ตอนที่ 17 — เงาอดีตของมารดา
ฝนยังคงตกพรำๆ ข้างนอก ราวกับจะช่วยขับกล่อมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึดอัดภายในห้องนอนของน้ำหนึ่ง ภาคย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาจับจ้องไปยังน้ำหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความผิดหวัง ความเสียใจ และความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเขา เขาไม่เคยคิดเลยว่าน้ำหนึ่งจะได้เห็นจดหมายเหล่านั้น
“มันเป็นเรื่องนานมาแล้ว น้ำหนึ่ง” ภาคย์เริ่มพูด เสียงของเขานุ่มนวลขึ้น “ผู้หญิงคนนั้น...คือคนที่ผมเคยรักหมดหัวใจ”
น้ำหนึ่งยังคงยืนนิ่ง ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ เธอเพียงแต่มองภาคย์ รอคอยให้เขาเล่าต่อ
“เธอชื่ออรุณรัศมี” ภาคย์กล่าวต่อ “เราคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรามีความฝันร่วมกัน เราวางแผนอนาคตร่วมกัน ผมรักเธอมาก และผมเชื่อว่าเธอเองก็รักผมเช่นกัน”
น้ำหนึ่งเม้มปากแน่น เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
“แต่แล้ว...วันหนึ่ง เธอก็หายไป” ภาคย์พูดต่อ น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ “ไม่มีการบอกลา ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น เธอหายไปจากชีวิตผมราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย”
“แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมเธอถึงไป?” น้ำหนึ่งถาม เสียงของเธอแหบพร่า
ภาคย์ส่ายหน้าช้าๆ “ผมไม่รู้ ผมพยายามตามหาเธอ ผมพยายามติดต่อเธอ แต่ก็ไม่เคยได้ข่าวอีกเลย”
“แล้วจดหมายพวกนี้ล่ะคะ?” น้ำหนึ่งถาม พลางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา “ทำไมคุณถึงยังเก็บมันไว้?”
“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่จากเธอ” ภาคย์ตอบ “ผมเก็บมันไว้เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ ว่าความรักที่สวยงามสามารถจากไปได้อย่างไร้ร่องรอย”
“แล้วทำไมคุณถึงมาแต่งงานกับฉันคะ?” น้ำหนึ่งย้ำคำถามเดิม “ถ้าคุณยังรักเธออยู่?”
ภาคย์เงยหน้ามองน้ำหนึ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง “ผมไม่ได้รักเธอแล้ว น้ำหนึ่ง ผมรักคุณ”
“แต่...ในจดหมาย...” น้ำหนึ่งยังคงติดขัดกับคำพูดในจดหมาย
“จดหมายเหล่านั้นคือความรู้สึกของผมในอดีต” ภาคย์กล่าว “แต่ตอนนี้ ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไปได้อย่างไรคะ?” น้ำหนึ่งถาม “คุณเพิ่งจะบอกว่าคุณยังรักเธออยู่”
“ไม่ ผมไม่ได้บอกแบบนั้น” ภาคย์แก้ “ผมบอกว่าเธอคือคนที่ผมเคยรักมากที่สุดในชีวิต และผมยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“แล้วอะไรคือสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคะ?” น้ำหนึ่งถาม “ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยค่ะ”
ภาคย์ถอนหายใจยาว “ผม...ผมกำลังพยายามจะบอกว่า ผมได้เรียนรู้จากความเจ็บปวดในอดีต ผมได้เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนเสมอไป และผมได้เรียนรู้ว่า การสูญเสียคนที่รักไปนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน”
“แล้วคุณคิดว่าการหลอกให้ฉันแต่งงานกับคุณ จะไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดเหรอคะ?” น้ำหนึ่งถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
“ผมไม่ได้หลอกคุณ น้ำหนึ่ง” ภาคย์กล่าว “ผม...ผมมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำแบบนี้”
“เหตุผลอะไรคะ?” น้ำหนึ่งถาม “ช่วยบอกฉันสักทีเถอะค่ะ”
ภาคย์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูด “ท่านหญิงมณฑารัตน์...มารดาของผม ท่านป่วยหนัก”
น้ำหนึ่งเบิกตากว้าง “ท่านป่วย? คุณไม่เคยบอกฉันเลย”
“ท่านไม่ต้องการให้ใครรู้” ภาคย์ตอบ “ท่านอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงานของฉันกับคุณคะ?” น้ำหนึ่งถาม
“ท่าน...ท่านมีความปรารถนาสุดท้าย” ภาคย์พูดเสียงเบา “ท่านอยากเห็นผมแต่งงาน ท่านอยากมีหลาน”
น้ำหนึ่งอึ้งไป เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนได้ขนาดนี้
“คุณ...คุณแต่งงานกับฉันเพราะมารดาของคุณขอร้องอย่างนั้นเหรอคะ?” น้ำหนึ่งถาม เสียงของเธออ่อนลง
ภาคย์พยักหน้าช้าๆ “ใช่ และผมก็...ผมก็เห็นแก่ตัวด้วย”
“เห็นแก่ตัวเรื่องอะไรคะ?”
“ผม...ผมอยากจะมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง” ภาคย์ตอบ “ผมเหนื่อยกับการต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยว ผมต้องการใครสักคนที่จะคอยดูแลผม”
น้ำหนึ่งมองภาคย์อย่างพิจารณา เธอเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาของเขา เห็นความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“แล้ว...แล้วผู้หญิงในจดหมายล่ะคะ?” น้ำหนึ่งถาม “คุณยังรักเธออยู่ไหม?”
ภาคย์ส่ายหน้า “ผมรักคุณ น้ำหนึ่ง ผมรักคุณจริงๆ”
“แต่ฉันไม่แน่ใจค่ะ” น้ำหนึ่งพูด “ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะเชื่อคุณได้หรือเปล่า”
“ผมจะพยายามพิสูจน์ให้คุณเห็น” ภาคย์กล่าว “ผมจะทำให้คุณเชื่อผม”
น้ำหนึ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่ในใจของเธอยังคงสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของภาคย์ได้มากแค่ไหน แต่ก็อดสงสารเขาไม่ได้
“ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร” น้ำหนึ่งกล่าว “ขอเวลาฉันคิดหน่อยนะคะ”
ภาคย์พยักหน้า “ได้เลย ผมเข้าใจ”
เขามองน้ำหนึ่งอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังและเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้น้ำหนึ่งยืนอยู่ลำพังกับความสับสนและความจริงที่เพิ่งจะถูกเปิดเผย
3,613 ตัวอักษร