ตอนที่ 16 — ร่องรอยความลับที่ถูกขุดคุ้ย
"มีอะไรคะ" รสาหันไปทางทนายความที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองหนึ่งในมือ สีหน้าของทนายความดูเคร่งเครียดและจริงจังกว่าปกติ ทำให้รสารู้สึกใจคอไม่ดี
"คุณหญิงครับ" ทนายความกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "หลังจากที่เราได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับคดีของคุณธามแล้ว เราพบความผิดปกติบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกครับ"
วราฤทธิ์ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองด้วยความสนใจ "ความผิดปกติอะไร"
"คืออย่างนี้ครับคุณผู้ใหญ่" ทนายความเริ่มอธิบาย "จากการตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินของคุณธามอย่างละเอียด เราพบว่ามีการโอนเงินจำนวนมากออกไปให้กับบริษัทนอกประเทศที่จดทะเบียนในแหล่งที่เรียกว่า 'Tax Haven' หรือเขตปลอดภาษีครับ ซึ่งการโอนเงินนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และจำนวนเงินที่โอนออกไปนั้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก"
รสาขมวดคิ้ว "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับธามคะ หรือว่าเขาจะซ่อนเงินส่วนหนึ่งไว้ที่นั่น"
"นั่นเป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสงสัยครับคุณหญิง" ทนายความกล่าว "แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ ชื่อของผู้มีอำนาจในการสั่งการโอนเงินเหล่านั้น ไม่ใช่ชื่อของคุณธามครับ แต่เป็นชื่อของบุคคลอื่นที่เราไม่คุ้นเคย และที่สำคัญกว่านั้นคือ การทำธุรกรรมบางอย่างต้องอาศัยอำนาจในการอนุมัติระดับสูง ซึ่งเกินกว่าอำนาจที่คุณธามควรจะมีในฐานะผู้บริหารระดับกลาง"
วราฤทธิ์พยักหน้าช้าๆ "หมายความว่าอาจจะมีคนอื่นอยู่เบื้องหลังอีก หรือไม่ก็มีคนในของเราที่สมรู้ร่วมคิดกับธาม"
"ถูกต้องครับคุณผู้ใหญ่" ทนายความตอบ "เรากำลังพยายามแกะรอยเส้นทางการเงินเหล่านี้อยู่ครับ แต่มันค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ตั้งอยู่ในเขตอำนาจที่การเปิดเผยข้อมูลทำได้ยากมาก"
เมษาก้มลงมองเอกสารที่ทนายความยื่นให้ "แล้วเราพอจะรู้ไหมคะว่าใครคือเจ้าของบริษัทพวกนั้น หรือใครเป็นคนอนุมัติ"
"เรากำลังดำเนินการสืบค้นอยู่ครับคุณเมษา" ทนายความกล่าว "แต่จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้มา การอนุมัติธุรกรรมเหล่านี้ต้องอาศัยลายเซ็นของบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจในระดับบริหารสูงสุด หรือไม่ก็เป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยตรงจากบุคคลเหล่านั้น"
รสาเงยหน้าขึ้นมองบิดา "พ่อคะ พ่อคิดว่าใครจะเป็นไปได้บ้าง"
วราฤทธิ์ถอนหายใจยาว "ในเมื่อธามเป็นแค่ผู้จัดการ ไม่น่าจะสามารถอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้ มันต้องมีใครที่ใหญ่กว่าธามคอยบงการอยู่เบื้องหลัง"
"แล้วเราจะหาหลักฐานได้อย่างไรคะ" รสาถามต่อ "ถ้าบริษัทพวกนั้นซ่อนตัวอยู่ในเขตปลอดภาษี"
"เราอาจจะต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ ครับ" ทนายความเสนอ "แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง"
"เราพร้อมที่จะทำทุกอย่างครับ" วราฤทธิ์กล่าวอย่างหนักแน่น "ตราบใดที่มันจะนำไปสู่ความจริง และทำให้คนที่คิดจะทำลายครอบครัวของเราได้รับผลกรรม"
"คุณผู้ใหญ่ครับ" ทนายความก้มหน้าลงมองเอกสารอีกครั้ง "ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญครับ"
"ว่ามา" วราฤทธิ์เร่ง
