ตอนที่ 26 — ทะเลสีครามและคำสัญญาที่สอง
เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งอย่างอ่อนโยน ผืนทรายสีขาวนวลละเอียดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอก แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมากระทบผิวกาย บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสงบเงียบ และความสดชื่นบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามนี้ ภาคินและอรณิชา กำลังเดินเล่นริมชายหาดอย่างผ่อนคลาย
หลังจากการต่อสู้ที่แสนยาวนาน และความตึงเครียดที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนริมทะเลนี้ คือสิ่งที่พวกเขาโหยหามาตลอด การได้หลีกหนีจากความวุ่นวาย การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ได้ช่วยเยียวยาจิตใจของทั้งคู่ได้อย่างดีเยี่ยม
"ที่นี่สวยจริงๆ เลยนะคะ" อรณิชาเอ่ยพลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด "ฉันรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เลยค่ะ"
ภาคินยิ้มพลางจับมือเธอไว้แน่น "ผมรู้ว่าเธอชอบทะเล" เขาบอก "ผมอยากพาเธอมาที่นี่นานแล้ว แต่ก็ติดภารกิจต่างๆ ตลอด"
"ไม่เป็นไรค่ะ" อรณิชาตอบ "ตอนนี้เราก็ได้มาด้วยกันแล้ว"
ทั้งสองเดินต่อไปเงียบๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับเสียงคลื่นและเสียงลม มีเพียงการสัมผัสของมือที่ประสานกันเท่านั้น ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น
"ภาคินคะ" อรณิชาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก "ฉันยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ดีเลยค่ะ"
ภาคินหันมามองเธอ "วันที่เธอมาขอซื้อรูปวาดของฉันที่แกลเลอรี่ใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ" อรณิชาหัวเราะเบาๆ "ตอนนั้นคุณดูเย็นชามากเลยนะคะ ฉันแอบกลัวคุณอยู่เหมือนกัน"
"ผมอาจจะดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ในตอนแรก" ภาคินยอมรับ "แต่ลึกๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่เธอคิดหรอกนะ"
"ตอนนี้ก็รู้แล้วค่ะ" อรณิชาตอบ "ว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยนแค่ไหน" เธอหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับเขา "ตอนนั้นฉันไม่เคยคิดเลยว่า จะได้มายืนอยู่ตรงนี้กับคุณ ในวันที่ทุกอย่างคลี่คลายลงแบบนี้"
ภาคินดึงเธอเข้ามากอดอย่างนุ่มนวล "ผมเองก็ไม่เคยคิดว่า จะได้มอบหัวใจทั้งหมดให้กับผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง" เขาพูดเสียงแผ่วเบา "แต่เธอก็ทำให้ผมเป็นแบบนั้นได้ อรณิชา"
อรณิชาซบหน้าลงกับอกของภาคิน รู้สึกถึงความรักและความมั่นคงที่เขามอบให้ "ขอบคุณนะคะ ที่รักฉัน"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ" ภาคินกล่าว "ขอบคุณที่ทนอยู่เคียงข้างผม แม้ในวันที่ผมเองก็ไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผมเสมอ"
ทั้งสองกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะผละออกแล้วเดินต่อไป ภาคินมองไปยังผืนน้ำสีฟ้าครามที่ทอดไกลสุดสายตา
"อรณิชา" ภาคินเอ่ยขึ้น "จำได้ไหม วันที่เราไปทานข้าวกันครั้งแรก ฉันเคยบอกเธอว่า ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องรักแท้"
อรณิชาพยักหน้า "จำได้ค่ะ"
"แต่ตอนนี้ ฉันเชื่อแล้ว" ภาคินกล่าว "ฉันเชื่อว่ามันมีอยู่จริง และฉันก็ได้พบมันแล้ว" เขาหันมาสบตาเธอ "เธอคือรักแท้ของฉัน อรณิชา"
คำพูดนั้นทำให้อรณิชาถึงกับน้ำตาคลอ เธอไม่เคยคิดว่าภาคินจะพูดอะไรที่โรแมนติกได้ขนาดนี้
"คุณก็เป็นรักแท้ของฉันเหมือนกันค่ะ ภาคิน" เธอตอบเสียงสั่นเครือ
ภาคินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาหยิบกล่องกำมะหยี่เล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมอยู่แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าอรณิชา
"อรณิชา" เขาเอ่ย "นี่อาจจะดูเป็นการตัดสินใจที่กระทันหันไปหน่อย แต่ผมอยากให้เธอตอบรับมัน" เขาเปิดกล่องออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายวิบวับภายใต้แสงแดด "แต่งงานกับผมนะ"
อรณิชาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจระคนยินดี น้ำตาแห่งความสุขเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวย เธอทรุดตัวลงคุกเข่าลงตรงหน้าภาคินเช่นกัน
"ค่ะ! ฉันตกลงค่ะ ภาคิน!" เธอตอบรับเสียงสั่นเครือ "ฉันแต่งงานกับคุณค่ะ!"
