ตอนที่ 1 — คืนฝนพรำกับคนแปลกหน้า
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องราวกับฟ้ากำลังจะแยกออกเป็นสองซีก พายุฝนกระหน่ำโหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย นที ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถเก๋งคันหรู สีดำขลับของมันตัดกับแสงไฟนีออนจากป้ายร้านค้าข้างทางที่พร่ามัวไปหมดด้วยหยาดน้ำฝนที่เกาะพราว เขาเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญในการเจรจาธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ และกำลังขับรถกลับกรุงเทพฯ อย่างรีบร้อน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาเสียแล้ว พายุที่โหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นศูนย์ ไฟหน้ารถก็ส่องไปได้ไม่ไกลนัก ยิ่งขับก็ยิ่งอันตราย นทีตัดสินใจลดความเร็วลงจนแทบจะคลานไปตามถนนที่เปียกลื่น สองข้างทางมีแต่ความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากรถของเขาที่สาดส่องออกไป และแสงไฟริบหรี่จากบ้านเรือนห่างๆ ที่พอจะบ่งบอกว่ามีผู้คนอาศัยอยู่แถวนี้
"ให้ตายสิ พายุบ้าอะไรวะเนี่ย" นทีพึมพำกับตัวเอง เขากำพวงมาลัยแน่น เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก ทั้งที่อากาศภายนอกเย็นเฉียบ "โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณเลยสักขีด จะไปบอกใครก็ไม่ได้ ทำไงดีวะ"
ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เขาเป็นนักธุรกิจที่ชีวิตมีแบบแผนทุกอย่าง ไม่เคยมีอะไรที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา แต่นี่คืออะไร? ติดอยู่กลางป่ากลางเขาในคืนพายุเข้า โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ ซ้ำยังไม่มีวี่แววของปั๊มน้ำมันหรือร้านสะดวกซื้อให้แวะพักเลยสักแห่ง
ขณะที่นทีกำลังคิดหาทางออก จู่ๆ ไฟหน้ารถก็สว่างวาบขึ้นอย่างจ้า ก่อนจะดับวูบไปในทันที ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่สะดุด ก่อนจะดับสนิท นทีพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล เป็นไปได้มากที่สุดว่าระบบไฟฟ้าของรถมีปัญหา หรือไม่ก็แบตเตอรี่หมดกลางทาง
"ไม่จริงน่า! รถคันนี้เพิ่งเข้าศูนย์มาเองนะเว้ย" นทีสบถอย่างหัวเสีย เขาถอนหายใจยาว พิงศีรษะกับพวงมาลัย รู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาทันที
เขาตัดสินใจก้าวลงจากรถ ยืนตระหง่านท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดเข้ามา เขาเงยหน้ามองฟ้าที่มืดครึ้ม ไม่มีแม้แต่ดาวสักดวงให้เห็น มีเพียงฟ้าที่ร้องครวญครางอยู่เบื้องบน
"ต้องหาที่พักก่อน ไม่งั้นคงเป็นหวัดตายแน่" เขาคิด พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความหวังริบหรี่ ท่ามกลางความมืดและม่านฝน เขาเห็นแสงไฟสีส้มนวลๆ ส่องลอดออกมาจากป่าทึบที่อยู่ห่างออกไปประมาณร้อยเมตร เป็นแสงไฟจากกระท่อมหลังเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะมีคนอาศัยอยู่
"เอาวะ ลองดูสักตั้ง" นทีตัดสินใจ เขาปิดไฟหน้ารถ เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ แม้จะไม่มีสัญญาณ แต่ไฟฉายก็ยังพอใช้งานได้ เขาเดินลุยสายฝนที่โปรยปราย มุ่งหน้าไปยังแสงไฟนั้น
เมื่อเดินใกล้เข้าไปเรื่อยๆ ภาพของกระท่อมไม้หลังเล็กก็ปรากฏชัดขึ้น มันดูเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีควันไฟลอยกรุ่นออกมาจากปล่องไฟเล็กๆ นทีเดินไปที่ประตูไม้เก่าๆ ที่ดูแข็งแรง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกหนัก ไม่นานนัก ประตูก็แง้มออก เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าท่ามกลางสายฝน ผมสีดำยาวของเธอเปียกชุ่ม ใบหน้าขาวผ่องมีน้ำฝนเกาะพราว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างระแวดระวัง
"มีอะไรคะ?" เสียงของเธอหวานใส แต่แฝงไปด้วยความไม่แน่ใจ
"ขอโทษที่รบกวนนะครับคุณผู้หญิง" นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สุภาพที่สุด "ผมชื่อนทีครับ รถของผมเสียอยู่ข้างหน้า หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ ถ้าผมจะขออาศัยหลบฝนสักครู่"
หญิงสาวมองสำรวจนทีตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่ม กางเกงสแล็คสีเข้ม และใบหน้าที่แสดงความเหน็ดเหนื่อยและสิ้นหวัง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูให้กว้างขึ้น
"เข้ามาเลยค่ะ ข้างนอกอันตราย" เธอพูด พลางหลีกทางให้นที
นทีโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างขอบคุณ เขาเดินก้าวเข้าไปในกระท่อมอย่างระมัดระวัง กระท่อมหลังนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็จัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบ มีเตาผิงที่กำลังมีไฟลุกโชนอยู่กลางห้อง ให้ความอบอุ่นและแสงสว่างเพียงพอ พื้นเป็นไม้ขัดมัน สะอาดสะอ้าน มีโซฟาตัวเก่าๆ อยู่มุมหนึ่ง และมีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือหลายเล่มตั้งเรียงรายอยู่ข้างผนัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
"ขอบคุณมากครับ" นทีกล่าวอีกครั้ง เขาถอดเสื้อตัวนอกที่เปียกชุ่มออกอย่างเก้ๆ กังๆ "คุณ...ชื่ออะไรครับ?"