"จากการตรวจสอบประวัติการสื่อสารของคุณธาม เราพบว่าเขามีการติดต่อกับบุคคลภายนอกอย่างลับๆ ผ่านช่องทางที่เข้ารหัส และบางครั้งก็ใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้" ทนายความอธิบาย "ซึ่งการติดต่อเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขากำลังดำเนินการตามแผนการของเขา และดูเหมือนว่าเขาจะได้รับคำสั่งหรือการยืนยันบางอย่างจากบุคคลเหล่านี้"
"ใครคือบุคคลนั้น" รสาถามอย่างร้อนรน
"เรายังระบุตัวตนไม่ได้แน่ชัดครับคุณหญิง" ทนายความตอบ "แต่จากข้อมูลบางส่วนที่เรารวบรวมได้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคู่แข่งทางธุรกิจของเรา หรือไม่ก็เป็นบุคคลที่มีความแค้นส่วนตัวกับครอบครัวของเรา"
วราฤทธิ์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วมีใครในบริษัทของเราที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้างไหม"
"เท่าที่ตรวจสอบในขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับพนักงานคนใดในบริษัทครับ" ทนายความกล่าว "แต่เรากำลังขยายการตรวจสอบไปยังบุคคลใกล้ชิดของคุณธาม รวมถึงบุคคลที่เคยมีประวัติขัดแย้งกับคุณธาม หรือกับบริษัทของเราในอดีต"
"ผมอยากให้คุณเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด" วราฤทธิ์กล่าว "ผมไม่ต้องการให้มีใครมาลอยนวลไปกับการกระทำผิดเช่นนี้"
"ผมเข้าใจครับคุณผู้ใหญ่" ทนายความรับคำ "ผมจะพยายามอย่างเต็มที่"
หลังจากทนายความออกจากห้องไป รสาก็หันไปมองบิดาด้วยความเป็นห่วง "พ่อคะ พ่อแน่ใจนะคะว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง"
วราฤทธิ์ยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน "พ่อเชื่อว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วลูก การเปิดโปงความจริงทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"
"แต่หนูยังอดกังวลไม่ได้ค่ะ" รสาถอนหายใจ "เรื่องที่ต้องเจอหลังจากนี้มันดูจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก"
"ไม่ว่ามันจะซับซ้อนแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้" วราฤทธิ์กล่าว "เรามีกันและกัน และเราก็มีหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเอาผิดธามได้"
"แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่เบื้องหลังอีก" รสาเอ่ยเสียงแผ่ว "เราจะรับมือได้อย่างไรคะ"
"เราจะสู้จนถึงที่สุด" วราฤทธิ์ตอบเสียงหนักแน่น "เราจะปกป้องทุกสิ่งที่เรามี"
เมษาที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็เอื้อมมือมาจับมือรสา "รสา ไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ"
รสายิ้มให้เมษาอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณนะเมษา"
"เรื่องนี้อาจจะไม่ง่าย" วราฤทธิ์กล่าวเสริม "แต่เราต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นในตัวของเราเอง"
"หนูจะพยายามค่ะพ่อ" รสาตอบ ถึงแม้ในใจจะยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่เธอก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันแน่วแน่ของบิดา และการสนับสนุนจากเพื่อนรัก
"เอาล่ะ" วราฤทธิ์ลุกขึ้นยืน "ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับไปทำงานกันต่อแล้ว"
รสาพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบลงง่ายๆ และยังมีอุปสรรคอีกมากมายที่รออยู่ข้างหน้า แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่ออนาคตของครอบครัว และเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ความถูกต้องและยุติธรรมนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
4,676 ตัวอักษร