ตอนที่ 2 — รอยอดีตที่ซ่อนเร้น
แพรวาเงยหน้าขึ้นมองนที ใบหน้าของเขาปราศจากความเยาะเย้ยใดๆ มีเพียงความเข้าใจและความเห็นใจเท่านั้นที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้น น้ำตายังคงไหลรินอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็พยายามควบคุมเสียงสะอื้นให้เบาลง "คุณรู้เรื่องแม่ของแพรวาได้ยังไงคะ"
"ผมเคยพบท่านมาก่อนครับ" นทีตอบ เสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย "เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณพ่อของคุณด้วย ท่านเป็นห่วงคุณมาก ท่านอยากให้คุณมีชีวิตที่มีความสุขและปลอดภัย"
"คุณพ่อ..." แพรวากล่าวชื่อผู้เป็นบิดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "คุณพ่อเคยพูดถึงคุณเหรอคะ"
"คุณพ่อของคุณเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคุณให้ผมฟังมากมาย" นทีอธิบาย "ท่านบอกผมถึงความฝันของคุณ ความหวังของคุณ และความกลัวของคุณ ท่านเชื่อว่าผมจะสามารถดูแลคุณได้"
แพรวาฟังอย่างเงียบงัน เธอไม่เคยรู้เลยว่าบิดาของเธอจะมีความคิดเช่นนี้ การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขของพินัยกรรม ซึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นเพราะธุรกิจของทั้งสองครอบครัวที่เกี่ยวพันกัน แต่คำพูดของนทีกลับทำให้เธอเริ่มมองเห็นอีกมุมหนึ่งของเรื่องราว
"คุณพ่อของผม... ท่านเสียชีวิตไปนานแล้วครับ" แพรวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา "แพรวาไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่รู้จักท่านมากพอที่จะเข้าใจความห่วงใยที่ท่านมีให้แพรวา"
"คุณพ่อของคุณเป็นคนที่มีจิตใจดีมากครับ" นทีกล่าว "ท่านรักคุณมาก และท่านก็ปรารถนาดีต่อคุณเสมอ"
บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลง เสียงเพลงคลาสสิกจากกล่องดนตรียังคงบรรเลงต่อไป แพรวารู้สึกว่าความตึงเครียดในใจค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกสงสัยใคร่รู้
"แล้ว... ทำไมคุณถึงยอมแต่งงานกับแพรวาคะ" แพรวาถามตรงๆ "ในเมื่อเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน"
นทีหันมามองเธอเต็มตา แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่แพรวาไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมบอกคุณแล้วไงครับ ว่าผมรู้จักคุณ" เขาเว้นวรรคเล็กน้อย "และผมก็... สนใจในตัวคุณ"
คำตอบของเขาทำให้แพรวาหน้าแดงระเรื่อ เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร "แต่... มันเร็วเกินไปหรือเปล่าคะ"
"ความรู้สึกบางอย่างมันเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัวครับ" นทีตอบ "และผมก็เชื่อว่า โชคชะตาได้นำพาเรามาพบกัน"
"โชคชะตา..." แพรวาพึมพำ "แพรวาไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้คือโชคชะตา หรือเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำ"
"บางที มันอาจจะเป็นทั้งสองอย่างก็ได้ครับ" นทีพูดพร้อมรอยยิ้ม "หน้าที่ที่ถูกกำหนด และโอกาสที่เราจะสร้างความรู้สึกที่แท้จริงขึ้นมา"
เขาลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปหาแพรวาอย่างช้าๆ "คุณแพรวา" เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ "ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัว และผมก็เข้าใจดี"
แพรวาเงยหน้าขึ้นมองเขา นทีโน้มตัวลงมาเล็กน้อย จนใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กับใบหน้าของเธอมาก "ผมสัญญา ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด" เขาพูด "ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจ"
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้แพรวารู้สึกใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อคำพูดของเขาหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"ขอบคุณค่ะ คุณนที" แพรวาตอบเสียงแผ่วเบา
