ตอนที่ 26 — การเผชิญหน้ากับความจริง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาปลุกให้พราวตื่นขึ้น เธอขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างของกวินท์ที่นอนเคียงข้าง ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันแข็งแกร่งจนเธอแทบจะลืมไปแล้วว่าทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นจาก “สัญญา” ที่มีเงื่อนไขชัดเจน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” พราวเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่กวินท์กำลังลุกขึ้นนั่ง “อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” กวินท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น คำว่า “ที่รัก” ที่หลุดออกจากปากเขาในตอนแรกนั้นทำให้เธอประหลาดใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นคำที่เธอคุ้นเคย และรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ยิน
ทั้งสองใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ร่วมกันในห้องนอนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน กวินท์หอมแก้มพราวเบาๆ ก่อนจะเดินไปอาบน้ำ “วันนี้มีประชุมตอนสายนะพราว” เขาบอก “เราไปทานกาแฟด้วยกันหลังประชุมไหม” “ได้ค่ะ” พราวตอบ “ฉันก็มีงานที่ต้องจัดการเหมือนกัน”
หลังจากทานอาหารเช้าร่วมกันแล้ว ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงาน พราวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความจากแม่ที่ส่งมาถามเรื่องสุขภาพของเธอ พราวพิมพ์ตอบอย่างรวดเร็ว “สบายดีค่ะแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ” เธอรู้สึกขอบคุณแม่ที่คอยเป็นห่วงอยู่เสมอ และดีใจที่เธอไม่ต้องกังวลเรื่อง “ชีวิตแต่งงาน” ของเธออีกต่อไป
ช่วงบ่าย พราวได้รับโทรศัพท์จากกวินท์ “พราว... ตอนเย็นนี้ว่างไหม” เขาถามเสียงเคร่งเครียด “มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน” “มีอะไรเหรอคะ” พราวถามอย่างกังวล “คุณกวินท์ไม่สบายหรือเปล่า” “เปล่า” เขาตอบ “แค่... เรื่องของเรา”
พราวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินคำว่า “เรื่องของเรา” เธอรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และมีความกังวลใจเล็กน้อย “ฉันว่างค่ะ” เธอตอบ “เราเจอกันที่ร้านประจำเหมือนเดิมนะคะ”
เมื่อถึงเวลานัด พราวเดินเข้าไปในร้านอาหารที่คุ้นเคย เห็นกวินท์นั่งรออยู่แล้ว เขาดูเคร่งเครียดกว่าปกติ เมื่อพราวเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เขาก็ส่งยิ้มให้ แต่รอยยิ้มนั้นดูไม่ถึงดวงตา “เป็นอะไรไปคะ” พราวถาม “ดูเครียดๆ นะ”
กวินท์ถอนหายใจยาว “พราว... ผมมีเรื่องจะบอกคุณ” เขาพูดเสียงเบา “เรื่องของเรา... ผมคิดว่าเราต้องคุยกันให้ชัดเจนอีกครั้ง” พราวนิ่งไป สีหน้าของเธอเริ่มซีดลง “คุณหมายถึง... สัญญาเหรอคะ”
“ใช่” กวินท์พยักหน้า “ผมคิดว่า... เราเล่นกับความรู้สึกของตัวเองมากเกินไปแล้ว” เขาเงยหน้ามองพราว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย “ผมรู้ว่าผมรักคุณนะพราว” คำสารภาพรักของเขาทำให้พราวแทบจะหยุดหายใจ “แต่... ผมก็ไม่อยากให้คุณต้องมาอยู่กับผมในสถานะที่มันไม่ถูกต้อง”
“สถานะที่ไม่ถูกต้อง... หมายความว่ายังไงคะ” พราวถามเสียงสั่น “คุณกวินท์กำลังจะบอกว่า... เราควรจะจบเรื่องนี้ใช่ไหมคะ” น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของเธอ “แต่... ฉันคิดว่าเรา... เรามีความสุขไม่ใช่เหรอคะ”
“ผมก็มีความสุขนะพราว” กวินท์พูดเสียงเครือ “แต่ความสุขนั้น... มันอยู่บนพื้นฐานของเรื่องโกหก” เขาจับมือของพราวไว้ “คุณแม่ของคุณ... คุณกำลังหลอกท่านอยู่”
คำพูดของกวินท์เหมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจของพราว “ฉัน... ฉันรู้ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว “แต่... ฉันทำอะไรไม่ได้” “คุณทำได้สิพราว” กวินท์บีบมือเธอเบาๆ “เราบอกความจริงกับท่าน”
พราวส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ” เธอพูดอย่างหนักแน่น “ฉันไม่สามารถทำลายความหวังสุดท้ายของแม่ได้” “แต่คุณกำลังทำลายตัวเองนะพราว” กวินท์กล่าว “คุณกำลังขังตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์นี้ เพียงเพราะคุณกลัว”
“ฉันไม่กลัวค่ะ” พราวเถียง “ฉันแค่... อยากให้แม่มีความสุข” “แล้วคุณล่ะพราว” กวินท์ถาม “คุณมีความสุขจริงๆ เหรอ”
คำถามของกวินท์ทำให้พราวนิ่งไป เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร ความรู้สึกของเธอมันสับสนปนเปกันไปหมด ทั้งความรักที่มีต่อกวินท์ ความกังวลเรื่องแม่ และความกลัวที่จะสูญเสียทุกอย่างไป
“ผมรู้ว่ามันยาก” กวินท์พูดต่อ “แต่ผมเชื่อว่า... คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง” เขาค่อยๆ ปล่อยมือของเธอ “คิดดูให้ดีนะพราว ผมพร้อมที่จะรับฟังเสมอ”
หลังจากนั้น ทั้งสองก็นั่งเงียบๆ ไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและความไม่สบายใจ พราวรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เธอไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนี้ จะต้องมาเผชิญหน้ากับ “ความจริง” ที่เจ็บปวดเช่นนี้
“ฉัน... ขอเวลาคิดก่อนนะคะ” พราวกล่าวเสียงแผ่ว “ฉันขอโทษค่ะ” เธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ฉันต้องไปแล้ว” โดยไม่รอให้กวินท์ตอบ พราวก็รีบเดินออกจากร้านอาหาร ทิ้งให้กวินท์นั่งอยู่คนเดียวพร้อมกับความรู้สึกผิดและเป็นห่วง
ขณะที่กวินท์กำลังขับรถกลับบ้าน ความคิดของเขาก็ยังคงวนเวียนอยู่กับพราว เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองมากน้อยแค่ไหน แต่เขาก็เชื่อว่า ความจริง... ถึงแม้จะเจ็บปวดในตอนแรก แต่ก็จะนำมาซึ่งอิสรภาพและความสุขที่แท้จริงในระยะยาว
3,824 ตัวอักษร