ตอนที่ 17 — เงื่อนงำใหม่กลางสายลม
ภาคินมองเศษผ้าในมือ สีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่านี่คือเบาะแสสำคัญ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะระบุตัวผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน "ตราสัญลักษณ์นี้... ผมเคยเห็นมันมาก่อน" เขาพึมพำ "เป็นของบริษัท 'อัญมณี จำกัด' ใช่ไหมครับ"
รสายืนนิ่ง นึกย้อนกลับไป "ใช่ค่ะ บริษัทอัญมณี เป็นคู่แข่งสำคัญของเรามาตลอด" เธอขมวดคิ้ว "แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องมาขโมยเอกสารของพ่อคุณด้วยล่ะคะ"
"ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน" ภาคินตอบ "มันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องการขโมยเอกสารธรรมดา แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับแผนการที่ใหญ่กว่านั้น" เขาเงยหน้ามองรสา "คุณแน่ใจนะว่าไม่มีใครเห็นคุณตอนที่คุณอยู่ที่นี่"
"แน่ใจค่ะ" รสาตอบ "เราเข้ามาเงียบๆ แล้วก็รีบออกมา"
"ดีมาก" ภาคินพยักหน้า "เราต้องไม่ให้ใครรู้ว่าเราสงสัยบริษัทอัญมณี จนกว่าเราจะมีหลักฐานที่ชัดเจน"
ภาคินตัดสินใจโทรศัพท์หาทนายความส่วนตัว เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทนายความของเขาชื่อคุณวิชิต เป็นคนที่มีประสบการณ์สูง และเป็นคนที่ไว้ใจได้
"คุณภาคิน มีอะไรหรือเปล่าครับ" เสียงของคุณวิชิตดังมาจากปลายสาย
"ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องขอคำปรึกษาครับคุณวิชิต" ภาคินอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงการพบเศษผ้าที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทอัญมณี
"บริษัทอัญมณีอย่างนั้นหรือ" คุณวิชิตเอ่ยเสียงเนิบนาบ "น่าสนใจทีเดียว"
"ผมต้องการให้คุณช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้ และหาความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขากับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ" ภาคินกล่าว
"แน่นอนครับคุณภาคิน" คุณวิชิตตอบ "ผมจะเริ่มดำเนินการทันที แต่ผมอยากให้คุณระมัดระวังตัวให้มากนะครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้"
"ผมเข้าใจครับ" ภาคินตอบ "ผมจะระวังตัวเอง"
หลังจากวางสายจากทนายความ ภาคินก็หันมาหารสา "คุณวิชิตจะช่วยเราสืบเรื่องนี้"
"ดีจังเลยค่ะ" รสาถอนหายใจอย่างโล่งอก "อย่างน้อยเราก็มีความหวังแล้ว"
"แต่เราก็ต้องทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเองเหมือนกัน" ภาคินกล่าว "ผมคิดว่า เราควรจะลองเข้าไปที่บริษัทอัญมณี เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่"
"คุณภาคินคะ มันอันตรายเกินไปหรือเปล่าคะ" รสาถามด้วยความเป็นห่วง
"ผมรู้ว่ามันอันตราย" ภาคินตอบ "แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ผมต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้"
"ฉันจะไปกับคุณค่ะ" รสาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
ภาคินมองรสา เขารู้ว่าเธอเป็นคนเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ "ก็ได้ครับ แต่คุณต้องทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง ห้ามทำอะไรโดยพลการเด็ดขาด"
"ค่ะ" รสายิ้มรับ
วันรุ่งขึ้น ภาคินและรสาปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว และเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทอัญมณี พวกเขาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม สังเกตการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น
"ดูนั่นสิคะ" รสาชี้ไปยังกลุ่มพนักงานที่กำลังขนย้ายเอกสารจำนวนมากออกไป "พวกเขาขนอะไรกันไปเยอะแยะเลย"
