ตอนที่ 13 — ความหวังที่ถูกจุดประกายอีกครั้ง
แก้วตาเดินกลับมาถึงสตูดิโอด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งดีใจ ตื่นเต้น และมีความหวังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน การตอบรับจากคุณพัชราเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางชีวิตศิลปินของเธอให้ชัดเจนขึ้น หลังจากที่เคยหลงทางและเกือบจะยอมแพ้ไปแล้ว เธอก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่คุ้นเคย กลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นกระดาษแห้งๆ ลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่เธอรักและโหยหามาตลอด
"ในที่สุด... ฉันก็ทำได้" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน โต๊ะที่เต็มไปด้วยพู่กัน จานสี และเศษกระดาษร่างที่กระจัดกระจาย เป็นภาพสะท้อนของชีวิตที่เธอทุ่มเทให้กับศิลปะอย่างแท้จริง
เธอเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพของเธอในยามนี้ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มเล็กๆ ดวงตาเป็นประกายด้วยความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมที่เคยต้องฝืนยิ้มให้กับใครอีกแล้ว วันนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ เป็นอิสระจากพันธนาการทางใจที่เคยรัดรึงเธอเอาไว้
"อรุณคงจะดีใจที่รู้ข่าวนี้" เธอคิดถึงเพื่อนสนิทที่คอยให้กำลังใจเสมอมา "เขาบอกไม่ผิดจริงๆ ว่าความอดทนและความเชื่อมั่นในตัวเองจะพาเราไปถึงจุดหมาย"
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขของคุณอรุณ
"สวัสดีค่ะคุณอรุณ" เธอเอ่ยเสียงสดใส
"แก้วตา! เป็นอะไรไปคะ เสียงดูร่าเริงผิดปกติ" เสียงของคุณอรุณตอบรับด้วยความประหลาดใจ
"ฉัน... ฉันได้รับข่าวดีค่ะคุณอรุณ! คุณพัชราจากหอศิลป์... เขาตอบรับผลงานของฉันแล้วค่ะ!" เธอแทบจะตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
"จริงหรือคะ! ยอดเยี่ยมมากเลยแก้วตา! ฉันดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ!" เสียงของคุณอรุณเต็มไปด้วยความยินดี "ฉันบอกแล้วว่าฝีมือของคุณไม่เป็นสองรองใคร"
"ขอบคุณนะคะคุณอรุณ... ถ้าไม่ได้คุณ... ฉันก็ไม่รู้ว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้อย่างไร" แก้วตากล่าวด้วยความซาบซึ้ง
"ไม่เป็นไรค่ะแก้วตา เราต่างก็เป็นแรงใจให้กันและกัน" คุณอรุณตอบ "คุณจะจัดแสดงที่ไหน เมื่อไหร่คะ ฉันอยากไปให้กำลังใจ"
"เรากำลังคุยรายละเอียดกันอยู่ค่ะ น่าจะเป็นช่วงต้นเดือนหน้า" แก้วตาบอก "แล้วคุณอรุณต้องมานะคะ"
"แน่นอนค่ะ ฉันจะไม่พลาดแน่นอน" คุณอรุณยืนยัน "ไปฉลองกันหน่อยนะคะ วันนี้คุณควรจะมีความสุขมากๆ"
"ค่ะ" แก้วตายิ้ม "ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณอรุณ"
หลังจากวางสายจากคุณอรุณแล้ว แก้วตาก็เดินไปหยิบพู่กันขนหางช้างที่เธอรักที่สุดขึ้นมา เธอรู้สึกว่าแรงบันดาลใจใหม่ได้หลั่งไหลเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง เธอเปิดผืนผ้าใบผืนใหม่ที่ยังว่างเปล่า พร้อมที่จะถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกที่กำลังพรั่งพรูออกมา
"เราจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กันนะ" เธอพูดกับผืนผ้าใบเปล่า ราวกับกำลังคุยกับเพื่อนสนิท
