ตอนที่ 1 — สัญญาแต่งงานในวันที่ฟ้าผ่า
สายฝนเทกระหน่ำราวกับจะชำระล้างโลกทั้งใบ แสงฟ้าแลบสีขาวบาดตากระจายไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่เสียงฟ้าร้องอันกึกก้องจะตามมา ประหนึ่งประกาศิตของเทพเจ้าที่ก้องอยู่ในโสตประสาทของ 'พราว' หญิงสาวที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูล 'สุรเดช' ท่ามกลางสายฝนเย็นเฉียบที่สาดซัดจนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปียกชุ่มไปทั้งตัว ราวกับจะสะท้อนสภาพจิตใจของเธอในยามนี้ ที่กำลังแหลกสลายราวกับแก้วที่หล่นแตกกระจาย
"คุณพราวคะ คุณหนูจะยืนตากฝนแบบนี้ไม่ได้นะคะ" เสียงของป้าสมร แม่บ้านประจำตระกูล สุรเดช ดังขึ้นพร้อมกับประคองร่างที่สั่นเทาของเธอเข้าไปในโถงทางเดินอันโอ่อ่า ภายในคฤหาสน์อบอุ่นและหรูหราผิดกับภายนอกลิบลับ
"หนูไม่เป็นไรค่ะป้า" พราวตอบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยที่ปกติฉายแววสดใส บัดนี้กลับขุ่นมัวและไร้ประกาย ราวกับถูกความเศร้าโศกกัดกินจนหมดสิ้น
"คุณชายใหญ่รอคุณพราวอยู่ค่ะ เข้าไปเถอะค่ะ" ป้าสมรเอ่ยพลางผายมือไปยังห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่ประตูปิดสนิท
พราวยิ้มบางๆ อย่างขมขื่น การมาที่นี่ในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนาเลยแม้แต่น้อย แต่สถานการณ์บีบบังคับให้เธอต้องยอมรับ การแต่งงานจอมปลอมนี้ คือทางออกเดียวที่เธอจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้
เธอสูดหายใจลึกอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติและพลังใจทั้งหมดที่มี ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องรับแขก ภาพเบื้องหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสีเข้ม ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ร่างสูงสง่าของเขาดูราวกับประติมากรรมที่ถูกสลักเสลาขึ้นมาอย่างประณีต ใบหน้าคมคายสะท้อนถึงความเย็นชา แต่ดวงตาคู่คมที่หันกลับมาสบตาเธอในตอนนี้ กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
"มาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"ค่ะ คุณกวินท์" พราวตอบ เสียงสั่นเล็กน้อย
กวินท์ สุรเดช ทายาทคนโตของตระกูลสุรเดช ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะ และสติปัญญา แต่กลับมีบุคลิกที่เย็นชาและเข้าถึงยาก เขาคือคนที่เธอต้องแต่งงานด้วย สัญญาการแต่งงานนี้ ถูกกำหนดขึ้นโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของตระกูลสุรเดช และเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูลพราว ซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก
"เข้ามาสิ" กวินท์ผายมือไปยังเก้าอี้บุหนังอย่างดีตัวหนึ่ง พราวเดินไปนั่งลงอย่างช้าๆ หัวใจเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"ฉันไม่ชอบการแต่งงาน" กวินท์กล่าวขึ้นอย่างตรงไปตรงมา "แต่สถานการณ์มันบังคับ"
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ" พราวเอ่ยตอบ "เราต่างก็มีเหตุผลของเรา"
"ใช่" กวินท์พยักหน้า "เราจะมีสัญญากัน ทุกอย่างจะดำเนินไปตามที่ตกลงกันไว้ การแต่งงานนี้เป็นเพียงการแสดง เราจะเป็นสามีภรรยาแค่ในนามเท่านั้น จะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น"
"แล้ว...เรื่องของครอบครัวฉัน" พราวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ไม่ต้องห่วง" กวินท์ตัดบท "ฉันจะดูแลเรื่องการเงินของครอบครัวเธอให้ทั้งหมด ตราบใดที่เธอยังทำตามข้อตกลงของเรา"
คำพูดของเขาทำให้พราวรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินที่กำลังจะท่วมท้นครอบครัวอีกต่อไป
"แล้ว...เราจะบอกคนอื่นว่ายังไงคะ" พราวถาม