"ผมสังเกตเห็นเหมือนกัน" ภาคินตอบ "ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะย้ายเอกสารสำคัญบางอย่าง"
ทั้งสองพยายามเข้าไปใกล้ เพื่อสังเกตการณ์ให้ชัดเจนขึ้น แต่ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราอยู่ตลอดเวลา
"เราคงเข้าไปใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว" ภาคินกระซิบ "แต่ผมว่าเราได้เบาะแสสำคัญแล้ว"
"หมายความว่าไงคะ" รสาถาม
"ผมคิดว่าเอกสารที่พวกเขากำลังขนย้ายออกไป อาจจะเป็นเอกสารที่ถูกขโมยมาจากบ้านผม" ภาคินตอบ "หรืออาจจะเป็นเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อคะ" รสาถาม
"เราต้องตามรถขนเอกสารคันนั้นไป" ภาคินตอบ "แต่เราต้องระวังตัวให้มาก"
ทั้งสองเดินตามรถขนเอกสารไปอย่างระมัดระวัง รถคันนั้นขับไปยังโกดังร้างแห่งหนึ่งชานเมือง ภาคินและรสามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
"ที่นี่ดูไม่น่าไว้ใจเลยค่ะ" รสาเอ่ย
"ใช่ครับ" ภาคินเห็นด้วย "แต่เราต้องเข้าไปดู"
ภาคินและรสาแอบเข้าไปในโกดังร้างอย่างเงียบเชียบ ภายในโกดังมีคนจำนวนหนึ่งกำลังขนย้ายเอกสารกันอย่างเร่งรีบ ภาคินแอบสังเกตการณ์ และได้ยินบทสนทนาบางส่วน
"เอกสารพวกนี้เป็นความลับสุดยอดนะ" ชายคนหนึ่งพูด "ต้องจัดการให้เรียบร้อย"
"ไม่ต้องห่วงครับ" ชายอีกคนตอบ "ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แน่นอน"
ภาคินจำเสียงของชายคนนั้นได้ เขาคือผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของบริษัทอัญมณี
"เราได้หลักฐานแล้ว" ภาคินกระซิบกับรสา "แต่เราต้องรีบกลับไปแจ้งความ"
ทั้งสองรีบออกจากโกดังร้าง และเดินทางกลับไปยังสถานีตำรวจ ภาคินได้มอบหลักฐานที่ได้จากการสังเกตการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทอัญมณี
"ผมเชื่อว่าพวกเขากำลังจะทำลายหลักฐาน" ภาคินกล่าว "คุณต้องรีบไปตรวจสอบที่โกดังนั้นโดยเร็วที่สุด"
เจ้าหน้าที่ตำรวจรับฟังข้อมูล และรีบดำเนินการตามที่ภาคินแจ้ง
เวลาผ่านไปไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถเข้าจับกุมผู้กระทำผิดที่โกดังร้างได้ พร้อมทั้งยึดเอกสารสำคัญที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้สำเร็จ
"ขอบคุณมากครับคุณภาคิน" สารวัตรตำรวจกล่าว "คุณช่วยเราได้มากจริงๆ"
ภาคินยิ้มรับ "ผมทำในสิ่งที่ผมควรจะทำครับ"
รสายืนมองภาคินด้วยความภาคภูมิใจ เขากล้าหาญและเด็ดเดี่ยวเสมอ เธอรู้สึกมั่นใจในตัวเขามากขึ้นทุกวัน
"ตอนนี้ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยแล้วนะครับ" ภาคินหันมาหารสา "เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตของเราตามปกติเสียที"
"ฉันดีใจจังเลยค่ะ" รสาตอบ "ขอบคุณนะคะที่คุณภาคิน"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ" ภาคินจับมือเธอ "คุณเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของผม"
ทั้งสองกลับบ้านด้วยความรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ยังคงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ พวกเขารู้ดีว่า แม้จะผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากมาย แต่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ต้องอาศัยความเข้มแข็งและความสามัคคี
"คุณภาคินคะ" รสาเอ่ยขึ้นขณะกำลังจะเข้าบ้าน "งานแต่งงานของเรา... คุณยังอยากจะจัดอยู่ไหมคะ"
ภาคินหันมามองเธอ "แน่นอนสิครับ" เขาตอบ "ผมอยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า คุณคือคนที่ผมรัก และผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป"
รสายิ้มอย่างมีความสุข เธอรู้ว่าความรักของเธอและภาคินจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
4,609 ตัวอักษร