ตอนที่ 22 — การยืนหยัดเผชิญหน้าอีกครั้ง
"ต้น! พ่อเตือนแล้วนะว่าอย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่น!" ท่านประธานตวาดเสียงดัง ความโกรธฉายชัดในแววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อมองบุตรชาย
มารดาของต้นนทีพยายามเข้ามาห้าม "ต้นลูก... ใจเย็นๆ ก่อนนะ"
"ผมไม่ใจเย็นครับแม่!" ต้นนทีสวนกลับทันควัน "ผมอดทนมามากเกินไปแล้ว! ทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่เคยเข้าใจผมเลย! ทำไมต้องบังคับให้ผมเลือกในสิ่งที่ผมไม่อยากได้!"
"นี่มันเรื่องของอนาคตนะต้น! เรื่องของตระกูล! ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!" ท่านประธานตอกกลับ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวบุตรชาย "การแต่งงานกับเพชรนภาไม่ใช่แค่การแต่งงานของต้นคนเดียว แต่มันคือการเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของเรา! ถ้างานนี้ล่มไป บริษัทเราจะเสียโอกาสมหาศาล!"
"แล้วความสุขของผมล่ะครับพ่อ! ความสุขของผมมันไม่มีค่าพอจะรักษาไว้เลยหรือไง!" ต้นนทีถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ "ผมรักลดา! ผมต้องการอยู่กับลดา! ผมไม่เคยรักใครอย่างที่รักเธอมาก่อนในชีวิต! พ่อกับแม่จะให้ผมทิ้งความรักครั้งเดียวในชีวิตไปเพื่ออะไรครับ!"
"ความรักน่ะ มันก็แค่ความรู้สึกชั่วคราว เดี๋ยวก็หายไป" ท่านประธานพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะทำให้ดูใจเย็นลง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด "แต่ธุรกิจ การงาน ครอบครัว มันอยู่กับเราไปตลอดชีวิต! ต้นต้องรู้จักแยกแยะ!"
"สำหรับผม ความรักของผมมันไม่ใช่ความรู้สึกชั่วคราวครับพ่อ!" ต้นนทีตะคอกกลับ "ผมจะไม่มีวันทิ้งลดา! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น! และผมจะไม่ยอมหมั้นกับคุณเพชรนภาเด็ดขาด!"
มารดาของต้นนทีน้ำตาไหลพราก "ต้น... ลูกจะทำให้พ่อกับแม่เสียใจมากแค่ไหนรู้ไหม"
"ผมขอโทษครับแม่" ต้นนทีพูดเสียงเบาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นน้ำตาของมารดา "แต่ผมทำแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ถ้าผมต้องเลือก ผมขอเลือกที่จะอยู่กับคนที่ผมรัก"
ท่านประธานถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา มองบุตรชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง "พ่อไม่เคยคิดเลยว่าลูกจะเป็นคนแบบนี้... คนที่เห็นแก่ตัว..."
"ผมไม่ได้เห็นแก่ตัวครับพ่อ" ต้นนทีตอบอย่างนุ่มนวลขึ้น "ผมแค่ต้องการใช้ชีวิตของผมในแบบที่ผมต้องการ และผมต้องการให้คนที่ผมรักอยู่เคียงข้างผม"
"แล้วต้นคิดว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง?" ท่านประธานถามเสียงเย็นชา "คิดว่าพ่อจะยอมให้เรื่องนี้มันเป็นแบบนี้ต่อไปหรือไง? คิดว่าครอบครัวเพชรนภาเขาจะยอมง่ายๆ เหรอ? ต้นกำลังทำให้พ่อกับแม่ลำบากนะ!"
"ผมรู้ครับ" ต้นนทีตอบ "แต่ผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ตามมา"
"ดี! ถ้างั้นต้นก็ออกไปจากบ้านนี้ซะ!" ท่านประธานลุกขึ้นยืน ตะคอกเสียงดัง "ถ้าต้นไม่ต้องการครอบครัวนี้ ถ้าต้นไม่ต้องการธุรกิจนี้ ก็ออกไปซะ! พ่อไม่ต้องการเห็นหน้าต้นอีกแล้ว!"