"บอกว่าเราตกหลุมรักกัน และตัดสินใจแต่งงานอย่างสายฟ้าแลบ" กวินท์ตอบเรียบๆ "เรื่องของรายละเอียด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความจัดการ"
"แล้ว...เราจะอยู่ที่ไหนคะ"
"ที่นี่" กวินท์ตอบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง "เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ แต่จะมีกฎบางอย่างที่เราต้องทำตาม"
"กฎอะไรบ้างคะ"
"เราจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า และจะอยู่ด้วยกันในห้องนอนที่แยกกัน" กวินท์กล่าว "เราจะออกงานสังคมด้วยกันตามความเหมาะสม และจะแสดงความรักต่อกันเฉพาะต่อหน้าสาธารณชนเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา"
"เรื่อง...เรื่องบนเตียงล่ะคะ" พราวถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ฉันบอกแล้วไง ว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น เราจะทำหน้าที่สามีภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบต่อหน้าคนอื่น แต่ในความเป็นจริง เราก็แค่คนแปลกหน้าสองคนที่ต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน"
คำตอบของเขาทำให้พราวยิ้มออกมาได้นิดหน่อยอย่างโล่งอก
"ตกลงค่ะ" พราวกล่าว
"ดี" กวินท์พยักหน้า "ถ้าอย่างนั้น ก็ขอแสดงความยินดีกับ 'สามีปลอม' ของเธอด้วย"
"และยินดีกับ 'ภรรยาปลอม' ของคุณด้วยเช่นกันค่ะ" พราวตอบพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้า
สายฝนยังคงเทกระหน่ำอยู่ภายนอก ราวกับจะประกาศก้องถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ซับซ้อน และเต็มไปด้วยคำโกหกที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ฉันไปก่อนนะคะ" พราวเอ่ยพร้อมลุกขึ้นยืน
"เดี๋ยว" กวินท์เรียกเธอไว้ "ฉันจะให้คนไปส่ง"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้" พราวปฏิเสธ
"ฉันไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง" กวินท์กล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกวาดมองเธออย่างประเมิน
พราวถอนหายใจ "ก็ได้ค่ะ"
เธอเดินออกจากห้องรับแขกไปพร้อมกับป้าสมร ที่รออยู่ด้านนอก
"คุณหนูคะ" ป้าสมรเอ่ยอย่างเป็นห่วง "คุณหนูไหวแน่นะคะ"
"หนูไหวค่ะป้า" พราวยิ้มให้ป้าสมร "แล้วเจอกันค่ะ"
พราวเดินตรงไปยังประตูใหญ่ ที่ตอนนี้มีชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำยืนรออยู่ เขาคือคนของกวินท์ ที่จะไปส่งเธอ
ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ พราวก็มองย้อนกลับไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง เธอยังคงรู้สึกสับสนและหวาดกลัวกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในสถานการณ์นี้ การแต่งงานกับกวินท์ คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอและครอบครัว
เธอหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของพ่อแม่ที่กำลังลำบาก เธอต้องเข้มแข็ง เพื่อพวกเขา
"คุณพราวครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" คนขับเอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอเงียบไป
"เปล่าค่ะ" พราวตอบ "แค่คิดอะไรเพลินๆ"
เธอหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไปมา ทั้งความกลัว ความไม่แน่นอน และความหวังเล็กๆ ที่ยังคงริบหรี่
การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เธอจะสามารถรักษาความสัมพันธ์ปลอมๆ นี้ไว้ได้นานแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด เธอจะสามารถควบคุมหัวใจของตัวเองไม่ให้เผลอไปรักชายหนุ่มที่เย็นชาคนนี้ได้หรือไม่
คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ ขณะที่รถเคลื่อนตัวพาเธอไปยังเส้นทางใหม่ของชีวิต เส้นทางที่เต็มไปด้วยคำโกหกและสัญญาจอมปลอม
4,919 ตัวอักษร