"พิมพ์ค่ะ" หญิงสาวตอบ พลางเดินไปปิดประตู "คุณนทีคงหนาวแย่ นั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวพิมพ์ไปหาผ้าแห้งมาให้"
พิมพ์เดินเข้าไปในห้องด้านใน และไม่นานนักก็กลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาวสะอาด เธอยื่นให้พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
"ขอบคุณครับ" นทีรับผ้าขนหนูมาซับผมและใบหน้า "ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่มาสร้างความเดือดร้อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ" พิมพ์ตอบ "ใครๆ ก็เคยเจอเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น" เธอเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนยังคงตกหนัก "ดูท่ากว่าฝนจะหยุด คงอีกนาน"
"ครับ รถผมสตาร์ทไม่ติดเลย ไม่รู้ว่าแบตเตอรี่มีปัญหาหรือเปล่า" นทีเล่า "ผมต้องกลับกรุงเทพฯ คืนนี้ มีเรื่องด่วนนิดหน่อย"
"โอ้... แย่เลยนะคะ" พิมพ์กล่าวด้วยความเห็นใจ "ถ้าเป็นเรื่องด่วนจริงๆ อาจจะต้องลองเดินไปดูแถวๆ นั้น อาจจะมีบ้านคนอื่นที่พอจะช่วยเหลือได้"
"ผมก็คิดอยู่ครับ แต่ก็กลัวว่าจะทิ้งรถไว้คนเดียว" นทีพูด "แล้วก็ไม่รู้ว่าแถวนี้มีที่ไหนพอจะให้ยืมโทรศัพท์ได้บ้าง"
"แถวนี้บ้านคนค่อนข้างห่างกันค่ะ" พิมพ์อธิบาย "แล้วก็ส่วนใหญ่ที่นี่สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยดีด้วย"
นทีถอนหายใจอีกครั้ง เขาเดินไปนั่งลงบนโซฟา พิมพ์สังเกตเห็นว่าเขายังคงตัวสั่นเล็กน้อยจากความหนาว
"คุณพิมพ์อยู่คนเดียวที่นี่หรือครับ?" นทีถาม พยายามชวนคุยเพื่อคลายความอึดอัด
"ใช่ค่ะ พ่อแม่เสียไปนานแล้ว" พิมพ์ตอบเสียงเบา "อยู่คนเดียวมาตลอด"
"ผมขอโทษด้วยนะครับ" นทีพูดอย่างรู้สึกผิดที่ไปถามเรื่องส่วนตัวของเธอ
"ไม่เป็นไรค่ะ" พิมพ์ยิ้มบางๆ "คุณนทีมาทำธุระแถวนี้หรือคะ?"
