ตอนที่ 16 — ชีวิตคู่ที่เริ่มต้นใหม่
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องนอนของรสาและภาคิน เผยให้เห็นภาพของทั้งสองคนที่นอนกอดกันอย่างอบอุ่น รสาค่อยๆ ขยับตัว ลืมตาขึ้นมามองใบหน้าของภาคินที่หลับใหลอยู่ข้างกาย รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ เธอรู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นในหัวใจ หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานและเจ็บปวด ในที่สุดเธอก็ได้ชีวิตที่เธอปรารถนา หัวใจของเธอได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง
"ตื่นแล้วเหรอครับที่รัก" เสียงทุ้มนุ่มของภาคินดังขึ้น ปลุกเธอจากภวังค์ เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พิงหัวเตียง มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น "เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม"
รสาพยักหน้าเบาๆ "สบายมากค่ะคุณภาคิน" เธอยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขาเบาๆ "ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้ทุกอย่างกลับมาดี"
ภาคินโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากของเธอ "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ รสา ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับคุณ แต่คุณก็ผ่านมันมาได้" เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "จากนี้ไป ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ จะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก"
"ฉันเชื่อคุณค่ะ" รสายิ้มรับ รู้สึกได้ถึงความหนักแน่นในคำพูดของเขา ที่ผ่านมาเธอได้เห็นความรักและความมั่นคงที่ภาคินมีให้เสมอมา ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ เขาคือคนที่ยืนเคียงข้างเธอเสมอ
"วันนี้เราจะทำอะไรกันดีครับ" ภาคินถาม พลางลูบผมเธอเบาๆ "หลังจากเรื่องวุ่นวายที่ผ่านมา ผมอยากให้เราได้พักผ่อนจริงๆ"
"อะไรก็ได้ค่ะ ขอแค่มีคุณอยู่ด้วย" รสาตอบอย่างอ่อนหวาน เธอลุกขึ้นนั่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสวนหย่อมที่เขียวชอุ่ม และดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังเบ่งบาน "บรรยากาศดีจังเลยนะคะ"
"ใช่ครับ สวนนี้เป็นที่ที่ผมชอบที่สุด" ภาคินตอบ "เคยคิดอยากจะจัดงานแต่งงานเล็กๆ ที่นี่ แต่ก็คิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเรามีงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบจริงๆ"
รสาหันมามองเขาด้วยความสงสัย "งานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ?"
"ใช่ครับ" ภาคินยิ้ม "ผมอยากจัดงานแต่งงานของเราอีกครั้ง งานที่เชิญญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของเราทุกคนมาแสดงความยินดี เป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการ"
รสาอึ้งไปเล็กน้อย "คุณภาคินคะ... แต่เราแต่งงานกันไปแล้วนะคะ"
"นั่นเป็นงานแต่งงานที่ถูกบีบบังคับ" ภาคินอธิบาย "ผมอยากให้เรามีงานแต่งงานที่เราทั้งคู่ปรารถนาจริงๆ งานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความสุขและความยินดีจากทุกคนที่เราแคร์"
รสายิ้มเขินๆ "คุณคะ... ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี"
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นครับ" ภาคินจับมือเธอไว้แน่น "แค่คุณตอบตกลง ผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว"
"ฉันตกลงค่ะ" รสาตอบเสียงเบา แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสุข "ฉันอยากจัดงานแต่งงานกับคุณค่ะ"
ภาคินก้มลงจูบมือของเธอ "ขอบคุณนะครับที่รัก"
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันอย่างมีความสุข รสาได้สัมผัสถึงความรักและความใส่ใจของภาคินอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่เคยปล่อยให้เธอต้องรู้สึกโดดเดี่ยว การที่เขาเสนอจัดงานแต่งงานอีกครั้ง เป็นเหมือนการยืนยันว่าเขาต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธออย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ในช่วงบ่าย ภาคินพาเธอไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน อากาศสดชื่นและแสงแดดอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รสาได้เห็นผู้คนมากมายใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอสังเกตเห็นคู่รักหลายคู่ที่เดินจับมือกัน พูดคุย หัวเราะ และหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ
"คุณภาคินคะ" รสาเอ่ยขึ้นพลางมองเขา "เคยคิดไหมคะว่าชีวิตเราจะมาถึงจุดนี้"
ภาคินหยุดเดิน หันมามองเธอ "ผมไม่เคยคิดเลยครับ" เขาจับมือเธอ "แต่ผมดีใจมากที่มันเป็นแบบนี้"
"ฉันก็ดีใจค่ะ" รสาตอบ "หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันคิดว่าฉันคงไม่มีวันได้พบกับความสุขแบบนี้อีกแล้ว"
"อย่าคิดแบบนั้นนะครับ" ภาคินดึงเธอเข้าไปใกล้ "คุณคู่ควรกับความสุขทุกอย่างในโลกนี้ และผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นอยู่นั้น โทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ใครโทรมาคะ" รสาถาม
"เป็นลูกน้องเก่าของพ่อผมครับ" ภาคินตอบ "เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วย"
"เรื่องเกี่ยวกับคดีหรือเปล่าคะ" รสาถามด้วยความเป็นห่วง
"ผมไม่แน่ใจครับ แต่เขาดูเร่งรีบมาก" ภาคินกดรับสาย "ครับ... ผมกำลังฟังอยู่ครับ... อะไรนะครับ!... เป็นไปไม่ได้!... คุณแน่ใจนะ..."
