ตอนที่ 2 — ความลับในกล่องไม้
พิมพ์หยิบกุญแจดอกเล็กสีทองขึ้นมาพิจารณา มันมีขนาดพอดีกับฝ่ามือ มีน้ำหนักเบา และดูเก่าแก่กว่าสิ่งของอื่นๆ ในกล่องไม้ใบนั้น ลวดลายบนกุญแจดูคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่เธอก็คิดไม่ออก
“นี่มันอะไรกันนะ…” เธอพึมพำกับตัวเอง ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นจนแทบจะกลบความรู้สึกผิดที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของสามีไปแล้ว
เธอค่อยๆ เปิดสำรวจสิ่งของอื่นๆ ในกล่องไม้ ใบแรกที่เธอหยิบขึ้นมาคือรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง ในรูปเป็นภาพของธนาในวัยหนุ่ม กำลังยืนยิ้มอย่างสดใสอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าสวยงาม ดวงตาเป็นประกาย และรอยยิ้มที่อบอุ่น พิมพ์จำใบหน้าของเธอได้ทันที เธอคือ “แพรว” ผู้หญิงที่ธนาบอกว่าเป็นแฟนของเขา
“นี่คือแพรว… คนที่เขารัก” พิมพ์รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ เธอพยายามสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์
ถัดจากรูปถ่ายคือจดหมายหลายฉบับที่ถูกผูกรวมกันไว้ด้วยริบบิ้นสีซีดจาง เธอค่อยๆ แกะริบบิ้นออก และหยิบจดหมายฉบับแรกขึ้นมาอ่าน
“ถึงธนาที่รักของฉัน
วันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อที่สุดเลย วันที่ไม่มีเธออยู่ข้างๆ ฉันคิดถึงเธอเหลือเกินนะ รู้ไหม วันที่เราจะได้เจอกันอีกทีเมื่อไหร่ ฉันนับวันรอเลยนะ”
ลายมือในจดหมายดูอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความรัก พิมพ์อ่านไปเรื่อยๆ จดหมายทุกฉบับเต็มไปด้วยข้อความที่แสดงถึงความผูกพันและความรักอันลึกซึ้งระหว่างธนาและแพรว
“รักเธอเสมอ
แพรว”
พิมพ์ค่อยๆ วางจดหมายลง เธอรู้สึกเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่าธนาไม่เคยให้ความรู้สึกแบบนี้กับเธอเลย
เธอหยิบสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในกล่องขึ้นมา มันคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มเล็ก เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดมันออก
บันทึกเล่มนี้ถูกเขียนด้วยลายมือของธนาเอง บันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่เขาประสบพบเจอ แต่ที่ทำให้พิมพ์ต้องหยุดอ่านอย่างตั้งใจ คือบันทึกในช่วงที่เขาต้องแต่งงานกับเธอ
“15 กรกฎาคม 25XX
วันนี้เป็นวันที่พ่อจากไปอย่างกะทันหัน คำสั่งเสียสุดท้ายของท่านคือการให้ฉันแต่งงานกับพิมพ์ ลูกสาวของเพื่อนสนิทของท่าน ฉันไม่เคยคิดว่าจะต้องมาผูกชีวิตกับใครแบบนี้ ฉันมีแพรวอยู่แล้ว เรามีความสุขด้วยกัน ฉันรักเธอเหลือเกิน การแต่งงานครั้งนี้มันเหมือนฝันร้ายที่ต้องเผชิญหน้า”
พิมพ์อ่านแล้วน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่เธอรู้สึกมาตลอดหลายปี แต่ไม่เคยมีใครรับฟัง
“20 กรกฎาคม 25XX
ได้พบกับพิมพ์แล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยและดูอ่อนโยน ฉันรู้สึกเห็นใจเธอไม่น้อย แต่ฉันก็ไม่สามารถลืมแพรวได้ ฉันบอกเธอไปตรงๆ ว่าฉันมีคนที่รักอยู่แล้ว หวังว่าเธอจะเข้าใจและยอมรับในสถานะของเรา”
“28 กรกฎาคม 25XX