"คืนนี้ คุณพักผ่อนเถอะครับ" นทีกล่าว "ส่วนผม จะขอตัวไปจัดการธุระบางอย่าง"
"คุณจะไปไหนคะ" แพรวาถามอย่างกังวล
"ผมจะกลับมาครับ" นทีตอบพร้อมยิ้มบางๆ "แล้วพรุ่งนี้เช้า เราค่อยคุยกันใหม่"
เมื่อนทีจากไป แพรวาก็รู้สึกโล่งใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเหงาขึ้นมาทันที เธอเดินไปที่กล่องดนตรี เปิดมันอีกครั้ง ปล่อยให้เสียงเพลงค่อยๆ กล่อมให้เธอผ่อนคลายลง
วันรุ่งขึ้น แพรวารู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเดิม เธอตัดสินใจเดินสำรวจคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอจะอาศัยอยู่ต่อไป ที่นี่กว้างขวางโอ่อ่า แต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคนเพียงคนเดียว
ขณะที่เธอกำลังเดินเข้าไปในห้องสมุดขนาดใหญ่ เธอก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังออกมาจากข้างใน
"คุณนทีครับ คุณแน่ใจหรือครับว่าแผนของเราจะสำเร็จ" เสียงหนึ่งดังขึ้น
"แน่นอนครับ ผมมั่นใจ" เสียงของนทีตอบ "แพรวาจะไม่มีทางรู้ความจริง"
แพรวาชะงักกึก หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอแอบฟังต่อไปด้วยความหวาดหวั่น
"แต่ถ้าเธอรู้เข้าล่ะครับ" ชายคนนั้นถามต่อ "เธออาจจะ... รับไม่ได้"
"ผมจะทำให้เธอเชื่อว่าทุกอย่างคือความตั้งใจของคุณพ่อเธอ" นทีตอบ "และผมจะทำให้เธอเชื่อว่าผมรักเธอจริงๆ"
"แต่คุณไม่ได้รักเธอจริงๆ ใช่ไหมครับ" ชายคนนั้นถามเสียงเบา "คุณแค่ต้องการ... บางสิ่งบางอย่างจากเธอ"
แพรวาแทบจะยืนไม่ไหว เธอทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอย่างแผ่วเบา คำพูดของนทีเมื่อคืนนี้กลับตาลปัตรไปสิ้นเชิง เขาไม่ได้รู้จักเธอดีด้วยความรัก แต่รู้จักเธอดีด้วยแผนการบางอย่าง
"คุณก็รู้ครับ" นทีตอบ "ว่าผมต้องทำเพื่อความอยู่รอดของบริษัท"
"ผมเข้าใจครับ" ชายคนนั้นกล่าว "แต่ผมก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้"
"ไม่ต้องห่วงครับ" นทีตอบ "เธอจะปลอดภัย"
แพรวาเม้มปากแน่น หัวใจของเธอเจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริงทั้งหมดหรือไม่ แต่ความสงสัยและความไม่ไว้วางใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
เมื่อนทีเดินออกจากห้องสมุด แพรวาก็รีบหลบเข้าไปซ่อนหลังม่าน เธอเห็นนทีเดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นเธอ
เมื่อแน่ใจว่าเขาไปไกลแล้ว แพรวาก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา ผู้ชายที่เธอเพิ่งจะเริ่มเปิดใจให้ กลับกลายเป็นคนที่หลอกลวงเธอ
"ฉันต้องทำยังไงต่อไป" เธอพึมพำกับตัวเอง "เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่"
แพรวากลับไปที่ห้องนอนของเธอ นั่งลงบนเตียงด้วยท่าทางอ่อนแรง เธอหยิบรูปถ่ายของบิดามารดาขึ้นมามอง "พ่อคะ แม่คะ ลูกควรจะทำยังไงดีคะ"
เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในกับดัก และคนที่วางกับดักนี้ก็คือสามีของเธอเอง
ในตอนเย็น นทีกลับมาที่ห้องนอนของแพรวา เขาดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้า
"คุณไปไหนมาทั้งวันครับ" เขาถาม "ผมโทรหาคุณไม่ติด"
"แพรวา... เดินเล่นอยู่ในบ้านค่ะ" เธอตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้
"อากาศข้างนอกดีนะครับ" นทีกล่าว "พรุ่งนี้เราไปเดินเล่นด้วยกันไหมครับ"
"แพรวา... ไม่ค่อยสบายค่ะ" เธอปฏิเสธ "ขอพักผ่อนดีกว่าค่ะ"
นทีมองแพรวาด้วยสายตาที่ดูครุ่นคิด "คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" เขาถาม "ดูคุณซึมๆ นะครับ"
"เปล่าค่ะ" แพรวาตอบ "แค่เหนื่อยๆ ค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ" นทีกล่าว "แล้วเราค่อยทานอาหารเย็นด้วยกัน"
ขณะที่นทีกำลังเดินไปที่ห้องน้ำ แพรวาก็ตัดสินใจบางอย่าง เธอต้องหาคำตอบให้ได้ว่านทีต้องการอะไรจากเธอจริงๆ
5,008 ตัวอักษร