ตอนที่ 21 — รอยยิ้มที่ไม่มีวันจางหาย
ชีวิตของพราวและกวินท์หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสับสนและการเปิดเผยความจริง ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุข พราวได้กลับไปทำงานที่บริษัทของกวินท์ในตำแหน่งผู้ช่วยของเขา การได้เรียนรู้งานและทำงานร่วมกับกวินท์ทุกวัน ทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น และเข้าใจกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงคู่รัก แต่ยังเป็นคู่หูที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
“คุณพราวคะ” เสียงเลขาของกวินท์ดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอม “คุณกวินท์เรียกค่ะ”
“ค่ะ” พราวตอบรับ แล้วหันไปหากวินท์ที่นั่งทำงานอยู่ตรงข้าม “มีอะไรคะคุณกวินท์”
กวินท์เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ “ผมแค่อยากชวนคุณไปทานอาหารกลางวันที่ร้านโปรดของเรา”
“ได้เลยค่ะ” พราวยิ้มตอบ “รอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเตรียมตัว”
ร้านอาหารที่กวินท์พูดถึง คือร้านเล็กๆ ริมแม่น้ำที่ทั้งคู่เคยไปทานกันบ่อยๆ ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ
ขณะที่ทั้งคู่นั่งทานอาหาร กวินท์ก็พูดขึ้น “ผมกำลังคิดว่าเราน่าจะไปพักผ่อนที่ต่างประเทศสักหน่อย คุณว่าไงครับ”
พราวตาเป็นประกาย “จริงเหรอคะ! ฉันอยากไปเที่ยวอีกค่ะ”
“แน่นอนครับ” กวินท์ยิ้ม “ผมอยากให้คุณได้พักผ่อนจริงๆ หลังจากที่ทุ่มเทกับการทำงานหนักมาตลอด”
“แล้วเราจะไปไหนกันดีคะ” พราวกระตือรือร้น “ทะเล หรือภูเขา”
“แล้วแต่คุณเลยครับ” กวินท์ตอบ “ที่ไหนก็ได้ที่มีคุณอยู่ ผมก็มีความสุข”
คำตอบของกวินท์ทำให้พราวยิ้มแก้มปริ เธอรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีเขาอยู่เคียงข้าง
หลายสัปดาห์ต่อมา ทั้งคู่ก็เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อพักผ่อนและเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ บรรยากาศที่สวยงามของเมืองเกียวโต และความสงบเงียบของวัดโบราณ ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการเติมพลังให้กับความสัมพันธ์ของพวกเขา
“คุณกวินท์คะ” พราวกระซิบ ขณะที่ทั้งคู่นั่งมองดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ริมแม่น้ำ “ฉันดีใจจังเลยค่ะที่เราได้มาที่นี่ด้วยกัน”
กวินท์จับมือเธอไว้แน่น “ผมก็ดีใจครับพราว ที่ได้ใช้เวลาทุกนาทีอยู่กับคุณ” เขาหันมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตของผมจะมีความสุขได้มากขนาดนี้”
“เพราะมีเราอยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ” พราวถามกลับ
“ใช่ครับ” กวินท์พยักหน้า “เพราะมีคุณ”
การเดินทางครั้งนี้เป็นเหมือนการยืนยันความรู้สึกที่มีต่อกันอีกครั้ง พราวได้เห็นว่าความรักของเธอกับกวินท์เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง และสามารถก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปได้
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ชีวิตของทั้งคู่ก็กลับสู่ภาวะปกติ แต่เต็มไปด้วยความสุขที่มากขึ้นกว่าเดิม พราวรู้สึกว่าเธอได้ค้นพบ “บ้าน” ที่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่แค่ตัวอาคาร แต่คือความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และมีความสุขที่ได้อยู่กับกวินท์
วันหนึ่ง ขณะที่พราวกำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะ กวินท์ก็เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีแดงใบเล็ก
“อะไรคะ” พราวถามด้วยความสงสัย
กวินท์คุกเข่าลงต่อหน้าเธอ แล้วยื่นกล่องกำมะหยี่ใบนั้นให้ “พราวครับ” เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “คุณจะแต่งงานกับผมไหมครับ”
พราวอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรง เมื่อเธอเห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายอยู่ในกล่อง เธอค่อยๆ พยักหน้า น้ำตาแห่งความสุขเอ่อคลอ
“ค่ะกวินท์ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
กวินท์สวมแหวนให้กับพราว แล้วลุกขึ้นโอบกอดเธอไว้แน่น “ผมรักคุณนะครับพราว”
“ฉันก็รักคุณค่ะกวินท์” พราวตอบรับทั้งน้ำตา
รอยยิ้มของทั้งคู่ดูมีความสุขและอบอุ่น ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เป็นช่วงเวลาที่เติมเต็มความฝันของพราวที่เคยคิดว่าไม่มีวันจะเป็นจริง
งานแต่งงานของพราวและกวินท์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรักและอบอุ่น ท่ามกลางญาติสนิทและเพื่อนสนิทไม่กี่คน พราวในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ดูงดงามยิ่งนัก เธอเดินไปจับมือกับกวินท์ ซึ่งยืนรอเธออยู่ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุด
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะมีความสุขได้ขนาดนี้” กวินท์กระซิบข้างหูพราว ขณะที่ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าแท่นพิธี
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” พราวตอบ “ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริง”
หลังจากพิธีแต่งงานจบลง ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข พราวไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยที่เลือกกวินท์ แม้ว่าในตอนแรกความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเริ่มต้นจากสัญญาที่จอมปลอม แต่บัดนี้ มันได้กลายเป็นความรักที่แท้จริงและมั่นคง
วันเวลาผันผ่านไป แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของพราว และความรักที่เธอมีให้กวินท์ กลับไม่เคยจางหายไปไหน พวกเขาได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้น สามารถเอาชนะทุกอุปสรรค และนำพาสองหัวใจให้มาบรรจบกันได้เสมอ
3,709 ตัวอักษร