ตอนที่ 22 — การท้าทายเงื่อนไขแห่งพินัยกรรม
"คุณทนายคะ พราวพิรุณเอ่ยเสียงหนักแน่น ดิฉันพร้อมที่จะต่อสู้ค่ะ"
ทนายชาญชัยพยักหน้าให้กำลังใจ เขาเห็นแววตาที่แน่วแน่ของหญิงสาวตรงหน้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะตามมา "ผมดีใจที่คุณพราวมีความมุ่งมั่นครับ โอกาสของเรามีอยู่จริง แต่เราต้องใช้ความรอบคอบและแม่นยำในทุกย่างก้าว"
"มีเงื่อนไขอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษอีกบ้างคะ" พราวพิรุณถาม ดวงตาจับจ้องไปที่เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานของทนาย
"เงื่อนไขหลักๆ คือการพิสูจน์ว่าการแต่งงานระหว่างคุณเมขลากับคุณบิดรุณนั้นมีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางทรัพย์สินเป็นสำคัญ และคุณเมขลาเองก็ต้องรับผิดชอบในข้อกล่าวหานี้ด้วย" ทนายชาญชัยอธิบาย "เอกสารที่เราได้มานั้นมีความสำคัญมาก มันแสดงให้เห็นถึงการโอนถ่ายทรัพย์สินบางส่วนของคุณบิดรุณไปยังบัญชีของคุณเมขลาในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ท่านป่วยหนัก ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าอาจมีการวางแผนล่วงหน้า"
"แล้วเราจะใช้หลักฐานนี้ได้อย่างไรคะ"
"เราจะนำเสนอต่อศาลว่า การกระทำของคุณเมขลาเป็นการฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของคุณบิดรุณ และเจตนาที่แท้จริงของการแต่งงานก็ไม่ใช่เพื่อความรัก แต่เพื่อประโยชน์ทางการเงิน ซึ่งจะทำให้การสมรสเป็นโมฆะตามกฎหมายในส่วนของเจตนาที่ถูกบิดเบือน" ทนายชาญชัยกล่าว "ส่วนเรื่องพินัยกรรม หากการสมรสเป็นโมฆะ สิทธิของคุณเมขลาในฐานะคู่สมรสก็จะสิ้นสุดลงไปด้วย และเราจะสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลตีความพินัยกรรมใหม่ โดยอ้างอิงจากเจตนาที่แท้จริงของคุณบิดรุณก่อนที่ท่านจะถูกชักจูง"
พราวพิรุณนิ่งคิด เธอเข้าใจถึงความซับซ้อนของคดีนี้ "หมายความว่า เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณเมขลาคือผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนทั้งหมด"
"ใช่ครับ" ทนายพยักหน้า "และที่สำคัญ เราต้องระวังการโต้แย้งจากฝ่ายคุณเมขลา พวกเขาอาจจะอ้างว่าคุณบิดรุณเต็มใจยกทรัพย์สินให้ หรือแต่งงานด้วยความรักจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมการเพื่อหักล้าง"
"แล้วคุณภาคย์ล่ะคะ เขาจะเข้ามามีบทบาทอย่างไร" พราวพิรุณถามถึงชื่อของคนที่เธอไม่อยากเอ่ยถึง แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
"คุณภาคย์เป็นพยานสำคัญครับ" ทนายชาญชัยตอบ "คำให้การของเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณบิดรุณกับคุณเมขลาในช่วงเวลาดังกล่าว และความเปลี่ยนแปลงที่คุณบิดรุณประสบในช่วงท้ายของชีวิต จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนข้อกล่าวหาของเรา ยิ่งถ้าเราสามารถแสดงให้เห็นว่าคุณภาคย์ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ยิ่งจะเพิ่มน้ำหนักให้กับคำให้การของเขา"
"เขาจะยอมให้การกับเราจริงๆ หรือคะ" พราวพิรุณอดสงสัยไม่ได้ หลังจากที่เขาเคยทำร้ายจิตใจเธออย่างแสนสาหัส
"ผมได้พูดคุยกับคุณภาคย์เบื้องต้นแล้วครับ" ทนายชาญชัยกล่าว "เขาแสดงความจำนงค์ที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ความจริงปรากฏ และเพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดในอดีตที่เขากล่าวว่าได้กระทำต่อคุณ"
ประโยคนั้นทำให้พราวพิรุณใจสั่น เธอพยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ "เขาพูดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ"
"จริงครับ" ทนายชาญชัยยืนยัน "เขาบอกว่าเขาเสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และอยากจะแก้ไขให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"แต่... ถ้าเขามาเป็นพยาน มันจะกระทบกับเขามากไหมคะ" พราวพิรุณถามด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่รู้ตัว