"ครับ พอดีมีนัดเซ็นสัญญากับลูกค้าที่เชียงใหม่ เสร็จงานแล้วก็รีบขับรถกลับเลย ไม่คิดว่าจะเจอพายุหนักขนาดนี้" นทีเล่า "ถ้าไม่ได้คุณพิมพ์ ผมคงต้องไปนอนตากฝนอยู่ริมถนนแน่ๆ"
"คุณนทีคงหิวแย่" พิมพ์พูด "เดี๋ยวพิมพ์ไปทำอะไรง่ายๆ ให้ทานนะคะ มีข้าวต้มพอจะทำได้"
"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ" นทีรีบปฏิเสธ
"ไม่ลำบากเลยค่ะ ทานกันให้อิ่มนะคะ" พิมพ์ยืนยัน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัว นทีได้ยินเสียงขลุกขลักอยู่ครู่หนึ่ง เขามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง ยังคงรู้สึกทึ่งกับความสงบและเรียบง่ายของที่นี่ มันแตกต่างจากชีวิตอันเร่งรีบและวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่เขาคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
ไม่นานนัก พิมพ์ก็กลับมาพร้อมกับชามข้าวต้มร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน เธอยกมาวางไว้บนโต๊ะเล็กๆ ตรงหน้าโซฟา
"ทานให้อร่อยนะคะ" เธอกล่าว
"ขอบคุณมากครับ" นทีกล่าวอย่างจริงใจ เขาตักข้าวต้มเข้าปาก ความร้อนของมันแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ช่วยคลายความหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี รสชาติกลมกล่อม อร่อยกว่าข้าวต้มร้านหรูที่เขาเคยทานมาหลายแห่ง
"อร่อยมากครับ" นทีชม "คุณพิมพ์ทำอาหารเก่งจัง"
พิมพ์ยิ้มเล็กน้อย "แค่นี้เองค่ะ"
ทั้งสองนั่งทานข้าวต้มเงียบๆ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกไม่หยุด และเสียงลมที่พัดหวีดหวิวอยู่ข้างนอก บรรยากาศภายในกระท่อมกลับอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างประหลาด แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างคนแปลกหน้า แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งทานข้าวกับคนคุ้นเคย
"คุณพิมพ์อยู่ที่นี่คนเดียว ไม่เหงาบ้างเหรอครับ?" นทีถามอีกครั้ง หลังจากทานข้าวต้มหมดแล้ว
"ก็มีเหงาบ้างค่ะ" พิมพ์ตอบตรงๆ "แต่ก็ชินแล้ว" เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง "บางทีก็อยากมีใครสักคนมาคุยด้วยเหมือนกัน"
นทีพยักหน้า เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ชีวิตของเขาก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้คนในแวดวงธุรกิจ ไม่มีใครที่เขาจะสามารถเปิดใจคุยเรื่องส่วนตัวได้อย่างแท้จริง
"คุณพิมพ์ชอบอยู่กับธรรมชาติแบบนี้เหรอครับ?" นทีถาม
"ค่ะ ชอบมาก" พิมพ์ตอบ "มันสงบดี แล้วก็ทำให้เราได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง"
นทีกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาเห็นหนังสือหลายเล่มวางอยู่บนชั้นหนังสือ มีทั้งวรรณกรรม นวนิยาย และตำราสมุนไพร
"คุณพิมพ์ชอบอ่านหนังสือเหรอครับ?"
"ค่ะ อ่านเยอะเลย" พิมพ์ตอบ "หนังสือเป็นเหมือนเพื่อนที่ดีที่สุดของพิมพ์ค่ะ"
"ผมเองก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน" นทีพูด "แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลย มัวแต่ยุ่งกับงาน"
"เข้าใจค่ะ" พิมพ์ยิ้ม "แต่การได้อ่านหนังสือดีๆ ก็ช่วยให้เราผ่อนคลายได้นะคะ"
นทีรู้สึกว่าเขาเริ่มอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น เธอเป็นคนเรียบง่าย แต่ดูมีความคิดที่ลึกซึ้งและสงบเย็น เขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนในชีวิต
"ผมควรจะลองหาทางติดต่ออู่ซ่อมรถดูพรุ่งนี้เช้า" นทีกล่าว "ถ้าคุณพิมพ์ไม่ว่าอะไร พรุ่งนี้ผมขอรบกวนขอใช้โทรศัพท์ของคุณพิมพ์หน่อยได้ไหมครับ?"
"ได้เลยค่ะ" พิมพ์ตอบทันที "ยินดีเสมอ"
บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น นทีเล่าเรื่องราวการทำงานในเมืองหลวงให้พิมพ์ฟัง ขณะที่พิมพ์ก็เล่าถึงชีวิตที่เรียบง่ายในชนบท นทีพบว่าตัวเองกำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยกับเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความหงุดหงิดและสิ้นหวัง กลับกลายเป็นค่ำคืนที่อบอุ่นและน่าจดจำอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มซาเม็ดลงแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเผยให้เห็นแสงดาวระยิบระยับ นทีรู้ดีว่าเขาคงต้องค้างคืนที่นี่อย่างแน่นอน เขาเหลือบมองพิมพ์ที่กำลังนั่งมองเปลวไฟในเตาผิงอย่างเหม่อลอย ใบหน้าของเธอสะท้อนกับแสงไฟสีส้ม ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหา
"ขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณพิมพ์" นทีกล่าว "สำหรับทุกอย่าง"
"ไม่เป็นไรค่ะ" พิมพ์หันมายิ้มให้เขา "คุณนทีคงเหนื่อยมาก พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพิมพ์ปูที่นอนให้นะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมนอนตรงโซฟาก็ได้" นทีรีบพูด
"ไม่ได้ค่ะ โซฟาไม่สบาย" พิมพ์ยืนกราน "เดี๋ยวพิมพ์ไปเตรียมห้องนอนให้"
ก่อนที่นทีจะได้ปฏิเสธ พิมพ์ก็เดินเข้าไปในห้องด้านในอีกครั้ง นทีได้แต่มองตามไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะมาถึงจุดที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าในคืนฝนพรำแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่นำพาเขามาพบกับหญิงสาวคนนี้
8,020 ตัวอักษร