เมียที่เขาทิ้ง

ตอนที่ 19 / 42

ตอนที่ 19 — การเผชิญหน้ากับเงาในอดีต

"ท่านพ่อคะ..." พราวพิรุณเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางยกมือขึ้นนวดขมับ รอยยิ้มจางๆ ที่เคยประดับบนใบหน้า บัดนี้เลือนหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและสับสนที่ฉายชัดในดวงตา เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานยังคงเป็นสาเหตุหลักของความปวดหัว พินัยกรรมของบิดาอรุณ... คำๆ นี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่แค่เอกสารทางกฎหมาย แต่กลับกลายเป็นเหมือนสายใยที่ถักทอชีวิตของเธอ พลอยใส และเมขลาเข้าไว้ด้วยกันอย่างซับซ้อน "ถ้าอรุณแต่งงานกับเมขลา ทรัพย์สินส่วนหนึ่งของท่าน จะตกเป็นของคุณและพลอยใสทั้งสองคน" เสียงทนายชาญชัยยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ความหมายอันลึกซึ้งของประโยคนี้กำลังบีบคั้นหัวใจของเธอ พราวพิรุณไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพินัยกรรมฉบับนี้จะผูกโยงชะตากรรมของเธอเข้ากับบุคคลอันเป็นที่เกลียดชังได้ถึงเพียงนี้ เธอเคยคิดว่าเรื่องราวต่างๆ จะจบลงด้วยดี... ว่าเธอจะสามารถปกป้องพลอยใสจากเงาในอดีตได้ แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธออีกครั้ง ความจริงที่ถูกเปิดเผยกำลังผลักดันให้เธอต้องเผชิญหน้ากับอดีตที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอด "อรุณ..." พราวพิรุณพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามามีทั้งความเจ็บปวด ความโกรธ และความสับสนปนเปกันไปหมด เธอต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง... และการตัดสินใจครั้งนี้ อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอและพลอยใสไปตลอดกาลรับมรดกนี้จะเป็นเพียงการได้รับเงินทอง แต่บัดนี้เธอรู้แล้วว่ามันคือภาระที่หนักอึ้งยิ่งกว่า "แม่คะ" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากหน้าประตู ทำให้พราวพิรุณสะดุ้งตกใจ เธอรีบปัดน้ำตาที่คลอเบ้าออกไปก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้น พลอยใสในชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรดของเธอ ดวงตากลมโตมองมาที่แม่ด้วยความเป็นห่วง "พลอยใสลูก มานี่มา" พราวพิรุณยื่นแขนออกไปรับลูกสาวเข้ามากอด ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของลูกสาวช่วยคลายความกังวลในใจเธอลงไปได้บ้าง "นอนไม่หลับเหรอคะ" "หนูฝันร้ายค่ะแม่" พลอยใสอิงแอบกับอกของแม่ "ฝันว่ามีคนใจร้ายมาแย่งบ้านเราไป" พราวพิรุณลูบผมลูกสาวเบาๆ "ไม่มีใครมาแย่งบ้านเราไปได้หรอกนะลูก แม่จะปกป้องพลอยใสเอง" เธอกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อนึกถึงเงื่อนไขในพินัยกรรม หากเธอไม่ยอมทำตามที่บิดาอรุณต้องการ ทรัพย์สินส่วนนี้ก็จะตกไปเป็นของเมขลาทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าเธอและพลอยใสจะสูญเสียทุกอย่าง "แม่เป็นอะไรคะ ทำไมแม่ดูเศร้าๆ" พลอยใสเงยหน้ามองแม่ สายตาใสซื่อของลูกทำให้พราวพิรุณรู้สึกผิด เธอไม่ต้องการให้ลูกรับรู้ถึงปัญหาที่ซับซ้อนนี้เลย "แม่ก็แค่คิดถึงเรื่องงานนิดหน่อยค่ะลูก" พราวพิรุณพยายามยิ้มให้ลูก "แต่แม่จะจัดการทุกอย่างได้ ไม่ต้องห่วงนะ" "แล้วเรื่องคุณย่าล่ะคะ แม่ได้คุยกับคุณย่ารึยัง" พลอยใสเอ่ยถามถึงเมขลา ผู้หญิงที่เธอเรียกด้วยความสงสัยระคนหวาดกลัว "เมื่อคืนคุณย่ามาหาหนูที่ห้องด้วยนะคะ" พราวพิรุณชะงักไปเล็กน้อย "มาหาเหรอคะ แล้วคุณย่าพูดอะไรบ้าง" "คุณย่าบอกว่าคุณย่าจะมาอยู่กับเรา แล้วก็ให้หนูเรียกคุณย่าว่าแม่" พลอยใสเล่าด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ "แต่หนูไม่เอาค่ะ หนูมีแม่คนเดียวแล้ว" คำพูดของพลอยใสเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของพราวพิรุณ ความไร้เดียงสาของลูกสาวเป็นเครื่องยืนยันว่าเมขลาได้เริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตของพวกเธอแล้ว "ดีแล้วค่ะลูก ไม่ต้องเรียกคุณย่าว่าแม่ก็ได้" พราวพิรุณกอดลูกสาวแน่นกว่าเดิม "แม่จะอยู่ข้างๆ พลอยใสตลอดไป" หลังจากพลอยใสหลับไปแล้ว พราวพิรุณก็กลับมานั่งจ้องมองเอกสารพินัยกรรมอีกครั้ง เธอพลิกดูหน้ากระดาษต่างๆ อย่างละเอียด จนกระทั่งสายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ส่วนหนึ่งของเอกสารที่ถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ "ข้าพเจ้ามีความประสงค์ให้ พราวพิรุณ เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์และทรัพย์สินส่วนนี้ทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขว่า หาก พราวพิรุณ ไม่สามารถดำเนินการตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้ได้ทั้งหมด หรือขัดต่อเจตนารมณ์ของข้าพเจ้า ทรัพย์สินส่วนนี้จะตกเป็นของ เมขลา ทันที" เจตนารมณ์ของบิดาอรุณคืออะไรกันแน่? เขาต้องการให้เธอแต่งงานกับเมขลาจริงๆ หรือ? หรือมีเหตุผลอื่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง? ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุดหย่อน พราวพิรุณตัดสินใจว่าเธอต้องหาคำตอบให้ได้ เช้าวันรุ่งขึ้น พราวพิรุณตัดสินใจที่จะไปพบเมขลา เธอรู้ดีว่านี่เป็นก้าวที่เสี่ยง แต่เธอไม่สามารถหลบเลี่ยงปัญหาได้อีกต่อไป เธอขับรถไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเคยอาศัยอยู่เมื่อหลายปีก่อน หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เข้าใกล้บ้านหลังนี้ ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ "สวัสดีค่ะ คุณเมขลา" พราวพิรุณเอ่ยทักเมื่อเมขลาเดินออกมาต้อนรับที่หน้าประตู เธอยังคงดูสง่างามและทรงอำนาจเหมือนเดิม รอยยิ้มที่มุมปากของเมขลาดูเยือกเย็นและยากจะหยั่งถึง "มาแล้วเหรอจ๊ะ พราวพิรุณ" เมขลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เข้ามาข้างในก่อนสิ" ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่หรูหราและโอ่อ่า พราวพิรุณนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เคยเป็นเหมือนแม่เลี้ยงของเธอ "มีอะไรให้ฉันรับใช้จ๊ะ" เมขลาถามพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ "ดิฉัน... ดิฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเมขลาค่ะ" พราวพิรุณสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณพ่ออรุณค่ะ" ใบหน้าของเมขลาปรากฏรอยยิ้มบางๆ "ฉันก็กำลังรอให้เธอมาคุยเรื่องนี้อยู่พอดี" "คุณเมขลาคะ ดิฉันไม่เข้าใจเจตนาของคุณพ่อจริงๆ ค่ะ ทำไมท่านถึงต้องตั้งเงื่อนไขแบบนี้" พราวพิรุณถามตรงๆ "ท่านต้องการให้ดิฉันแต่งงานกับคุณเมขลาจริงๆ หรือคะ" เมขลาหัวเราะเบาๆ "จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะจ๊ะ แต่จะว่าไม่ใช่ก็ได้เหมือนกัน" "หมายความว่ายังไงคะ" พราวพิรุณขมวดคิ้ว "พ่อของเธอ เขาฉลาดมากนะ พราวพิรุณ" เมขลาพูดพลางวางถ้วยชาลง "เขาอยากให้เธอมีความสุข และเขาก็รู้ว่าใครคือคนที่รักและหวังดีกับเธอจริงๆ" "คุณเมขลาหมายถึงตัวคุณเองหรือคะ" พราวพิรุณถามด้วยความไม่เชื่อ "แน่นอนสิ" เมขลายิ้มอย่างมั่นใจ "ฉันรักเธอเหมือนลูก และฉันก็รักพลอยใสเหมือนหลาน ฉันอยากให้พวกเธออยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข" "แต่..." พราวพิรุณกำลังจะอธิบายความรู้สึกของตัวเอง แต่เมขลาชิงพูดขึ้นก่อน "ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่" เมขลาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "เธอคงคิดว่าฉันเห็นแก่เงิน หรือไม่ก็อยากจะแย่งทุกอย่างไปจากเธอ แต่ไม่เลย พราวพิรุณ ฉันไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าการเห็นครอบครัวของเรากลับมารวมกันอีกครั้ง" "ครอบครัวของเรา... หมายความว่ายังไงคะ" พราวพิรุณเริ่มรู้สึกสับสน "พ่อของเธอ เขากำลังจะแต่งงานกับฉัน" เมขลาเปิดเผยความจริงที่ทำให้พราวพิรุณแทบจะล้มทั้งยืน "และพินัยกรรมฉบับนี้ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เขาจะผูกพันเธอกับฉันไว้ด้วยกัน" "แต่งงาน... กับคุณเมขลา?" พราวพิรุณถามเสียงสั่น "แล้ว... แล้วคุณพ่อขา..." "เขาไปแล้วนะจ๊ะ" เมขลาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "ไปก่อนที่จะได้ทำตามความตั้งใจของเขา" พราวพิรุณนิ่งอึ้งไป เธอไม่รู้จะพูดอะไร ความจริงที่เมขลาเปิดเผยนั้นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เธอจะรับไหว บิดาอรุณกำลังจะแต่งงานกับเมขลา และเธอคือส่วนหนึ่งของแผนการนั้น "ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับเธอที่จะยอมรับ" เมขลาพูดต่อ "แต่ขอให้เธอเชื่อฉันนะ พราวพิรุณ ฉันจะดูแลเธอและพลอยใสอย่างดีที่สุด ฉันจะทำให้เธอมีความสุข" "ดิฉัน... ดิฉันขอเวลาคิดนะคะ" พราวพิรุณพูดเสียงแผ่วเบา เธอรู้สึกว่าสมองของเธอขาวโพลนไปหมด "แน่นอนจ้ะ" เมขลายิ้ม "แต่จำไว้นะ พราวพิรุณ นี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอแล้ว" พราวพิรุณเดินออกจากคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของเมขลาหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

6,288 ตัวอักษร