สามีปลอมที่ฉันไม่อยากหย่า

ตอนที่ 25 / 41

ตอนที่ 25 — แผนการที่คาดไม่ถึง

“คุณกวินท์คะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง กวินท์หันไปมอง เห็นพราวกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าของเธอฉายแววสดใสกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเห็น เขาอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “มีอะไรเหรอพราว” เขากล่าวถาม พราวเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของเขา วางแฟ้มเอกสารลงอย่างเบามือ “ก็แค่จะมาส่งงานที่เสร็จแล้วค่ะ แล้วก็... มาถามความเห็นคุณกวินท์เรื่องโปรเจกต์ใหม่ของเราด้วย” เธอยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย “ฉันคิดไอเดียดีๆ มาเยอะเลยค่ะ” กวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองพราวด้วยแววตาที่อ่อนโยน “ดีเลย ผมก็อยากฟังเหมือนกัน” เขาพูดพลางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้เธอมากขึ้น พราวเปิดแฟ้มเอกสารออก นำเสนอไอเดียต่างๆ ด้วยความกระตือรือร้น เธออธิบายถึงกลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์ทางการตลาด และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน กวินท์ตั้งใจฟังอย่างไม่วางตา บางครั้งก็พยักหน้าเห็นด้วย บางครั้งก็ถามคำถามเพื่อความกระจ่าง “ไอเดียเรื่องการสร้างสรรค์แคมเปญที่เน้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าเป็นสิ่งที่ดีมากพราว” เขากล่าว “แต่เราต้องแน่ใจว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับกิจกรรมเหล่านั้นนะ” “แน่นอนค่ะ” พราวตอบอย่างมั่นใจ “ฉันคำนวณคร่าวๆ แล้วค่ะ และคิดว่ามีวิธีปรับลดบางส่วนได้หากจำเป็น” เธอยิ้ม “แต่ฉันว่ามันคุ้มค่านะคะที่จะลงทุนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า” กวินท์พยักหน้าเห็นด้วย “คุณพูดถูก” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนแทบจะสัมผัสแขนกันได้ “ผมชอบวิธีคิดของคุณนะพราว มันทั้งสร้างสรรค์และรอบคอบ” พราวหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำชม “ขอบคุณค่ะคุณกวินท์” เธอพูดเบาๆ “แต่จริงๆ แล้ว ฉันก็ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณกวินท์เยอะเหมือนกันค่ะ” กวินท์เลิกคิ้ว “จากผมเหรอ” “ค่ะ” พราวพยักหน้า “เวลาที่คุณกวินท์อธิบายแผนงานต่างๆ หรือเวลาที่คุณกวินท์แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยค่ะ” เธอเหลือบมองเขาอย่างเขินอาย “เหมือนได้เข้าคอร์สเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวเลย” กวินท์หัวเราะเบาๆ “ถ้าอย่างนั้น ผมก็ต้องขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้เป็น ‘อาจารย์’ พิเศษของคุณนะ” เขาแกล้งพูด “แต่ผมก็เรียนรู้จากคุณเหมือนกันนะพราว” “เรียนรู้อะไรจากฉันคะ” เธอถามอย่างสงสัย “เรียนรู้ว่าการมองโลกในแง่ดี และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค มันสำคัญแค่ไหน” เขาตอบ ดวงตาของเขาสบกับเธออย่างมีความหมาย “คุณทำให้ผมเห็นว่า แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ก็ยังมีหนทางแก้ไขอยู่เสมอ” บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่เริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ความใกล้ชิดทางกายเริ่มน้อยลงไปเมื่อเทียบกับความรู้สึกที่เชื่อมโยงกันในระดับที่ลึกซึ้งกว่าเดิม “คุณกวินท์คะ” พราวเอ่ยขึ้นหลังจากที่ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ “เรื่องของเรา...” เธอเว้นวรรคไปเล็กน้อย “ฉัน... ยังกังวลเรื่องสัญญานะคะ” กวินท์มองพราวอย่างเข้าใจ “ผมรู้” เขาตอบเสียงอ่อนโยน “ผมก็เหมือนกัน” เขาถอนหายใจเล็กน้อย “แต่ตอนนี้... ผมไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นเท่าไหร่” เขาจับมือของพราวที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ “ผมอยากใช้เวลาอยู่กับคุณแบบนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” พราวเงยหน้ามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความกังวล และความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว “แต่... เราจะทำยังไงกันต่อไปคะ” “เรื่องนั้น... ผมมีแผน” กวินท์พูดพลางคลายมือออกจากมือของพราว แล้วหันกลับไปมองเอกสารบนโต๊ะ “ผมจะจัดการเอง คุณแค่... เป็นพราวคนเดิมต่อไปก็พอ” “แต่...” พราวกำลังจะเอ่ยถามต่อ แต่กวินท์ยกมือห้าม “ไว้ก่อนนะพราว ตอนนี้เรามาโฟกัสที่งานของเราก่อน” เขาหยิบเอกสารโปรเจกต์ขึ้นมา “ผมอยากคุยเรื่องงบประมาณอีกนิดหน่อย” พราวมองกวินท์ด้วยความรู้สึกที่ประหลาดใจระคนยินดี เขาดูมั่นใจในตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และนั่นทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย “ก็ได้ค่ะ” เธอตอบ “เรามาคุยเรื่องนี้กันต่อ” เธอยังคงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่การเป็น “สามีปลอม” และ “ภรรยาปลอม” อีกต่อไป แต่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางข้อตกลงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง “คุณกวินท์คะ” พราวเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินออกจากออฟฟิศในช่วงเย็น “หลังจากนี้... เราจะไปทานข้าวเย็นด้วยกันเหมือนเดิมใช่ไหมคะ” เธอถามเสียงอ่อนหวาน กวินท์หันมายิ้มให้ “แน่นอนสิ” เขาตอบ “ผมก็อยากทานข้าวฝีมือคุณเหมือนกัน” คำพูดของเขาทำให้หัวใจของพราวเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง “แต่ผมอยากขออะไรคุณอย่างหนึ่งนะ” เขาเสริม “อะไรคะ” “ต่อไปนี้... เวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองคน... ลองเรียกผมว่า ‘ที่รัก’ ได้ไหม” กวินท์ถาม ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อเล็กน้อย พราวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “ทำไมคะ” เธอถาม “รู้สึกไม่คุ้นชินเหรอคะ” “เปล่า” เขาปฏิเสธ “แค่... อยากลองฟังดู” “ถ้าคุณกวินท์อยากฟัง” พราวตอบพร้อมรอยยิ้ม “ฉันก็ยินดีค่ะ” “ขอบคุณนะพราว” กวินท์กล่าว “คุณนี่... ทำให้ผมมีความสุขได้เสมอเลย” ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเคียงข้างกันไป พราวก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอ มันไม่ใช่แค่การทำงานที่ราบรื่นขึ้น หรือความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกวินท์ แต่มันคือความรู้สึกที่เติมเต็มในหัวใจของเธอเอง มันคือความรู้สึกที่ว่า บางที... สัญญาที่เคยมีอยู่อาจจะไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกที่กำลังผลิบานอยู่ในตอนนี้

4,230 ตัวอักษร