ตอนที่ 22 — ความลับที่ถูกเปิดเผยจากมรดก
"น้ำหนึ่งคะ" เสียงแหบพร่าของท่านหญิงมณฑารัตน์ดังขึ้นเมื่อเห็นร่างบอบบางของหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องรับแขกอันโอ่อ่าอีกครั้ง แววตาของท่านหญิงฉายแววเหนื่อยอ่อน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น้ำหนึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านม่านลูกไม้สีครีม ตกกระทบพื้นหินอ่อน เกิดเป็นเงาสะท้อนที่ดูเย็นชา ผิดกับบรรยากาศอบอุ่นที่น้ำหนึ่งเคยสัมผัสเมื่อมาเยือนครั้งแรก
น้ำหนึ่งเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาบุหนังสีเข้มตรงข้ามกับท่านหญิง เธอกลั้นหายใจเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง "ค่ะท่านหญิง" เธอตอบเสียงเบา พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
ท่านหญิงมณฑารัตน์มองหน้าน้ำหนึ่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้กลับมีริ้วรอยแห่งความกังวลปรากฏขึ้น "ฉันรู้ว่าเธอคงสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด" ท่านหญิงเริ่มต้น "และฉันก็ขอโทษจริงๆ ที่ต้องทำให้เธอต้องมารับรู้ความจริงที่เจ็บปวดเช่นนี้"
"หนู... หนูไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดีค่ะ" น้ำหนึ่งเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมา "เรื่องของคุณภาคย์ เรื่องจดหมายของคุณพ่อ เรื่องแผนการของท่านหญิง... ทุกอย่างมันเหมือนพายุที่ถาโถมเข้ามา"
"ฉันเข้าใจดี" ท่านหญิงพยักหน้าช้าๆ "แต่ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่า ทุกสิ่งที่ฉันทำไป ฉันมีเหตุผลของฉันเสมอ แม้ว่ามันอาจจะดูเห็นแก่ตัวในบางครั้งก็ตาม" ท่านหญิงเงยหน้ามองเพดานประดับกระจกอย่างครุ่นคิด "เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นนานแล้ว น้ำหนึ่ง"
"นานแค่ไหนคะ" น้ำหนึ่งถาม เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังค่อยๆ จมดิ่งลงไปในอดีตที่เธอไม่เคยรับรู้
"นานพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งสูญเสียทุกอย่าง" ท่านหญิงกล่าวเสียงเครือ "นานพอที่จะทำให้หัวใจของคนสองคนแตกสลาย" ท่านหญิงหันกลับมามองน้ำหนึ่งอีกครั้ง "เรื่องมันเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคที่พ่อของเธอและคุณปู่ของภาคย์ยังหนุ่มๆ พวกเขาเป็นเพื่อนรักกันมาก เป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆ"
"หนูเคยได้ยินท่านเล่าให้ฟังบ้างค่ะ" น้ำหนึ่งตอบ
"ใช่" ท่านหญิงยืนยัน "แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้มีแค่นั้น พวกเขาทำธุรกิจร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่ แต่แล้ว... โชคชะตาก็นำพาเรื่องร้ายมาสู่ครอบครัวของฉัน" ท่านหญิงหยุดพูดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมสมาธิ "สามีของฉัน คุณนฤเบศร์ พ่อของภาคย์... เขาถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุด"
น้ำหนึ่งเบิกตากว้าง "ใครคะ"
"คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพื่อนรักที่สุด" ท่านหญิงตอบเสียงแข็ง "พ่อของเธอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง น้ำหนึ่งอึ้งจนพูดไม่ออก ภาพของบิดาที่เธอเคยรักและเคารพ กลับกลายเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศ ครอบครัวที่เธอเติบโตมาอย่างมีความสุข อาจมีเบื้องหลังที่เธอไม่เคยล่วงรู้
"ตอนนั้นฉันเสียใจมาก เสียใจจนแทบจะยืนไม่ไหว" ท่านหญิงกล่าวต่อ "สามีของฉันสูญเสียทุกอย่าง สูญเสียทั้งธุรกิจ สูญเสียความเชื่อใจ และที่สำคัญที่สุด... สูญเสียชีวิต"
"เสียชีวิตหรือคะ!" น้ำหนึ่งอุทานอย่างตกใจ
"ใช่" ท่านหญิงพยักหน้าอย่างเจ็บปวด "เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างปริศนา ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง แต่ฉันเชื่อเสมอว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา" ท่านหญิงสูดหายใจเข้าลึกๆ "หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของเธอก็หายตัวไป เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้ฉันและภาคย์ซึ่งตอนนั้นยังเด็กมาก ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ประดังเข้ามา"