"จะเป็นการดีที่สุดหากคุณจะได้พูดคุยกับคุณภาคย์โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ" ทนายชาญชัยเสนอ "ผมจะนัดหมายให้คุณทั้งสองได้พบกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า"
หลังจากออกจากสำนักงานทนาย ชาญชัย พราวพิรุณรู้สึกราวกับว่ามีภาระที่หนักอึ้งกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความหวังที่ริบหรี่อยู่ปลายอุโมงค์ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อทรัพย์สิน แต่เพื่อศักดิ์ศรีและเพื่อความยุติธรรมให้กับผู้เป็นพ่อ เธอเดินไปที่รถด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มจางๆ ตอนนี้กลับมีความมุ่งมั่นฉายชัดเจนกว่าเดิม
เธอกำลังจะเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายอีกครั้ง และครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอีกต่อไป เธอมองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีคราม พลางสูดลมหายใจลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเพื่อก้าวต่อไป
"ฉันจะไม่ยอมแพ้" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ไม่นานนัก โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นขึ้น เป็นสายจากภาคย์
"ฮัลโหลครับ" เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยอ่อน แต่ก็แฝงไปด้วยความหวัง
"คุณภาคย์คะ" พราวพิรุณเอ่ยตอบ
"คุณพราว ผม... ผมอยากจะขอโทษอีกครั้ง" เสียงของเขาขาดห้วงไปเล็กน้อย เหมือนกำลังรวบรวมความกล้า
"ฉันได้คุยกับทนายชาญชัยแล้วค่ะ"
"ครับ เขาบอกผมแล้ว" ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ "ผมรู้ว่ามันยาก แต่ผมอยากจะช่วยคุณจริงๆ ผมอยากจะแก้ไขสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป"
"คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณพร้อม" พราวพิรุณถามตรงๆ
"ผมแน่ใจครับ" ภาคย์ตอบเสียงหนักแน่น "ผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ และผมก็ไม่อยากเห็นคุณต้องเจ็บปวดเพราะเรื่องของผู้หญิงคนนั้นอีก"
"แล้วเรื่องที่คุณทนายบอกว่าคุณจะให้การ... คุณจะให้การอะไรบ้างคะ"
"ผมจะบอกทุกอย่างเท่าที่ผมรู้ครับ" ภาคย์กล่าว "เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณเมขลากับคุณบิดรุณ พฤติกรรมของคุณเมขลาในช่วงที่คุณบิดรุณป่วยหนัก และความรู้สึกของคุณบิดรุณที่มีต่อคุณ"
พราวพิรุณนิ่งไป เธอไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี การที่ภาคย์ยอมช่วยเหลือเธอเป็นเรื่องที่เธอไม่คาดฝัน แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อรูปคดี
"ขอบคุณค่ะ" เธอเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ "ฉัน... ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ"
"คุณพราวครับ" ภาคย์เรียกชื่อเธอ เสียงของเขาอ่อนลง "ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาดกับคุณไว้มากมาย และผมก็เสียใจจริงๆ แต่ผมหวังว่า... หวังว่าคุณจะให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง"
พราวพิรุณหลับตาลง ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่เจ็บปวดผุดขึ้นมา แต่เธอก็พยายามปัดเป่ามันออกไป "ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรค่ะคุณภาคย์ แต่ตอนนี้... เรามีเป้าหมายเดียวกัน"
บทสนทนาของทั้งสองจบลงด้วยความรู้สึกที่ยังคงค้างคาใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ทางเลือกที่พราวพิรุณกำลังจะเดินต่อไปนั้น ไม่ใช่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันเต็มไปด้วยอุปสรรค และเธอต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยกำลังใจอันแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เธอจะมี
4,854 ตัวอักษร