ตอนที่ 23 — การติดต่อครั้งที่สอง
ความเงียบในคฤหาสน์อัศวเมธีนั้นเยือกเย็นและน่าเกรงขาม มันสะท้อนถึงอำนาจและบารมีของเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ท่านประธานวีรยุทธ์ อัศวเมธี นั่งอยู่บนเก้าอี้บารอกตัวใหญ่ที่ทำจากไม้เนื้อดี ใบหน้าของเขาเรียบเฉยยากจะคาดเดาอารมณ์ สายตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของสวนที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน
"มีอะไรคืบหน้าบ้างหรือไม่?" เสียงของท่านประธานวีรยุทธ์แหบพร่า แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุก
ชายในชุดสูทสีดำสนิท ยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้าเขา เขาคือชายที่แพรวาได้พบเจอในห้องทำงานของเธอ "เรียน ท่านประธานครับ... ผมได้ทำการตรวจสอบตามที่ท่านสั่งแล้วครับ"
"ผลเป็นอย่างไร?" ท่านประธานวีรยุทธ์หันกลับมามอง แต่สายตายังคงว่างเปล่า
"เป็นไปตามที่ท่านคาดไว้ครับ" ชายชุดดำรายงาน "หนี้สินดังกล่าวมีอยู่จริง และมีความเชื่อมโยงกับครอบครัวของแพรวา มงคลทัศน์ อย่างที่ท่านสงสัย"
"เชื่อมโยงอย่างไร?" ท่านประธานวีรยุทธ์ถาม ยิ่งได้ยินคำตอบที่ยืนยันความสงสัยของตนเอง เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ
"ดูเหมือนว่า... หนี้สินก้อนนี้... จะไม่ใช่หนี้สินที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมทั่วไปครับ" ชายชุดดำกล่าว "ผมได้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ... และพบว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเก่าแก่ระหว่างบิดาของแพรวา... กับ... กับท่านเองครับ"
ท่านประธานวีรยุทธ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ข้อตกลงเก่าแก่? ข้าจำไม่ได้ว่าเคยมีข้อตกลงกับบิดาของเด็กคนนั้น"
"ผมเชื่อว่า... ท่านอาจจะทรงจำคลาดเคลื่อนไปบ้างครับ" ชายชุดดำกล่าวอย่างนอบน้อม "จากหลักฐานที่ผมพบ... มันเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว... ในช่วงที่ธุรกิจของท่านกำลังประสบปัญหา... และบิดาของแพรวา... ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ..."
"ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ?" ท่านประธานวีรยุทธ์พึมพำ เขากำลังพยายามนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในอดีต "แล้ว... หนี้สินนี้... มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นอย่างไร?"
"ข้อตกลงนั้น... ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าการช่วยเหลือทางการเงินทั่วไปครับ" ชายชุดดำอธิบาย "และหนี้สินที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน... คือผลลัพธ์ของข้อตกลงนั้น... ที่ถูกตั้งเงื่อนไขให้ต้องชำระคืน... เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม..."
"เวลาที่เหมาะสม... เวลาที่เหมาะสมคือเมื่อใด?" ท่านประธานวีรยุทธ์ถามเสียงเข้มขึ้น
"ข้อมูลที่ผมมี... ชี้ว่า... เป็นเมื่อบุตรสาวของบิดาของแพรวา... ได้ทำการสมรสครับ" ชายชุดดำกล่าว "ซึ่งก็คือ... คุณแพรวา... ที่แต่งงานกับ... คุณนที... ศิริวัฒนา"
ท่านประธานวีรยุทธ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "แล้ว... ทำไม... เจ้าถึงไปปรากฏตัวที่บ้านของพวกเขา... และ... ทวงถามในลักษณะนั้น?"
"ผมได้รับคำสั่งจากท่าน... ว่าให้ไปทวงถามหนี้สิน... เพื่อประเมินสถานการณ์..." ชายชุดดำตอบ "และ... ผมสังเกตเห็นว่า... คุณแพรวา... ยังคงมีอาการหวาดกลัว... และ... ขาดความมั่นคง... ผมจึงคิดว่า... การใช้มาตรการที่... ค่อนข้าง... เด็ดขาด... จะทำให้เธอ... ตระหนัก... ถึง... ความสำคัญ... ของหนี้สิน... และ... อาจจะ... นำไปสู่... การยอมรับ... ข้อเสนอ... ที่เราจะยื่นให้..."
"ข้อเสนอ?" ท่านประธานวีรยุทธ์เลิกคิ้ว
"ใช่ครับ" ชายชุดดำตอบ "ผมเชื่อว่า... หนี้สินก้อนนี้... เป็นเพียงเครื่องมือ... ที่จะนำไปสู่... การบรรลุ... เป้าหมายที่แท้จริง... ของท่าน..."
ท่านประธานวีรยุทธ์ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกด้วยสายตาที่เหม่อลอย "เป้าหมายที่แท้จริง... เจ้าคิดว่ามันคืออะไร?"