"แล้ว... จดหมายที่หนูเจอในห้องลับล่ะคะ" น้ำหนึ่งถามต่อ
"จดหมายฉบับนั้น..." ท่านหญิงมองออกไปนอกหน้าต่าง "เป็นจดหมายที่พ่อของเธอเขียนถึงสามีของฉันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต" ท่านหญิงถอนหายใจ "ในจดหมายฉบับนั้น เขาขอโทษทุกสิ่งทุกอย่าง เขาบอกว่าเขาถูกหลอกให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาบอกว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง แต่เขาไม่สามารถเปิดเผยชื่อของคนนั้นได้ เขาเขียนถึงความรู้สึกผิดที่เขามีต่อครอบครัวของสามีฉัน และขอให้ฉันเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อไม่ให้ภาคย์ต้องเสียใจไปมากกว่านี้"
"แต่... แต่ท่านหญิงบอกว่าพ่อหนูเป็นคนหักหลัง" น้ำหนึ่งพูดอย่างสับสน
"นั่นคือสิ่งที่ฉันเคยเชื่อ" ท่านหญิงยอมรับ "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเกลียดพ่อของเธอเข้ากระดูกดำ ฉันโทษว่าเขาคือคนที่ทำลายชีวิตของสามีฉัน แต่พอได้อ่านจดหมายฉบับนั้น ฉันก็เริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งทุกอย่าง" ท่านหญิงหันกลับมามองน้ำหนึ่งอีกครั้ง "ฉันเริ่มค้นหาความจริง ฉันเริ่มตามหาเบาะแส และฉันก็พบว่า... มีคนอีกคนหนึ่งที่กำลังเล่นเกมสกปรกอยู่เบื้องหลัง"
"ใครคะ!" น้ำหนึ่งถามย้ำ
"คนที่เคยเป็นคนใกล้ชิดกับสามีของฉัน" ท่านหญิงตอบ "เขาคือคนที่ปล่อยข่าวลือ ทำให้พ่อของเธอเข้าใจผิด และชักนำให้พ่อของเธอทำในสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการ" ท่านหญิงเงยหน้ามองน้ำหนึ่ง "คนคนนั้น... คือลุงของภาคย์เอง"
น้ำหนึ่งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลุงของภาคย์? คนที่เธอเคยเจอสองสามครั้ง เขาเป็นคนใจดี พูดจาสุภาพ และดูเหมือนจะรักภาคย์มาก นี่มันเป็นไปได้อย่างไร
"ลุงของภาคย์..." น้ำหนึ่งเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา
"ใช่" ท่านหญิงพยักหน้า "เขาเป็นคนเดียวที่ได้ประโยชน์จากการล่มสลายของธุรกิจเรา เขาคือคนที่วางแผนทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจและครอบครองทุกสิ่ง" ท่านหญิงเงยหน้ามองน้ำหนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "และในวันที่สามีของฉันเสียชีวิต พ่อของเธอก็ถูกทำให้เข้าใจผิด ว่าเป็นคนลงมือ"
"แล้วทำไมท่านหญิงถึงไม่บอกความจริงกับภาคย์" น้ำหนึ่งถาม
"เพราะฉันไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน" ท่านหญิงตอบ "และฉันก็กลัวว่าถ้าฉันพูดอะไรออกไป โดยที่ไม่มีหลักฐานพอ ลุงของภาคย์อาจจะรู้ตัว และหาทางทำลายหลักฐานทั้งหมด หรืออาจจะทำร้ายน้ำหนึ่งได้"
"ทำร้ายหนู?" น้ำหนึ่งถามอย่างหวาดกลัว
"ใช่" ท่านหญิงพยักหน้า "ฉันได้ยินมาว่า ลุงของภาคย์เป็นคนโหดเหี้ยม เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ความลับของเขาไม่ถูกเปิดเผย" ท่านหญิงกำมือแน่น "และเมื่อฉันรู้ว่าพ่อของเธอได้ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอ และได้มีการติดต่อกับเธอผ่านทางภาคย์ ฉันก็รู้ว่าถึงเวลาที่ความจริงจะต้องถูกเปิดเผยออกมาแล้ว"
"แต่... แล้วแผนการของท่านหญิงคืออะไรคะ" น้ำหนึ่งถาม
"ฉันอยากให้เธอรู้ความจริงทั้งหมด" ท่านหญิงกล่าว "และฉันอยากให้เธอเป็นคนตัดสินใจเองว่า จะทำอย่างไรต่อไป" ท่านหญิงยื่นมือที่สั่นเทาออกมาแตะที่หลังมือของน้ำหนึ่ง "พ่อของเธอเป็นคนดี น้ำหนึ่ง เขาถูกใส่ร้าย เขาเป็นเหยื่อเหมือนกับเรา"
น้ำหนึ่งมองมือของท่านหญิงที่วางทาบทับอยู่บนมือของเธอ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา แม้จะมีความเจ็บปวดในน้ำเสียง แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของท่านหญิง
"ฉัน... หนูไม่รู้จะพูดอะไรดีค่ะ" น้ำหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างอึ้งๆ
"ไม่เป็นไร" ท่านหญิงยิ้มบางๆ "เธอมีเวลาคิด ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่า ความจริงมันซับซ้อนกว่าที่คิดเสมอ"
5,341 ตัวอักษร