คำพูดของบิดาทำให้ต้นนทีเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขามองหน้าบิดามารดาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งความเสียใจ ความผิดหวัง และความรักที่ยังคงมีอยู่
"ถ้าพ่ออยากให้ผมออกไป ผมก็คงต้องไป" ต้นนทีพูดเสียงแผ่ว เขาหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันหนักอึ้ง และน้ำตาของมารดาที่ยังคงไหลไม่หยุด
เมื่อเดินออกมาจากบ้านของบิดามารดา ต้นนทีก็สูดลมหายใจลึกๆ เขาโทรหาลดา
"ลดา..." เสียงของเขาสั่นเครือ
"ต้น! เกิดอะไรขึ้นคะ" ลดาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเขา
"ผม... ผมออกมาจากบ้านแล้ว" ต้นนทีตอบ "พ่อไล่ผมออกมา"
"อะไรนะคะ!" ลดาอุทานด้วยความตกใจ "ต้น! เกิดอะไรขึ้นคะ"
"ผมยืนยันกับท่านแล้วว่าผมจะไม่หมั้นกับคุณเพชรนภา และผมจะอยู่กับคุณ" ต้นนทีเล่าสั้นๆ "พ่อโกรธมาก... พ่อบอกว่าให้ผมออกไป"
"ต้น..." ลดาได้แต่เรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว "แล้วคุณจะไปไหนคะ"
"ผมไม่รู้เหมือนกัน" ต้นนทีตอบ "แต่ผมอยากเจอคุณ"
"ค่ะต้น หนูรอคุณอยู่นะคะ" ลดาตอบ "มาหาหนูที่บ้านนะคะ"
ต้นนทีขับรถไปหาลดาที่บ้าน เขาพบว่าลดาและคุณนายสุรีย์กำลังรอเขาอยู่ด้วยความเป็นห่วง
"ต้น!" คุณนายสุรีย์รีบเข้ามาโอบลูกเขยในอนาคต "เป็นยังไงบ้างลูก"
"ผม... ผมออกมาแล้วครับคุณป้า" ต้นนทีตอบเสียงอ่อย
"ไม่เป็นไรนะลูก" คุณนายสุรีย์ลูบหลังเขาเบาๆ "ป้าอยู่ตรงนี้แล้ว"
ลดาเดินเข้ามาจับมือต้นนทีไว้แน่น "ต้นคะ ไม่เป็นไรนะคะ เรายังมีกันและกัน"
"ผม... ผมขอโทษนะลดา" ต้นนทีพูด "ผมทำให้คุณต้องลำบากไปด้วย"
"ไม่เลยค่ะต้น" ลดาตอบ "หนูไม่ได้ลำบากเลย หนูมีความสุขที่เราได้อยู่ด้วยกัน"
"แต่ครอบครัวผม... " ต้นนทีเริ่มพูด
"เรื่องของครอบครัวคุณต้น... คุณค่อยๆ แก้ปัญหาไปนะคะ" คุณนายสุรีย์พูดเสริม "ตอนนี้คุณมาอยู่ที่นี่ ป้าก็สบายใจแล้ว"
ต้นนทีรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เขาได้กำลังใจจากลดาและคุณนายสุรีย์ เขาโอบกอดทั้งสองคนไว้แน่น
"ขอบคุณครับ" เขาพึมพำ "ขอบคุณจริงๆ"
ขณะที่ต้นนทีกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาครอบครัว ลดาเองก็ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสังคมเช่นกัน ข่าวการทะเลาะวิวาทระหว่างต้นนทีกับบิดาในงานเลี้ยงรุ่นเริ่มแพร่สะพัดในวงสังคมชั้นสูง บิดามารดาของต้นนทีก็พยายามกดดันให้ลดาถอยห่างจากลูกชายของพวกเขา
"คุณลดาคะ" เสียงของคุณหญิงกัลยา แม่ของเพชรนภา ดังขึ้นขณะที่เธอกับคุณนายสุรีย์กำลังร่วมงานสังคมแห่งหนึ่ง "ดิฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณค่ะ"
ลดาผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นคุณหญิงกัลยาเดินเข้ามาหา "สวัสดีค่ะคุณหญิง"
"ฉันได้ยินข่าวมามากค่ะ" คุณหญิงกัลยากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความหมาย "ว่าต้นนทีกับคุณนี่กำลังจะมีปัญหากัน"
"เรื่องของครอบครัวต้นนที... หนูไม่ทราบรายละเอียดค่ะ" ลดาตอบอย่างสุภาพ
