณนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว เลยเข้ามาทักทาย" ทั้งสองเดินกลับเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้นอีกครั้ง ท่านหญิงมณฑารัตน์ในชุดไทยประยุกต์สีทองอร่ามเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง "น้ำหนึ่งลูก มาแล้วเหรอจ๊ะ แม่รอนานแล้วนะ" ท่านหญิงเอ่ยทักทายน้ำหนึ่งอย่างสนิทสนม ก่อนจะหันไปพูดกับภาคย์ "ภาคย์ลูก ไปหาอะไรให้น้องเขาทานสิ เห็นเขาออกมานั่งเงียบๆ อยู่คนเดียว" "ครับคุณแม่" ภาคย์รับคำ ก่อนจะหันไปพูดกับน้ำหนึ่ง "อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" "อะไรก็ได้ค่ะ หนูไม่หิวมาก" น้ำหนึ่งตอบ พลางมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย "งั้นผมขอตัวสักครู่นะครับ" ภาคย์กล่าวลา ก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มผู้คน น้ำหนึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างท่านหญิงมณฑารัตน์ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นจุดสนใจของสายตาหลายคู่ที่มองมา "ไม่ต้องเกร็งนะลูก" ท่านหญิงเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ทุกคนที่นี่เป็นเพื่อนของแม่ทั้งนั้น" "ขอบคุณค่ะคุณหญิง" น้ำหนึ่งกล่าว พลางยิ้มอย่างเกรงใจ "หนูเป็นเด็กดี ฉลาด แล้วก็มีความสามารถ แม่ภูมิใจในตัวหนูมากนะ" ท่านหญิงพูดพลางลูบแขนน้ำหนึ่งเบาๆ "หวังว่าหนูจะมีความสุขกับชีวิตของหนูนะ" น้ำหนึ่งซาบซึ้งในคำพูดของคุณหญิง ทว่าในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสุข ความหวัง และความกลัว "หนูขอขอบคุณคุณหญิงอีกครั้งนะคะ ที่ให้โอกาสหนูเสมอมา" น้ำหนึ่งกล่าวเสียงสั่นเครือ "ไม่เป็นไรจ้ะ" ท่านหญิงยิ้ม "คุณภาคย์เขาเป็นห่วงหนูมากนะ ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ" น้ำหนึ่งมองตามหลังคุณภาคย์ที่เดินกลับมาพร้อมถาดที่วางคานาเป้และน้ำผลไม้ เธอยังคงรู้สึกแปลกใจกับความเป็นห่วงเป็นใยที่เขาแสดงออกมา ทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรพิเศษ "นี่ครับ" ภาคย์วางถาดลงบนโต๊ะเล็กข้างๆ "ลองชิมดูสิครับ ฝีมือเชฟที่นี่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง" น้ำหนึ่งหยิบคานาเป้ขึ้นมาหนึ่งชิ้น "ขอบคุณค่ะ" เธอตอบ พลางมองไปที่ภาคย์ "คุณภาคย์คะ ทำไมคุณภาคย์ถึง... ดูแลหนูมากเป็นพิเศษคะ" ภาคย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ "ก็... คุณเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งของผม คุณแม่ท่านก็เอ็นดูคุณมาก ผมก็อยากให้คุณมีความสุข" "หนู... หนูเข้าใจค่ะ" น้ำหนึ่งตอบ พยายามมองให้ทะลุเปลือกนอกที่ดูเย็นชาของเขา แต่ในแววตาของเขากลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว "ทานให้อร่อยนะครับ" ภาคย์กล่าว พลางเหลือบมองนาฬิกา "ผมต้องขอตัวไปดูแลแขกคนอื่นต่อแล้ว" "ค่ะ" น้ำหนึ่งรับคำ เมื่อภาคย์เดินจากไป เธอก็หันกลับมามองท่านหญิงมณฑารัตน์ที่กำลังสนทนากับแขกคนอื่นอยู่ รอยยิ้มของท่านหญิงดูมีความสุข แต่ในแววตากลับมีความโศกเศร้าบางอย่างซ่อนอยู่ น้ำหนึ่งรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่เธอได้ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้

5,070 ตัวอักษร