สีหน้าของภาคินเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนรสาเริ่มกังวล "เกิดอะไรขึ้นคะ"
ภาคินวางสายโทรศัพท์ลง เขาถอนหายใจยาว "มีคนเข้ามาขโมยหลักฐานบางอย่างที่ผมเก็บไว้ครับ"
"ขโมยหลักฐาน? หมายความว่าไงคะ" รสาถามด้วยความตกใจ
"ผมมีเอกสารบางอย่างที่พ่อผมทิ้งไว้ให้ เป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ของผม และยืนยันความผิดของคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น" ภาคินอธิบาย "แต่เมื่อครู่นี้ ลูกน้องเก่าของพ่อผมโทรมาบอกว่า มีคนบุกเข้าไปในห้องเก็บเอกสารของพ่อผม แล้วเอาเอกสารพวกนั้นไป"
"แล้ว... แล้วเราจะทำยังไงคะ" รสาถามอย่างกระวนกระวาย
"ผมไม่รู้ครับ" ภาคินส่ายหน้า "แต่ผมต้องรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้"
"ฉันไปด้วยค่ะ" รสาบอกทันที
"ไม่ครับ คุณรออยู่ที่นี่ดีกว่า" ภาคินปฏิเสธ "มันอาจจะไม่ปลอดภัย"
"แต่ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ" รสาจับแขนเขาไว้ "ฉันจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้"
ภาคินมองตาเธอ เขาเห็นความตั้งใจจริงและไม่ยอมแพ้ในแววตาของเธอ "ก็ได้ครับ แต่คุณต้องอยู่ห่างๆ ผมนะครับ และถ้ามีอะไรผิดปกติ คุณต้องรีบหนีไปทันที เข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะ" รสาตอบรับ
ทั้งสองรีบเดินทางไปยังบ้านเก่าของพ่อภาคิน เมื่อไปถึง สภาพภายในห้องเก็บเอกสารก็เต็มไปด้วยความเสียหายข้าวของกระจัดกระจาย รสาใจหายวาบเมื่อเห็นสภาพนั้น
"คุณภาคินคะ..."
"ใจเย็นๆ นะครับ" ภาคินปลอบประโลม แต่สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "ผมจะหาตัวคนร้ายให้ได้"
เขาเริ่มสำรวจข้าวของที่กระจัดกระจายอย่างละเอียด พยายามหาร่องรอยของคนร้าย รสาก็ช่วยเขาค้นหา แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้น
"ไม่มีอะไรเหลือเลย" ภาคินพึมพำอย่างผิดหวัง "เหมือนกับว่าคนร้ายตั้งใจมาเอาเอกสารพวกนี้ไปจริงๆ"
"แต่ทำไมต้องเป็นเอกสารพวกนั้นด้วยคะ" รสาถาม
"เพราะเอกสารพวกนั้นคือหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงความผิดของคนที่พยายามทำลายผมและครอบครัวผม" ภาคินตอบ "คนที่ขโมยไปคงไม่อยากให้ความจริงถูกเปิดเผย"
"แล้วเราจะหาหลักฐานอื่นได้อีกไหมคะ" รสาถาม
"ผมไม่แน่ใจครับ" ภาคินถอนหายใจ "แต่ผมจะไม่ยอมแพ้"
ทันใดนั้นเอง ภาคินก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่พื้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู เป็นเศษผ้าชิ้นเล็กๆ ที่มีตราสัญลักษณ์บางอย่างติดอยู่
"นี่มัน..." ภาคินพึมพำ
"อะไรคะ" รสาถาม
"ตราสัญลักษณ์ของบริษัทคู่แข่งของเราครับ" ภาคินตอบ "ผมจำได้ว่าเคยเห็นมันบนชุดเครื่องแบบของพนักงานบริษัทนั้น"
"หมายความว่า... คนร้ายเป็นคนของบริษัทคู่แข่งเราเหรอคะ" รสาถามอย่างไม่เชื่อสายตา
"มีความเป็นไปได้สูงครับ" ภาคินตอบ "และนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตามล่าหาตัวคนร้ายที่แท้จริง"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ความสุขที่เพิ่งได้รับมาเมื่อเช้าเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความกังวลและความไม่แน่นอน รสาจับมือภาคินไว้แน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างคุณนะคะ"
ภาคินหันมายิ้มให้เธอ "ขอบคุณนะครับที่รัก" เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่าย แต่เขาก็มีคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
5,735 ตัวอักษร