ตอนที่ 19 — คำเสนอของท่านหญิงมณฑารัตน์
น้ำหนึ่งนั่งลงตรงข้ามท่านหญิงมณฑารัตน์ ใบหน้ายังคงฉายแววเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวดเมื่อคืน แต่ก็พยายามรวบรวมสติเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า “ท่านหญิงเรียกพบ มีเรื่องสำคัญอันใดหรือเพคะ”
ท่านหญิงมณฑารัตน์มองสำรวจน้ำหนึ่งอย่างพิจารณา ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย็นชา บัดนี้กลับมีความเศร้าสร้อยเจือปนอยู่ “น้ำหนึ่งจ๊ะ แม่เห็นว่าเมื่อคืนเจ้าคงจะเหนื่อยมาก”
“ไม่เป็นไรเพคะ” น้ำหนึ่งตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตา “น้ำหนึ่งไหว”
“เรื่องที่ภาคย์เล่าให้แม่ฟัง… แม่เข้าใจดีว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้า” ท่านหญิงเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เรื่องของจดหมาย… แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
น้ำหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองท่านหญิงอย่างประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดว่าท่านหญิงจะเอ่ยขอโทษเธอ “น้ำหนึ่งไม่เป็นไรเพคะ”
“ไม่เป็นไรได้อย่างไร” ท่านหญิงส่ายหน้าช้าๆ “แม่รู้ว่าการรับรู้เรื่องราวในอดีตของคนที่เรารัก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นมันเกี่ยวข้องกับคนอื่น” ท่านหญิงหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเลือกคำพูด “แม่รู้ว่าภาคย์รักเจ้ามากนะ น้ำหนึ่ง”
ประโยคนั้นทำให้น้ำหนึ่งรู้สึกใจเต้นแรง เธอไม่เคยได้ยินท่านหญิงพูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับภาคย์ในลักษณะนี้มาก่อน “เพคะ”
“และแม่เองก็เห็นในความดีงามของเจ้าเช่นกัน” ท่านหญิงกุมมือของน้ำหนึ่งไว้เบาๆ “แม่รู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะมาวุ่นวายหรือแสวงหาผลประโยชน์อะไร แม่เห็นจากสายตาของเจ้า เวลาที่เจ้ามองภาคย์… มันคือความรักที่บริสุทธิ์”
น้ำหนึ่งอึ้งไป เธอไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรกับคำชมที่จริงใจเช่นนี้ “ขอบคุณเพคะ”
“แต่ในขณะเดียวกัน แม่ก็รู้ว่าเจ้ามีความเข้มแข็ง” ท่านหญิงพูดต่อ “แม่ต้องการจะขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอันใดหรือเพคะ” น้ำหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“ภาคย์กำลังจะมีงานใหญ่ เขาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญหลายอย่าง การที่จะทำให้ทุกอย่างราบรื่น… แม่คิดว่า… การมีเจ้าอยู่เคียงข้างเขาในตอนนี้ มันสำคัญมาก” ท่านหญิงเอ่ยเสียงเนิบนาบ “แต่แม่ก็เข้าใจว่าหัวใจของเจ้า อาจจะยังมีความลังเล จากสิ่งที่เจ้าได้รู้เมื่อคืน”
น้ำหนึ่งกลืนน้ำลายลงคอ เรื่องที่เธอได้รู้เมื่อคืนนั้น มันทำให้โลกทั้งใบของเธอสั่นคลอน เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง แต่ขณะเดียวกัน เธอก็เห็นความเจ็บปวดในดวงตาของภาคย์ด้วยเช่นกัน
“น้ำหนึ่ง” ท่านหญิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของน้ำหนึ่ง “แม่ไม่ได้ขอให้เจ้าลืมอดีตของภาคย์ หรือสิ่งที่เขาเคยเป็น แม่แค่อยากขอร้องให้เจ้า… ลองมองไปข้างหน้าด้วยกันกับเขา”