เธอเริ่มบรรจงจรดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบ สีน้ำเงินครามเข้มข้นที่เธอเลือกใช้ในครั้งนี้ มีความหมายลึกซึ้งกว่าเดิม มันไม่ใช่เพียงแค่สีของท้องทะเล แต่เป็นสีของอิสรภาพ สีของความหวังที่กำลังจะเบ่งบานอีกครั้ง
ระหว่างที่เธอกำลังดื่มด่ำกับโลกแห่งศิลปะ เสียงโทรศัพท์อีกสายก็ดังขึ้น แก้วตามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นเบอร์ที่เธอจำได้ดี แต่ไม่เคยอยากจะรับสาย
"สวัสดีค่ะ" เธอตอบรับเสียงเบาๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
"แก้วตา... พี่เองนะ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย เป็นเสียงของภาคิน
"มีอะไรคะคุณภาคิน" เธอถามกลับอย่างเย็นชา แม้จะมีความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในใจ
"พี่... พี่อยากจะคุยด้วย" ภาคินพูดตะกุกตะกัก "มีเรื่องสำคัญที่พี่อยากจะบอกเธอ"
แก้วตาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามนึกหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงโทรมาในเวลานี้ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนานเกือบปี
"เรื่องสำคัญอะไรคะ" เธอถาม
"เรื่องของเรา... พี่อยากจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด" ภาคินกล่าว "พี่รู้ว่าพี่ทำผิดพลาดไปมาก... แต่พี่อยากให้โอกาสพี่ได้อธิบาย"
แก้วตากัดริมฝีปากล่าง เธอรู้สึกสับสน ความรู้สึกเก่าๆ ที่เคยมีต่อภาคินปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่ขณะเดียวกัน เธอก็พยายามย้ำเตือนตัวเองถึงความเจ็บปวดที่เขาเคยทำให้เธอ
"ดิฉันไม่คิดว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกแล้วนะคะ" เธอตอบเสียงเรียบ
"แก้วตา... ได้โปรดเถอะ" ภาคินอ้อนวอน "พี่รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อใจพี่แล้ว... แต่อย่างน้อยก็ให้พี่ได้พูด... พี่อยากให้เราจบกันให้ดีที่สุด"
แก้วตาหลับตาลง พยายามประมวลผลคำพูดของเขา เธอรู้ดีว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับภาคินมันซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดมากมาย
"คุณภาคินคะ" เธอถอนหายใจ "ดิฉันคิดว่า... เราต่างก็มีทางเดินของตัวเองแล้ว"
"แต่พี่... พี่ไม่เคยลืมแก้วตาเลยนะ" ภาคินพูดเสียงสั่นเครือ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... พี่คิดถึงแต่แก้วตา"
คำพูดนั้นทำให้แก้วตาสะท้าน เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี
"ดิฉัน... ดิฉันไม่ว่างค่ะ" เธอตัดบท "ถ้าคุณภาคินมีธุระอื่น ก็คงต้องขอตัวก่อนนะคะ"
เธอรีบกดวางสายทันที ก่อนที่ภาคินจะพูดอะไรออกมาอีก หัวใจของเธอเต้นระส่ำ ความสงบสุขที่เพิ่งจะกลับคืนมา ดูเหมือนจะถูกรบกวนไปเสียแล้ว
เธอเดินกลับไปที่ผืนผ้าใบอีกครั้ง พยายามตั้งสมาธิ แต่ภาพของภาคิน ใบหน้าของเขาที่ดูเจ็บปวด ก็ยังคงติดอยู่ในความคิด
"ทำไม... ทำไมต้องมาตอนนี้" เธอถามตัวเอง
เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางชีวิตของเธอในอนาคต การได้จัดแสดงผลงานเป็นความฝันสูงสุดของเธอ แต่การกลับไปสานสัมพันธ์กับภาคิน ก็เป็นสิ่งที่เธอเคยปรารถนาอย่างสุดหัวใจเช่นกัน
เธอหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง การวาดภาพคือหนทางเดียวที่จะช่วยให้เธอสงบใจได้ เธอตัดสินใจที่จะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง และจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน และความฝันของเธอเอง
4,389 ตัวอักษร