ภาคินสวมแหวนให้กับเธอด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและกอดเธอไว้แน่น เขากระซิบข้างหูเธอ "ขอบคุณที่ให้โอกาสผมอีกครั้งนะ"
"ขอบคุณคุณมากกว่าค่ะ" อรณิชาตอบ "ที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุดในวันนี้"
ทั้งสองจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลม ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาอยู่สองคน บทสรุปของความรักที่เคยเต็มไปด้วยอุปสรรค ความเข้าใจผิด และอันตราย ได้จบลงอย่างสวยงาม และนำมาซึ่งคำสัญญาที่สอง ที่จะสร้างชีวิตคู่ร่วมกันตลอดไป
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภาคินและอรณิชาใช้เวลาพักผ่อนริมทะเลอีกสองสามวัน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมงานแต่งงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางครอบครัวและเพื่อนสนิท
ในระหว่างที่ภาคินกำลังจัดการเรื่องธุรกิจที่ค้างคาอยู่อรณิชาก็ใช้เวลาเตรียมงานแต่งงาน เธอเลือกชุดเจ้าสาวด้วยตัวเอง และดูแลการ์ดเชิญด้วยความใส่ใจ ทุกรายละเอียดถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้งานในวันนั้นออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
วันแต่งงานมาถึง ท้องฟ้าแจ่มใส แขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ภาคินในชุดทักซิโด้สีเข้ม ยืนรออรณิชาอยู่ที่แท่นพิธี ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น
เมื่ออรณิชาปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ผมเผ้าที่ประดับด้วยดอกไม้สีขาวอ่อนๆ ใบหน้าของเธอเปล่งประกายไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาต้องชุดเจ้าสาวของเธอ ทำให้ดูราวกับนางฟ้า
ภาคินมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขาไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตของเขาจะมาถึงจุดที่มีความสุขเช่นนี้
พิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งสองกล่าวคำสาบานต่อหน้าแขกเหรื่อ และแลกเปลี่ยนแหวนแต่งงาน เป็นการยืนยันถึงคำสัญญาที่จะรักและดูแลกันตลอดไป
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น ภาคินและอรณิชาได้ถ่ายรูปกับแขกเหรื่อ และเต้นรำเปิดฟลอร์ในเพลงที่พวกเขาโปรดปราน เสียงหัวเราะและคำอวยพรจากผู้คนรอบข้าง ดังก้องไปทั่วทั้งงาน
"ผมรักคุณนะ อรณิชา" ภาคินกระซิบขณะที่ทั้งสองเต้นรำกันอย่างมีความสุข
"ฉันก็รักคุณค่ะ ภาคิน" อรณิชาตอบ พร้อมรอยยิ้มที่สวยงามที่สุด
ชีวิตของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ด้วยหัวใจที่สมบูรณ์ ด้วยความรักที่มั่นคง และด้วยคำสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป
4,613 ตัวอักษร