หัวใจที่เขาขโมย

ตอนที่ 23 / 36

ตอนที่ 23 — บุกท่าเรือร้างกลางดึก

คืนนั้น ภาคินพร้อมทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวและชานนท์ที่เดินทางมาด้วย ได้เดินทางไปยังท่าเรือร้างแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะๆ ท่าเรือแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานาน ตัวอาคารผุพังไปตามกาลเวลา มีเพียงแสงไฟสลัวจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ทำให้มองเห็นเพียงเงารางๆ ของโครงสร้างที่เคยคึกคัก "ตามข้อมูลที่เราได้มา เรือลำนั้นน่าจะมาถึงช่วงก่อนรุ่งสางครับคุณภาคิน" ชานนท์กระซิบ ขณะที่พวกเขากำลังหลบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ห่างจากตัวท่าเรือประมาณร้อยเมตร "เราต้องคอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด" ภาคินพยักหน้า เขาหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องไปยังบริเวณท่าเรือ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขายิ่งมั่นใจว่ามาถูกที่แล้ว มีรถบรรทุกหลายคันจอดรออยู่ และกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้นภายใต้แสงไฟฉาย "พวกนั้นกำลังขนถ่ายของลงจากเรือ" ภาคินกล่าวเสียงเบา "ดูเหมือนจะเริ่มแล้วจริงๆ" "ผมเห็นเรือขนส่งสินค้าลำใหญ่อยู่ไกลๆ ครับ" ชานนท์เสริม "น่าจะเป็นลำนั้น" ขณะที่พวกเขากำลังสังเกตการณ์อยู่นั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากทิศทางตรงกันข้าม ทำให้ทุกคนต้องระวังตัว "มีรถเข้ามาอีกคัน" ภาคินกล่าว "ระวังตัวด้วย" รถยนต์คันใหม่แล่นเข้ามาจอดเทียบกับกลุ่มคนเหล่านั้น และชายคนหนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถ เขาสวมหมวกปีกกว้างและเสื้อโค้ทตัวหนา ทำให้มองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน แต่จากท่าทางและลักษณะการแต่งกาย ภาคินคาดเดาได้ทันที "คุณสมชาย" ภาคินเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยความเกลียดชัง คุณสมชายเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านั้น มีการพูดคุยเจรจากันสักพัก ก่อนที่คุณสมชายจะผายมือไปยังกล่องไม้ใบหนึ่ง ซึ่งถูกวางไว้บนรถบรรทุกคันหนึ่ง "นั่นไง มันต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ" ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ผมว่าเราน่าจะรอให้พวกมันขนถ่ายของเสร็จก่อนนะครับคุณภาคิน" ชานนท์แนะนำ "แล้วค่อยหาจังหวะเข้าจัดการ" "ไม่" ภาคินตัดสินใจ "ฉันรอไม่ได้ ฉันต้องเห็นมันด้วยตาตัวเอง" ภาคินลุกขึ้นยืน เตรียมจะเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ แต่ชานนท์ก็รีบดึงแขนเขาไว้ "ใจเย็นครับคุณภาคิน ปล่อยให้ผมไปดูลาดเลาให้ก่อน" ชานนท์ขออาสา "ถ้าปลอดภัย ผมจะส่งสัญญาณให้คุณ" ภาคินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมพยักหน้า "ก็ได้ แต่ระวังตัวด้วยนะ" ชานนท์พยักรับ แล้วค่อยๆ คลานหายเข้าไปในความมืด ห่างออกไปไม่นาน ภาคินก็เห็นแสงไฟฉายส่องลอดออกมาจากมุมหนึ่ง เป็นสัญญาณว่าชานนท์กำลังไปได้สวย เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ภาคินและทีมรักษาความปลอดภัยของเขากำลังรอสัญญาณจากชานนท์ ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมและเสียงคลื่นที่ได้ยินเป็นระยะๆ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง "ใครน่ะ!" หนึ่งในทีมรักษาความปลอดภัยตะโกนถาม ร่างของชายฉกรรจ์สองคนปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พวกเขาถือปืนมาด้วย ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด "ถอยไปซะ พวกแกไม่มีสิทธิ์มายุ่งที่นี่" หนึ่งในคนร้ายกล่าวเสียงกร้าว ภาคินก้าวออกมาข้างหน้าอย่างกล้าหาญ "เรามาเพื่อนำสิ่งของที่พวกแกกำลังจะลักลอบขนเข้ามากลับคืน" "หึ หวังว่านายจะรู้ตัวนะว่ากำลังพูดกับใคร" ชายฉกรรจ์อีกคนยิ้มเยาะ การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมรักษาความปลอดภัยของภาคินมีทักษะการต่อสู้ที่ดี แต่คนร้ายก็มีจำนวนมากกว่าและมีอาวุธ ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ภาคินก็เห็นชานนท์วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากทิศทางเดิม "คุณภาคิน! อันตรายครับ!" ชานนท์ตะโกน "คุณสมชายกำลังจะเปิดกล่องนั้นแล้ว!" ภาคินตัดสินใจทันที เขาปัดป้องการโจมตีของคนร้าย และพุ่งตรงไปยังกล่องไม้ที่อยู่บนรถบรรทุก คุณสมชายยืนอยู่ข้างๆ กล่องนั้น พร้อมกับกล่องเล็กๆ อีกใบในมือ เขาค่อยๆ เปิดฝากล่องไม้ออก แสงสีแดงฉานสว่างวาบออกมาจากภายใน กล่องนั้นเต็มไปด้วยอัญมณีสีแดงเข้มที่มีประกายลึกลับ "ดวงตาแห่งเทพพิษ!" คุณสมชายอุทานด้วยความยินดี "ในที่สุด! ข้าก็ได้ครอบครองมันแล้ว!" ทันใดนั้นเอง อัญมณีเหล่านั้นก็ส่องแสงจ้าขึ้น แสงสีแดงนั้นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกมึนงง ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว "มัน... มันกำลังส่งผลแล้ว!" ชานนท์ร้องด้วยความตกใจ ภาคินรู้สึกถึงอาการมึนงงเช่นกัน แต่สติของเขายังคงอยู่ เขาสู้กับภาพลวงตาที่ปรากฏขึ้นมา ภาพของรสา ใบหน้าของเธอดูเศร้าหมองและขอร้องให้เขาหยุด "รสา... อย่าเพิ่งนะ" ภาคินพยายามรวบรวมสติ "นี่มันเป็นภาพลวงตา" คุณสมชายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าโง่! เจ้าไม่มีทางหยุดข้าได้! พลังแห่งเทพพิษนี้จะทำให้ข้าเป็นอมตะ!" ภาคินเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าใส่คุณสมชายอย่างรวดเร็ว พยายามแย่งเอากล่องอัญมณีมา แต่คุณสมชายก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเช่นกัน เขาปัดป้องการโจมตีของภาคิน และพยายามจะใช้พลังของอัญมณีเพื่อบงการจิตใจของภาคิน "เจ้าจะไม่มีวันเข้าใจพลังที่แท้จริงของมัน!" คุณสมชายตะโกน แต่ภาคินก็ไม่ยอมแพ้ เขารู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ เขาไม่สามารถปล่อยให้คุณสมชายได้ครอบครองพลังนี้ไปได้ เขาเห็นทีมรักษาความปลอดภัยของเขากำลังต่อสู้กับลูกน้องของคุณสมชายอย่างดุเดือด "ชานนท์! สัญญาณเตือนภัย!" ภาคินตะโกนสั่ง ชานนท์เข้าใจทันที เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา และกดสัญญาณเตือนภัยไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมพร้อมรออยู่ "เรากำลังจะได้รับความช่วยเหลือแล้วครับคุณภาคิน!" เสียงไซเรนดังขึ้นจากระยะไกล ทำให้คุณสมชายและลูกน้องตกใจ พวกเขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจหมายถึงอะไร "ไม่! เป็นไปไม่ได้!" คุณสมชายตะโกนด้วยความโกรธ เขาพยายามจะรีบเก็บอัญมณีใส่กล่อง แต่ภาคินก็เข้าประชิดตัวเขาอีกครั้ง "พอได้แล้วคุณสมชาย!" ภาคินกล่าวเสียงเด็ดขาด "ทุกอย่างมันจบลงแล้ว!" การต่อสู้ดำเนินไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว จับกุมคุณสมชายและพรรคพวกได้สำเร็จ ภาคินมองไปยังกล่องอัญมณีที่ตกอยู่บนพื้น เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา แสงสีแดงของมันยังคงส่องประกายอยู่ แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะเป็นเพียงวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่ไร้พลังอำนาจ "เราทำได้แล้ว" ภาคินพึมพำด้วยความโล่งอก ชานนท์เดินเข้ามาหาเขา "คุณภาคินครับ เป็นไงบ้างครับ" "ฉันไม่เป็นไร" ภาคินตอบ "แต่... นี่คือ 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' ที่แท้จริง" เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย เขาปลอดภัยแล้ว รสาปลอดภัยแล้ว และอันตรายที่คุกคามก็ถูกขจัดไปได้

5,084 ตัวอักษร