ได้พูดคุยกับพิมพ์เรื่องการแต่งงาน เราตกลงที่จะจัดงานอย่างเรียบง่าย ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในฐานะสามีตามกฎหมาย แต่ในใจฉันมีแต่แพรว ฉันจะดูแลพิมพ์ให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ แต่ฉันขอให้เธอเข้าใจว่า ความรักของฉันเป็นของแพรวแต่เพียงผู้เดียว”
“5 สิงหาคม 25XX
งานแต่งงานผ่านไปแล้วทุกอย่างเป็นไปตามแผน พิมพ์ดูเหมือนจะยอมรับชะตากรรมของเธอได้ ฉันหวังว่าเธอจะมีความสุขกับชีวิตใหม่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ชีวิตที่เธอเลือกเอง ฉันจะพยายามไม่ทำให้เธอต้องเสียใจมากไปกว่านี้”
พิมพ์ปิดสมุดบันทึกลงอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามา ทั้งความเห็นใจในตัวธนา ความโกรธในโชคชะตา และความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
เธอเหลือบมองไปที่กุญแจสีทองอีกครั้ง มันยังคงวางนิ่งอยู่ในมือของเธอ มันคือสิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะยังมีความลับซ่อนอยู่
“ถ้ากุญแจดอกนี้ไม่ใช่ของแพรว แล้วมันเป็นของใคร?” เธอถามตัวเอง “แล้วมันเปิดอะไรได้?”
ทันใดนั้นเอง เธอก็นึกถึงบ้านหลังเก่าของคุณตาคุณยายที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านที่เธอเติบโตมา คุณตาคุณยายเสียชีวิตไปนานแล้ว บ้านหลังนั้นถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ และเธอไม่เคยกลับไปเหยียบอีกเลยนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ
เธอจำได้ว่ามีตู้ไม้ใบเก่าแก่ตั้งอยู่ในห้องทำงานของคุณตา ซึ่งคุณตาเคยบอกว่ามีของสำคัญซ่อนอยู่ข้างใน และกุญแจดอกนั้น… หน้าตาคล้ายกับกุญแจที่เธอเห็นในฝันร้ายเมื่อครั้งยังเด็ก
“ไม่จริงน่า…” เธอพึมพำด้วยความไม่เชื่อ “มันจะเป็นไปได้ยังไง…”
เธอรีบเก็บทุกอย่างกลับเข้าไปในกล่องไม้ และวางมันกลับเข้าที่เดิมอย่างเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอปิดลิ้นชักลงอย่างแผ่วเบา
สายฝนยังคงตกหนักอยู่ภายนอก แต่ในใจของพิมพ์กลับมีพายุหมุนลูกใหญ่โหมกระหน่ำ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่เธอแน่ใจ คือเธอต้องหาคำตอบให้ได้
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรายชื่อติดต่อ และกดโทรออกไปยังเบอร์ของป้าสมศรี
“ป้าสมศรีคะ… พิมพ์มีเรื่องต้องคุยด้วยค่ะ เรื่องสำคัญมาก”
เสียงของพิมพ์สั่นเครือ แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นบางอย่างที่เธอไม่เคยมีมาก่อน
“พิมพ์กำลังจะไปต่างจังหวัดค่ะ พรุ่งนี้เช้า พิมพ์อยากให้ป้าช่วยดูแลบ้านให้พิมพ์สักพักนะคะ”
เธอวางสายจากป้าสมศรี ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า การเดินทางครั้งนี้ของเธอ อาจจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิม
กุญแจดอกเล็กสีทองในกระเป๋าเสื้อของเธอ เหมือนจะให้ความอบอุ่นบางอย่างกับร่างกายที่เย็นเฉียบของเธอ มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความหวังที่ริบหรี่ หรืออาจจะเป็นเพียงสิ่งลวงตาที่นำเธอไปสู่หายนะที่ใหญ่กว่าเดิม
เธอต้องรู้ให้ได้ ว่ากุญแจดอกนี้จะนำพาเธอไปพบกับอะไร เธอต้องไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในชีวิตของเธอ และชีวิตของธนา
4,414 ตัวอักษร