"คุณแน่ใจเหรอคะ" คุณหญิงกัลยามองลดาด้วยสายตาที่อ่านยาก "คุณแน่ใจจริงๆ หรือว่าคุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย"
"ค่ะคุณหญิง" ลดาตอบอย่างมั่นคง
"คุณผู้หญิงคะ" คุณนายสุรีย์เดินเข้ามาแทรกบทสนทนา "ดิฉันว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณนายสุรีย์" คุณหญิงกัลยาหันไปมองคุณนายสุรีย์ "ฉันแค่อยากจะบอกคุณลดาไว้ตรงนี้ว่า... การที่คุณพยายามจะแย่งต้นนทีไปจากครอบครัวของเขา มันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"
"หนูไม่ได้พยายามจะแย่งใครค่ะคุณหญิง" ลดาตอบเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย "หนูรักต้นนที และต้นนทีก็รักหนู"
"ความรักของคุณสองคนน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ใครเขาจะยอมรับได้" คุณหญิงกัลยากล่าว "คุณเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่พยายามจะปีนป่ายเข้าสู่สังคมชั้นสูง โดยใช้ต้นนทีเป็นสะพาน"
"คุณหญิงกล่าวหาหนูแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" ลดาเริ่มมีน้ำโห "หนูกับต้นนทีรักกันด้วยใจจริง!"
"ใจจริงเหรอคะ" คุณหญิงกัลยาหัวเราะเยาะ "ถ้าคุณรักเขาจริง คุณคงจะถอยห่างออกมาเอง เพื่อไม่ให้เขาต้องเดือดร้อน"
"หนูจะไม่มีวันถอยค่ะ" ลดาประกาศกร้าว "หนูจะสู้เพื่อความรักของเรา"
"ดี! งั้นเราก็คงจะได้เห็นกัน" คุณหญิงกัลยาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลดายืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และทั้งมุ่งมั่น
คุณนายสุรีย์เดินเข้ามาประคองลดา "ไม่เป็นไรนะลูก"
"หนูไม่ไหวแล้วค่ะแม่" ลดาเอ่ยขึ้น พลางปล่อยน้ำตาที่กลั้นไว้ "ทำไมทุกคนถึงคิดว่าหนูเป็นคนไม่ดีแบบนี้"
"ลูกไม่ต้องไปสนใจคำพูดของพวกเขานะลูก" คุณนายสุรีย์ปลอบ "ลูกรู้ดีที่สุดว่าหัวใจของลูกต้องการอะไร"
"หนูรักต้นนทีจริงๆ ค่ะแม่" ลดาพึมพำ "หนูไม่อยากเสียเขาไป"
"แม่รู้จ้ะ" คุณนายสุรีย์กอดลูกสาวแน่น "และแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ"
ในค่ำคืนนั้น ต้นนทีใช้เวลาอยู่กับลดาที่บ้านของเธอ เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ลดาฟังอย่างละเอียด ลดาเองก็เช่นกัน เธอเล่าเรื่องที่เธอเผชิญหน้ากับคุณหญิงกัลยาให้ต้นนทีฟัง
"ผมขอโทษนะลดา" ต้นนทีกล่าว "ผมทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"
"ไม่เป็นไรค่ะต้น" ลดาตอบ "หนูรู้ว่าเรากำลังสู้เพื่อความรักของเรา"
"ผมจะจัดการเรื่องพ่อกับแม่ให้ได้" ต้นนทีให้คำมั่น "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณ"
"หนูเชื่อใจคุณค่ะต้น" ลดาตอบ "เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ"
ทั้งสองคนมองตากันด้วยความรักและความเข้าใจ พวกเขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าคงไม่ง่าย แต่การมีกันและกันเป็นกำลังใจ ทำให้พวกเขามีความหวังและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค
6,183 ตัวอักษร