เมียที่เขาทิ้ง

ตอนที่ 29 / 42

ตอนที่ 29 — การเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้น

หลังจากวางสายจากคุณกฤษณา พราวพิรุณก็อยู่ในภาวะสับสนอย่างหนัก เธอเดินไปมาในห้องอย่างไม่หยุดหย่อน น้ำตาที่เคยไหลพรั่งพรูบัดนี้กลายเป็นความเงียบที่ปกคลุมใบหน้าซีดเซียว ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ได้สั่นคลอนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อ “มะเร็ง… ระยะสุดท้าย…” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้ง “แล้วทั้งหมดที่ผ่านมา… มันคืออะไรกันแน่” เธอหยิบรูปถ่ายของคุณเมขลาขึ้นมามองอีกครั้ง ใบหน้าอ่อนหวานในภาพ บัดนี้ดูเศร้าหมองและเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เธอพยายามจะมองหาเค้าลางของความเจ็บป่วยนั้น แต่ก็ไม่พบ “ฉันขอโทษค่ะ… ขอโทษที่ฉันไม่รู้” เธอพูดกับภาพถ่าย น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนรูป ความคิดของพราวพิรุณย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านมา เธอจำได้ว่าคุณเมขลาเคยมีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ เคยมีอาการหน้ามืดเป็นลมอยู่บ่อยๆ ในตอนแรกเธอคิดว่ามันเป็นเพียงเพราะความเครียด หรือความอ่อนเพลียจากการทำงาน แต่เมื่อมาคิดถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะมีความหมายใหม่ “คุณไม่สบาย… แล้วยังต้องมาทำเรื่องพวกนี้อีกเหรอคะ” พราวพิรุณกล่าวเสียงสะอื้น เธอตัดสินใจว่าจะต้องพูดคุยกับทนายชาญชัยให้เร็วที่สุด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดเบอร์ของทนายทันที “สวัสดีครับคุณพราวพิรุณ” เสียงทนายชาญชัยดังขึ้น “ทนายคะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ทราบค่ะ” พราวพิรุณบอก “ดิฉันเพิ่งทราบมาว่า… คุณเมขลาป่วยหนักมากค่ะ” “ป่วยหนัก… หมายถึงเรื่องอะไรครับ” ทนายชาญชัยถามด้วยความประหลาดใจ “คุณเมขลาเป็นมะเร็งค่ะ ทนาย… เป็นระยะสุดท้ายแล้วค่ะ” พราวพิรุณบอกเสียงสั่น ทนายชาญชัยเงียบไปครู่หนึ่ง “อะไรนะครับ… เป็นไปได้อย่างไร” “ดิฉันเพิ่งทราบจากคุณกฤษณาค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของคุณเมขลา” พราวพิรุณเล่าสั้นๆ “ดิฉันคิดว่า… เรื่องนี้อาจจะส่งผลต่อรูปคดีของเราค่ะ” “คุณเมขลาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย… เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ครับ” ทนายชาญชัยกล่าวเสียงเคร่งเครียด “ผมต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณกฤษณาโดยเร็วที่สุดครับ และเราต้องพิจารณาเรื่องการสืบพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพของคุณเมขลาด้วย” “ค่ะทนาย” พราวพิรุณตอบ “ดิฉันยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างค่ะ” หลังจากวางสายจากทนาย พราวพิรุณก็นั่งลงอย่างหมดแรง เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกพายุโหมกระหน่ำ ชีวิตของเธอพลิกผันไปอีกครั้ง จากที่คิดว่ากำลังจะเดินไปสู่ความยุติธรรม กลับต้องมาเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่คาดไม่ถึง ไม่นานนัก ทนายชาญชัยก็เดินทางมาถึงบ้านพักของพราวพิรุณ เขาดูเคร่งเครียดและจริงจังกว่าปกติ “คุณพราวพิรุณครับ ผมได้พูดคุยกับคุณกฤษณาแล้ว เธอให้ข้อมูลบางอย่างที่สำคัญมาก” ทนายชาญชัยกล่าว “คุณเมขลาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งมานานแล้วครับ และโรคของเธอ… มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อสภาพจิตใจและการตัดสินใจของเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา” “หมายความว่ายังไงคะทนาย” พราวพิรุณถาม “คุณกฤษณาบอกว่า… คุณเมขลาทราบดีถึงอาการป่วยของตัวเอง และเธอมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับอนาคตของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เมื่อเธอรู้ว่าคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องแต่งงานกับคุณภาคภูมิ” ทนายชาญชัยอธิบาย “เธอจึงได้ตัดสินใจทำบางอย่าง… เพื่อให้คุณหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้” “คุณเมขลาทำอะไรคะ” พราวพิรุณถามอย่างร้อนรน “เธอได้ขอให้คนสนิทที่สุดคนหนึ่งของเธอ… ช่วยเหลือเธอในเรื่องการเตรียมเอกสารบางอย่าง” ทนายชาญชัยกล่าว “เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้น… ซึ่งเรากำลังต่อสู้กันอยู่นี้” พราวพิรุณอึ้งไป “คุณหมายความว่า… เอกสารที่ใช้โอนหุ้น เป็นเอกสารที่คุณเมขลา… สร้างขึ้นมาเองเหรอคะ” “ยังไม่ชัดเจนครับ” ทนายชาญชัยส่ายหน้า “แต่คุณกฤษณาให้ข้อมูลว่า… คุณเมขลาได้ไปปรึกษาทนายความอีกท่านหนึ่ง… ในช่วงเวลาที่เธอทราบผลการวินิจฉัยโรค” “ทนายความ… อีกท่านหนึ่ง” พราวพิรุณทวนคำ “แล้วทนายท่านนั้น… เป็นใครคะ” “นั่นคือประเด็นสำคัญครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “คุณกฤษณาไม่ทราบชื่อทนายท่านนั้นโดยตรง แต่เธอทราบว่า… เป็นทนายที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพย์สิน และคุณเมขลาได้ทำเรื่องบางอย่างกับทนายท่านนั้น… ก่อนที่จะเสียชีวิต” “ก่อนที่จะเสียชีวิต…” พราวพิรุณน้ำตาคลอ “แล้ว… เรื่องการโอนหุ้นล่ะคะ” “นั่นคือสิ่งที่เราต้องสืบหาให้ได้ครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “ผมเชื่อว่า… การกระทำของคุณเมขลาในช่วงสุดท้าย อาจจะมีเจตนาบางอย่างซ่อนอยู่” “เจตนา… อะไรคะ” พราวพิรุณถาม “คุณกฤษณาบอกว่า… คุณเมขลาพูดเสมอว่า… เธอไม่อยากให้คุณต้องมาลำบากเพราะเธอ” ทนายชาญชัยกล่าว “เธออาจจะ… มีแผนสำรองบางอย่างไว้ให้คุณ” “แผนสำรอง…” พราวพิรุณพึมพำ “คุณเมขลา… คุณกำลังทำอะไรกันแน่” “เราต้องค้นหาความจริงนี้ให้ได้ครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “ถ้าการโอนหุ้นนั้น… เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายจริง และคุณเมขลามีเจตนาที่จะปกป้องคุณ… ศาลอาจจะพิจารณาถึงเจตนาของคุณเมขลาด้วย” “ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะทนาย” พราวพิรุณบอก “ฉันสับสนไปหมด” “คุณไม่ต้องกังวลครับ” ทนายชาญชัยปลอบ “เราจะช่วยคุณเอง” เขาหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า “ผมได้ตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับพินัยกรรมของคุณพ่อคุณเมขลาแล้วครับ มีบางส่วนที่น่าสนใจ” “อะไรคะ” พราวพิรุณถาม “ในพินัยกรรมระบุว่า… หากคุณเมขลาเสียชีวิตก่อนที่จะถึงกำหนดการโอนหุ้น… หุ้นทั้งหมดจะตกเป็นของกองทุนการกุศลที่เธอเคยสนับสนุน” ทนายชาญชัยอ่าน “แต่… ก็มีส่วนที่ระบุว่า… หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สิน… คุณเมขลามีสิทธิ์ที่จะจัดการตามความเหมาะสม… เพื่อให้ทรัพย์สินนั้น… คงอยู่กับผู้ที่เธอรัก” “ผู้ที่เธอรัก…” พราวพิรุณพูดเบาๆ “ก็คือ… ฉันใช่ไหมคะ” “เป็นไปได้ครับ” ทนายชาญชัยพยักหน้า “และผมคิดว่า… การกระทำของคุณเมขลาในช่วงสุดท้าย อาจจะเกี่ยวข้องกับเจตนาข้อนี้” “แล้ว… เราจะพิสูจน์ได้อย่างไรคะว่า… สิ่งที่คุณเมขลาทำไป คือการปกป้องฉัน” พราวพิรุณถาม “เราต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมครับ” ทนายชาญชัยตอบ “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เอกสารทางการแพทย์ของคุณเมขลา ที่จะยืนยันถึงสภาพจิตใจและร่างกายของเธอในช่วงเวลาดังกล่าว” “ฉันจะพยายามหาให้ได้ค่ะ” พราวพิรุณกล่าวอย่างมุ่งมั่น “ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อคุณเมขลา” เธอรู้สึกว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผยออกมานั้นเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอมีความหวัง “ขอบคุณค่ะทนาย” พราวพิรุณกล่าว “ที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน” “ผมทำหน้าที่ของผมครับ” ทนายชาญชัยยิ้มให้ “และผมเชื่อว่า… เราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยกัน”

5,092 ตัวอักษร