"ผมคิดว่า... มันคือการ... ดึง... ตระกูล... ศิริวัฒนา... เข้ามา... เกี่ยวข้อง... กับ... แผนการ... ของท่าน... ครับ" ชายชุดดำกล่าว "คุณนที... คือทายาท... ของตระกูล... ศิริวัฒนา... ผู้ซึ่ง... เคย... เป็น... คู่แข่ง... ทางธุรกิจ... ที่สำคัญ... ของ... ตระกูล... อัศวเมธี... ในอดีต..."
"คู่แข่ง... ใช่... ข้าจำได้..." ท่านประธานวีรยุทธ์พึมพำ "และ... หนี้สินนี้... มันจะทำให้... พวกเขา... ตกอยู่ใน... อำนาจ... ของเรา..."
"ถูกต้องครับ" ชายชุดดำกล่าว "เมื่อพวกเขาไม่สามารถชำระหนี้ได้... เราก็จะมีอำนาจต่อรอง... และ... สามารถ... บังคับ... ให้... คุณนที... ทำตาม... ความประสงค์... ของท่าน... ได้..."
ท่านประธานวีรยุทธ์พยักหน้าช้าๆ "ดี... เจ้าทำงานได้... ถูกใจข้า... เตรียมการ... ตามแผน... ต่อไป... ข้าต้องการ... ให้... คุณนที... ตกอยู่... ในสถานการณ์... ที่... บีบคั้น... ที่สุด..."
"รับทราบครับ ท่านประธาน" ชายชุดดำกล่าว "แล้ว... เราจะ... ติดต่อไป... หา... คุณแพรวา... อีกครั้ง... เมื่อใด... ครับ?"
"อีก... สอง... วัน..." ท่านประธานวีรยุทธ์ตอบ "ให้... เวลา... พวกเขา... คิด... ทบทวน... และ... ให้... ความกดดัน... ค่อยๆ... เพิ่มขึ้น..."
ชายชุดดำก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังออกจากห้องไป ทิ้งให้ท่านประธานวีรยุทธ์ยืนอยู่เพียงลำพัง กับความคิดที่ถาโถมเข้ามาในหัว
ขณะเดียวกัน ที่บ้านของนที แพรวากำลังนั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น เธอจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย สมองของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่หาคำตอบไม่ได้
"คุณแพรวาครับ" เสียงของนทีดังขึ้นจากด้านหลัง "ผมเอาชามาให้ครับ"
แพรวาหันไปมองนที เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แต่แววตาของเขาก็ฉายแววความกังวลไม่ต่างจากเธอ "ขอบคุณค่ะ" เธอรับถ้วยชามา
"คุณคิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ?" นทีถามพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" แพรวาตอบ "แต่ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา"
"ผมอยู่ที่นี่แล้ว" นทีจับมือเธอไว้แน่น "คุณไม่ต้องกลัว"
"แล้วถ้า... ถ้าพวกเขาติดต่อมาอีก... แล้วเราไม่มีทางเลือกจริงๆ ล่ะคะ?" แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"เราจะหาทางออก" นทีตอบหนักแน่น "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับคุณ หรือครอบครัวของเราเด็ดขาด"
"แต่... ถ้าการต่อต้าน... มันจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมล่ะคะ?" แพรวาถาม "คุณพ่อเคยบอกว่า... บางครั้ง... การยอมทำตาม... ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด..."
นทีเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจำคำพูดของแพรวาเกี่ยวกับบิดาของเธอได้ และเขาก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมคุณธงชัยถึงเชื่อว่าหนี้สินก้อนนี้มีความเกี่ยวข้องกับอดีตของทั้งสองตระกูล
"คุณพ่อของคุณ... ท่านเคยพูดถึงเรื่องนี้กับคุณไหม?" นทีถาม
แพรวาถอนหายใจ "ไม่เลยค่ะ... ท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย... แต่ฉันรู้สึกได้ว่า... ท่านมีความลับบางอย่าง... ที่ปิดบังฉันไว้..."
"ผมจะพยายามสืบหาความจริงให้ได้มากที่สุดนะครับ" นทีบอก "เพื่อคุณ... เพื่อเรา..."
แพรวาพยักหน้า เธอซบหน้าลงกับไหล่ของนที รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะเต็มไปด้วยความมืดมน แต่การมีนทีอยู่เคียงข้าง ก็ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีหวัง
อย่างไรก็ตาม ในใจของเธอก็ยังคงมีคำถามที่ค้างคาอยู่ ชายชุดดำคนนั้น... เขาเป็นใครกันแน่? ทำไมเขาถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับเธอมากขนาดนั้น? และที่สำคัญ... ข้อตกลงเก่าแก่ระหว่างบิดาของเธอและท่านประธานวีรยุทธ์... มันคืออะไรกันแน่?
5,523 ตัวอักษร