“แต่… ความรู้สึกของน้ำหนึ่ง…” น้ำหนึ่งพยายามจะอธิบาย “มันยังสับสนเหลือเกินเพคะ”
“แม่รู้” ท่านหญิงตอบรับ “แต่ความรู้สึกมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้นะ น้ำหนึ่ง ถ้าเราเลือกที่จะให้โอกาส” ท่านหญิงถอนหายใจเบาๆ “ภาคย์มีปัญหาใหญ่มากในธุรกิจตอนนี้ บางคนกำลังจ้องจะเล่นงานเขา เขาต้องการกำลังใจ ต้องการคนที่ไว้ใจที่สุดอยู่เคียงข้าง”
“แล้ว… ท่านหญิง… ทรงทราบเรื่องนี้มาตลอดเลยหรือเพคะ” น้ำหนึ่งถามอย่างไม่แน่ใจ
“แม่รู้ว่าภาคย์มีอดีตที่ซับซ้อน” ท่านหญิงยอมรับ “แต่แม่ไม่เคยรู้รายละเอียดทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อคืนนี้… เมื่อแม่ได้คุยกับภาคย์” ท่านหญิงชะงัก “แม่ได้รู้ว่า… มีบางอย่างที่ภาคย์ยังไม่บอกเจ้า… และบางอย่างที่เจ้าอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับแผนการของมารดาของเขา”
คำว่า “มารดาของเขา” ทำให้หัวใจของน้ำหนึ่งบีบรัด เธอเพิ่งจะได้รู้ว่ามารดาของภาคย์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั้งหมดนี้อย่างไร
“น้ำหนึ่ง” ท่านหญิงกล่าวต่อ “แม่ต้องการจะเสนอข้อตกลงกับเจ้า”
“ข้อตกลง?” น้ำหนึ่งเลิกคิ้ว
“ใช่” ท่านหญิงตอบ “แม่จะช่วยให้เจ้า… ได้รับความจริงทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของมารดาของภาคย์ และแผนการที่แท้จริงของเธอ”
น้ำหนึ่งเบิกตากว้าง “หมายความว่าอย่างไรเพคะ”
“แม่รู้ว่า… มารดาของภาคย์… พยายามจะแยกภาคย์ออกจากเจ้า” ท่านหญิงกล่าว “และแม่คิดว่า… การที่เจ้าจะได้รู้ความจริงทั้งหมด อาจจะช่วยให้เจ้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป”
“แล้ว… ท่านหญิง… จะได้อะไรจากข้อตกลงนี้หรือเพคะ” น้ำหนึ่งถามอย่างระแวง
“แม่ต้องการเห็นภาคย์มีความสุข” ท่านหญิงตอบอย่างตรงไปตรงมา “และแม่ก็เชื่อว่า… ความสุขของภาคย์ อยู่ที่การได้อยู่กับคนที่เขารักจริงๆ” ท่านหญิงยิ้มบางๆ “ซึ่งแม่ก็เห็นว่าคนคนนั้นคือเจ้า”
“แต่… ถ้าหาก… น้ำหนึ่ง… ไม่สามารถ… รับเรื่องราวในอดีตของเขาได้…” น้ำหนึ่งเอ่ยเสียงแผ่ว
“นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า” ท่านหญิงกล่าว “แม่แค่จะมอบโอกาสให้เจ้าได้รู้ความจริงทั้งหมดก่อน แม่จะไม่บังคับเจ้า” ท่านหญิงยื่นมือออกไปแตะมือของน้ำหนึ่งเบาๆ “แม่ขอเพียงแค่… เจ้าอย่าเพิ่งตัดสินใจอะไร จนกว่าจะได้รู้ทุกอย่าง… และขอให้เจ้า… ลองพิจารณาทางเลือก… ที่จะอยู่เคียงข้างภาคย์ต่อไป”
น้ำหนึ่งมองมือของท่านหญิงที่กุมมือเธออยู่ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในดวงตาคู่นั้น ถึงแม้ว่าภายในใจของเธอจะยังสับสนและเต็มไปด้วยบาดแผล แต่คำเสนอของท่านหญิงมณฑารัตน์ก็จุดประกายความหวังเล็กๆ ขึ้นมา
“น้ำหนึ่ง… ขอเวลา… คิดสักครู่ได้ไหมเพคะ” น้ำหนึ่งเอ่ย
“แน่นอนจ้ะ” ท่านหญิงตอบ “แม่ให้เวลาเจ้าเต็มที่”
บทสนทนาของทั้งสองจบลงด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมาย น้ำหนึ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมา เธอหวังว่าแสงแดดนี้ จะสามารถส่องสว่างความมืดมิดในใจของเธอได้เช่นกัน
4,246 ตัวอักษร